เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1

ย้อนคืนสู่จุดเริ่มที่เลวร้าย

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"เซ็นชื่อตรงนี้เสีย หลินเฟย! บ้านหลังนี้กับที่ดินแปลงนั้น ญาติผู้ใหญ่เขาลงมติกันแล้วว่าต้องโอนเป็นชื่อพี่ใหญ่ เพื่อเอาไปค้ำประกันกู้เงินเปิดโรงงานในเมือง ถ้าเธอใจแคบไม่ยอมช่วยครอบครัว เราก็ไม่ต้องมามองหน้ากันอีก!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบสีลายดอกไม้สั่นสะเทือน น้ำชาอุ่นๆ กระเซ็นเปียกเปื้อนกระดาษสัญญาแผ่นบางที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าอย่างจงใจ หลินเฟยหอบหายใจสะท้าน ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกผลักตกบันไดจนกระดูกหัก และความหนาวเหน็บยามตรึงร่างอยู่บนพื้นซีเมนต์อันว่างเปล่าในวาระสุดท้ายของชาติก่อน กลิ่นอับชื้นของบ้านดินเก่าๆ ในปี 1982 และเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ที่กำลังแผดเสียงกดดัน ปะทะเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่ความฝัน... เธอรอดพ้นจากนรกโลกันต์ที่ถูกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อหลอกลวงจนหมดตัว ก่อนจะปล่อยให้เธอตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยว ย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอแล้วจริงๆ ดวงตาเรียวรีที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบเยือกเย็น ดั่งเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินระดับหมื่นล้านมาแล้วอย่างโชกโชน หลินเฟยเงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าป้าสะใภ้จ้าว และพี่ชายต่างสายเลือดผู้จ้องแต่จะฮุบสมบัติอย่าง "หลินเฉียง" นิ่งสนิท รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ในตลาดหุ้น ความโลภคือจุดเริ่มต้นของหายนะ ส่วนในตระกูลหลิน ความโลภของพวกมันกำลังจะพาตัวเองลงไปสู่หลุมพรางที่เธอขุดรอไว้ฝังกลบต่างหาก! "เซ็นชื่อหรือครับ?" หลินเฟยทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นเสียจนคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะถึงกับขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ "ป้าสะใภ้บอกว่านี่คือการเสียสละเพื่อครอบครัว... แต่ฉันจำได้แม่นว่า บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากคุณตาที่ระบุไว้ชัดเจนในพินัยกรรมว่า ให้ตกเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว การที่พวกท่านรวมหัวกันปลอมแปลงเอกสารและบีบบังคับให้ฉันเซ็นสละสิทธิ์... ในทางกฎหมาย เรียกว่าการพยายามฉ้อโกงทรัพย์สินโดยเจตนาไม่ใช่หรือครับ?" "นัง... นังเด็กนี่! แกกล้าด่าว่าป้าของแกแบบนี้เรอะ!" ป้าสะใภ้จ้าวหน้าถอดสี ร้องกรี๊ดลั่นบ้านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หลินเฟยผู้เคยหัวอ่อนและขี้ขลาดกลัวคนมาตลอด จะกล้าเอ่ยคำพูดทนายความฟาดหน้าพวกนางกลางวงกินข้าวเช่นนี้ "แกมันอกตัญญู! เลี้ยงไม่เชื่อง! ถ้าไม่มีพวกฉันคอยห่อข้าวให้กินตอนเด็กๆ ป่านนี้แกคงเป็นผีเฝ้าข้างถนนไปแล้ว อีหลินเฟย!" "เลี้ยงผม?" หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ จะดูมอซอ แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนตระกูลหลินถึงกับผถะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยดที่ฉันกินเข้าไป ฉันใช้แรงงานหลังขดหลังแข็งถางไร่เกี่ยวข้าวใช้หนี้พวกท่านหมดไปตั้งแต่สิบห้าปีแรกแล้ว