ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 24

ความหวังที่ริบหรี่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอควันบุหรี่ราคาแพงลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ที่เพิ่งซาลงไปเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคฤหาสน์วรโชติเมธี บรรยากาศรอบตัวหนาทึบและกดดันเสียจนแทบจะใช้มือคว้าจับมันออกมาได้ ศิลา วรโชติเมธี นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม นัยน์ตาสีสนิมเหล็กคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาที่ดับสนิท ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาจับจ้องร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ความเงียบงันดำเนินอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับเสียงเข็มนาฬิกากำลังตอกย้ำความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข "พูดอีกทีซิ รินรดา... ว่าแฟลชไดรฟ์ข้อมูลชุดนั้น มันหายไปไหนนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของมาเฟียเจ้าถิ่นทรงอำนาจดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันเย็นเยียบจนแผ่ไอความตายเข้าเกาะกุมหัวใจคนฟัง ร่างของรินรดาสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความโกรธและอึดอัด เธอยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นในตัวฉายชัดผ่านแววตาดื้อรั้นที่จ้องตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้เบื้องหน้าเธอคือผู้ชายที่สามารถสั่งฝังกลบใครสักคนไว้ใต้ไร่ฝิ่นได้ในชั่วข้ามคืน "ฉันบอกคุณไปแล้ว... ว่าฉันไม่ได้เอาไป และตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาในห้องนั้น มันก็ไม่อยู่ในกระเป๋าเครื่องมือของฉันแล้ว!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความคับแค้นใจ ข้อมูลทางธรณีวิทยาและหลักฐานเส้นทางการเงินนอกกฎหมายที่เธอรวบรวมมาได้ตลอดหลายเดือน มันคือตั๋วใบเดียวที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้และลากคอคนชั่วเข้าคุกได้ แต่ตอนนี้... มันกลับมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดูแคลน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นอันโชกโชน เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "หาย? ของสำคัญระดับพลิกแผ่นดินไร่ของผมได้ มันจะบินหนีหายไปเองได้ยังไง รินรดา" ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุหรี่ผสมน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าจมูกเธอ รุกรานพื้นที่ส่วนตัวจนเธอต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "หรือว่า... คุณแอบส่งมันให้ใครข้างนอกไปแล้ว หบืว่าไอ้ตำรวจสารเลวคนนั้นมันส่งคนมาเอาตัวคุณไป พร้อมกับข้อมูลชุดนั้นกันแน่!" "คุณมันบ้า! คิดแต่เรื่องผลประโยชน์และการควบคุมคนอื่น!" รินรดาตวาดกลับ เสียงสั่นพร่าด้วยความโมโห เธอพยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของศิลาหนักแน่นราวกับกำแพงหิน เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย แรงกดดันจากร่างกายที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด ศิ้มล้มตัวลงมาหาเธอเล็กน้อย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ ความโกรธขึงในแววตาของชายหนุ่มค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม "ใช่... ผมมันบ้า" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของเธอ เสียงทุ้มพร่ากระຊากวิญญาณ "และเพราะความบ้าของผมนี่แหละ ที่ทำให้ผมยังเก็บคุณไว้บนเตียงและในบ้านหลังนี้... แทนที่จะโยนคุณให้ลูกน้องผมจัดการตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าคุณคิดทรยศ" "ปล่อยนะ... ศิลา!" รินรดาดิ้นรนสุดแรงเกิด เมื่อมือหนาอีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อแน่น เลื้อยขึ้นมาสัมผัสเอวคอดกิ่วอย่างถือวิสาสะ แรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงและอันตรายแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นความร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ "ถ้าข้อมูลนั่นหายไป... งั้นเรามาทบทวนความจำกันใหม่ดีไหมรินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกกก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อนจนหญิงสาวสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มถูกกัดเซาะด้วยคลื่นเสน่หาที่เขาจงใจปลุกปั่น สัญชาตญาณดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มไม่เคยปรานีใคร และยิ่งเธอดื้อรั้นเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือด้วยบทรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาเริ่มขบเม้มลาดไหล่เนียนจนเกิดรอยแดงช้ำ มือแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว แรงต้านทานในกายของเธอกำลังพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและรุนแรงที่ทำให้เธอทั้งเกลียดและโหยหาในเวลาเดียวกัน ศ iลาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ยอมให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว ขาเรียวถูกบังคับให้เกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รสจูบอันดุดัน ดิบเถื่อน และเรียกร้องถูกประทับลงมาบนเรียวปากอิ่ม บดขยี้อย่างเร่าร้อนจนเธอกลืนเสียงประท้วงหายลงไปในลำคอ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งไฟ ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นจิกกำไหล่กว้างของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างที่สั่นเทาจากความเสียวซ่าน ค่ำคืนในไร่ฝิ่นที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอันตราย กำลังถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้ง่ายๆ ท่ามกลางความลับที่สูญหายและศัตรูที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็จบลงด้วยความรุนแรงสามครั้งติด พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านนอก "นายครับ! แย่แล้วครับ... มีคนบุกเข้ามาทางแนวป่าหลังไร่ ตอนนี้พวกมันกำลังเผาโรงเก็บบัญชี!" ศิลาชะงักกึก นัยน์ตาสีสนิมเหล็กหันขวับไปมองที่ประตูทันที ประกายตาดุดันลุกโชนด้วยโทสะครั้งใหม่ ร่างกายที่แนบชิดผละออกจากหญิงสาวอย่างรวดเร็วราวกับเสือร้ายที่ได้กลิ่นอายของผู้บุกรุก รินรดานั่งหอบหายใจโยนตัวอยู่บนโต๊ะ เสื้อผ้าหลุดรุ่ยและหัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจ เธอสบโอกาสทองในความโกลาหลนี้ รีบกวาดสายตามองไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานที่แง้มอยู่เล็กน้อย และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดวงตาก็กวาดไปเห็นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่เธอตามหา... มันถูกซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารลับของศิลาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้! (ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามความดาร์กและห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ - ธานินทร์แดนเถื่อน)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%