กลิ่นคาวของดินแห้งกรังผสมกับกลิ่นฉุนกึกของยางฝิ่นดิบ ลอยอวลอยู่ในอากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอม ศิลา วรโชติเมธี ไม่เคยชอบให้ใครหน้าไหนย่างกรายเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขา โดยเฉพาะเขตหวงห้ามชั้นใน—ดินแดนสีเทาที่กฎหมายของรัฐบาลเอื้อมมาไม่ถึง และกฎหมายเดียวที่มีผลบังคับใช้ที่นี่ คือคำสั่งจากปากของเขาเอง
เสียงรองเท้าบูทหนังแท้กระทบพื้นดินแห้งดัง *กรับ... กรับ...* เป็นจังหวะหนักหน่วง สะท้อนความเกรี้ยวกราดที่อัดแน่นอยู่ภายในอก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อปูดโปนและรอยสักรูปงูพิษเลื้อพันรอบท่อนแขนขวา กำลังสาวเท้าเข้าไปประชิดเป้าหมายที่บังอาจฝ่าฝืนป้ายเตือนสีแดงฉาน
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเหยียบอยู่บนอะไร... ผู้หญิงโง่"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นจากเบื้องหลัง รินรดา สะดุ้งสุดตัว เธอหยุดมือจากการเก็บตัวอย่างชั้นหินและดินลงในถุงผ้าใบเล็กๆ หญิงสาวค่อยๆ ยืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของอาณาเขตด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นระรัวราวกับกลองศึกก็ตาม
ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอปัดเศษฝุ่นออกจากเรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสบตาคมกริบราวกับเหยี่ยวพญาที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ
"ฉันคิดว่าป้ายเตือนเก่าๆ พวกนั้นคงหมดอายุไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วเสียอีก... คุณศิลา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียبيน นิ่งสนิท ทว่าซ่อนความอวดดีไว้ทุกอณู "นักธรณีวิทยาอย่างฉันจำเป็นต้องสำรวจชั้นดินในรัศมีนี้ เพื่อทำรายงานประเมินพื้นที่เกษตรกรรม... หรือว่าที่นี่มี ‘ความลับ’ อะไรที่ไม่อยากให้ใครขุดคุ้ยกันแน่?"
คำพูดของเธอเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมดุหรี่ลงมองเรือนร่างระหงที่ยืนหยัดท้าทายอำนาจของเขาอย่างไม่เจียมตัว
ความดื้อรั้นของเธอกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับไว้ให้ตื่นขึ้น
ศิลาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่า รินรดาผถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับลำต้นของต้นยางพาราขนาดใหญ่เสียแล้ว ทางหนีถูกปิดตายในเสี้ยววินาที
เงาของร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนมิดร่างของเธอ กลิ่นกายบุรุษเพศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนระอุจากกลางไร่โชะเข้าจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ มือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้าคว้าข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบมหาศาลทำให้เธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ปล่อยฉันนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" รินรดาตวัดเสียงกร้าว พยายามบิดข้อมือหนีจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไร แรงกดทับยิ่งถาโถมเข้ามาหนักหน่วงขึ้นเท่านั้น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" ศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนที่เริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ "เธอเดินเข้ามาในถิ่นของฉัน ล้ำเส้นเข้ามาในเขตกักกันที่แม้แต่ตำรวจหรือทหารยังไม่กล้าเหยียบเข้ามา... แล้วเธอยังกล้าถามหา ‘สิทธิ์’ จากฉันอีกอย่างนั้นหรือ รินรดา?"