ส่วนเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่พ่อแม่ฉันทิ้งไว้ให้... พวกท่านเอาไปส่งให้ลูกชายแท้ๆ ของตัวเองเรียนหนังสือในเมืองจนหมดเกลี้ยง แบบนี้เขาเรียกว่า 'สูบเลือดสูบเนื้อ' ต่างหากเล่า!" "แก... แกกล้าดียังไงถึงพูดจาแบบนี้!" หลินเฉียงทนไม่ได้ที่ถูกน้องสาวนอกไส้หักหน้าต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ เขาพุ่งเข้าใส่หมายจะคว้าคอเสื้อของหลินเฟยเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ ทว่า... ยังไม่ทันที่มือหยาบกร้านของหลินเฉียงจะเอื้อมถึงตัวหลินเฟย ประตูไม้เก่าๆ ของบ้านก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้องโถง บรรยากาศรอบตัวแผ่ไอสังหารและกลิ่นอายความตายที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดตามองคนในตระกูลหลินที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ร่างหนาจะก้าวเข้ามาขวางหน้าหลินเฟยไว้ในทันที พร้อมกับมือหนาที่คว้าข้อมือของหลินเฉียงไว้แน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ! "ใครบังอาจแตะต้องภรรยาของฉัน... ก้าวออกมาก้าวเดียวสิ ฉันจะหักแขนมันตรงนี้แหละ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ จางเหว่ย... นายทหารหน่วยรบพิเศษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและเด็ดขาด มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหลินเฟยในเวลาที่เหมาะเจาะราวกับปาฏิหาริย์ ดวงตาที่เคยเย็นชาเมื่อยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนและห่วงใยยามเหลือบมองภรรยาตัวน้อยด้านหลัง หลินเฟยหัวใจกระตุกวูบ น้ำตาที่อั้นไว้แทบทะลัก สามีผู้ซื่อสัตย์และคลั่งรักเธอคนนี้... ในชาติก่อน เธอโง่เขลาเบาปัญญาปล่อยให้คนตระกูลหลินเป่าหูจนหย่าร้างกับเขา และปล่อยให้เขาต้องจบชีวิตลงในสนามรบอย่างไร้การเหลียวแล แต่วันนี้... เขายังมีชีวิตอยู่ และยืนหยัดปกป้องเธอเช่นนี้ "พี่จางเหว่ย..." หลินเฟยเอמהเบาๆ พลางเอื้อมมือไปจับชายเสื้อสีเขียวของเขาไว้แน่น จางเหว่ยหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองหน้าหลินเฉียงที่กำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดด้วยแววตาดุจพญามัจจุราช "เอกสารฉบับนี้... ฉันขอฉีกทิ้งก็แล้วกันนะ" จางเหว่ยเอמהเสียงเรียบ พลางใช้มืออีกข้างหยิบกระดาษสัญญาบนโต๊ะขึ้นมาฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อเหล่านั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว "พวกแก... พวกแกกล้าดีนักนะ! ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน!" ป้าสะใภ้จ้าวกรี๊ดลั่นบ้านด้วยความคับแค้นใจ แต่วินาทีนั้นเอง กลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดบางอย่างก็ลอยโชيشตลบอบอวลเข้ามาทางหน้าต่างครัวทะลุเข้าสู่ห้องโถง มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมหวานของ "ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีและข้าวสวยร้อนๆ หุงจากข้าวสารหอมมะลิชั้นเลิศในมิติลับของหลินเฟย ซึ่งลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากอาหาร จางเหว่ยชะงักเล็กน้อย เขาก้มลงมองภรรยาด้วยความแปลกใจ เพราะเขาจำได้ว่าในครัวบ้านเราไม่มีเนื้อหมูดีๆ แบบนี้มาเป็นเดือนแล้ว... และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากถามอะไร ท้องของหลินเฉียงก็ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาดังลั่นห้องท่ามกลางความเงียบงัน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%