แววตาของศิลาไม่ได้มองเธอเป็นแค่นักวิชาการหลงทาง แต่มันคือสายตากระหายความควบคุม สายตาของนักล่าที่กำลังพิจารณาเหยื่ออันโอชะที่เดินเข้ามาเสนอตัวให้ถึงถุงมือ
ความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิตนี้ ทำให้รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง ร่างกายของเธอกำลังสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงและป่าเถื่อนซึ่งแผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ มันเป็นพลังอำนาจที่กดดันจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"ฉันมาทำงาน... ไม่ได้มาเป็นนักโทษของคุณ" เธอยังคงเค้นเสียงแข็งขืน แม้ริมฝีปากอิบอิ่มจะเริ่มสั่นระริก
"ทำงานบนกองเงินกองทองที่แลกมาด้วยเลือดเนี่ยนะ?" ศิลาแค่นยิ้มหยัน ปลายจมูกโด่งคมกrنتสูดดมความหอมละมุนจากซอกคอระหงของเธออย่างถือวิสาสะ รินรดาผวาเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มแผ่วเบาราวกับจงใจทรมาน "กล้าดีนี่... แต่ความอวดดีของผู้หญิงมักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และเธอก็เลือกที่จะจ่ายมันด้วยร่างกายของตัวเอง... ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้แล้ว"
มืออีกข้างที่ว่างของศิลาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน ความร้อนจากแผงอกหนาแผดเผาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนรินรด้ารู้สึกราวกับถูกไฟลวก เธอพยายามอ้าปากจะต่อว่า แต่ก็ช้าเกินไปเมื่อริมฝีปากหนาประกบปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดลงด้วยจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการประกาศกักขังและครอบครอง รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้อง รินรดารู้สึกราวกับสติสตางค์กำลังจะกระเจิง ลมหายใจของเธอถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น สมองขาวโพลนยามที่ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสอันทรงพลังที่บดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ แต่ในขณะเดียวกัน... มันกลับจุดประกายไฟปรารถนาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนให้ลุกโชนขึ้นในช่องท้อง
รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง มือที่เคยถูกตรึงไว้ถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่เรียวแขนกลับไร้เรี่ยวแรงที่จะผลักไส เธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิร์ตของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดินในไร่ฝิ่นแห่งนี้กำลังกลายเป็นหลุมพรางที่เธอไม่มีวันปีนขึ้นไปได้อีกแล้ว
ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวหอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาพร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์ เขาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างหลงใหล ก่อนจะกระซิบคำสั่งที่เฉียบขาดแนบชิดใบหูจนเธอต้องสะท้านเยือก
"จำไว้... รินรดา ว่าเธอเป็นของฉันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาลิ้มรสความหอมหวานจากซอกคอเธออีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักหนหลายคู่พร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้น *ปัง!* นัดหนึ่งที่ขอบชายป่า ก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา ลูกน้องคนสนิทของเขาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับข่าวสารที่ทำให้สีหน้าของมาเฟียหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที
"นายครับ... พวกกองกำลังนอกกฎหมายจากฝั่งชายแดนบุกเข้ามาถึงแนวกันชนทิศเหนือแล้วครับ! มันพาคนมานับสิบ แถมยังจับตัวประกันที่เป็นคนของเราไว้คนหนึ่งด้วย!"
ศิลาผละออกจากร่างของรินรดาอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้ามาขัดจังหวะ เขาหันกลับมามองนักธรณีวิทยาตัวแสบที่ยืนหอบหายใจอยู่พิงต้นไม้ ก่อนจะเอ่ยประโยคคำสั่งเด็ดขาดทิ้งท้ายไว้โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับตัวหนี
"อยู่ตรงนี้... อย่าขยับไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย"
แล้วร่างสูงก็ควักปืนพกสั้นออกจากเอว เดินหายลับไปในความมืดครึ้มของแนวป่าฝิ่น ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว... และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า เธอกำลังติดอยู่ในวังวนมรดกเลือดที่ไม่มีทางหลุดพ้น
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่หุบเหวแห่งตัณหาและอันตรายนี้ด้วยกันครับ
ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด•ตอนที่ 1
เขตหวงห้าม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางไร่ฝิ่น: รอยทมิฬมรดกเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!