เสียงกระดาษปึกใหญ่กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังป้าบ เรียกสายตาทุกคู่ในห้องโถงให้หันมามองเป็นตาเดียว ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ "ป้าหลาน" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันในนามของแม่ยายตัวแสบแห่งตระกูลเฉิน กำลังยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองหลินเฟยด้วยความดูแคลนและเกรี้ยวกราด
"หลินเฟย! แกอย่ามาเล่นลิ้นนะ หนังสือสัญญาแบ่งที่ดินฉบับนี้ลงลายมือชื่อชัดเจนว่าพ่อแม่ของแกยกแปลงทางทิศตะวันออกให้ฉันเพื่อใช้หนี้สิน อย่าคิดว่าแต่งงานออกเรือนไปแล้วจะมาตลบตะแลงชักใบให้เรือเสีย!" เสียงแหลมสูงบาดหูของนางเฉินดังลั่น ชนิดที่คนเดินผ่านไปมานอกรั้วบ้านยังต้องหยุดฝีเท้าฟัง
หลินเฟยแค่นยิ้มมุมปาก เธอยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรจากมิติลับที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นละมุนละไม ใบหน้ารูปไข่ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาสีเข้มคู่นั้นกลับฉายแววเยือกเย็นราวกับนักเก็งกรอบหุ้นกำลังประเมินความเสี่ยงของบริษัทใกล้ล้มละลาย ไม่มีผิด
ในชาติต้องสาปก่อนหน้านี้ เธอก็เคยโง่เขลาเบาปัญญาหลงเชื่อเอกสารฉบับนี้จนยอมปล่อยให้ที่ดินแปลงมรดกตกไปอยู่ในมือของญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อ จนครอบครัวต้องตกระกำลำบากและสามีของเธอต้องเอาชีวิตไปทิ้งในสนามรบเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ก้อนโตที่พวกมันกุขึ้นมาเอง แต่ในชาตินี้... เกมเปลี่ยนไปแล้ว
"คุณป้าครับ... พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง จางเหว่ย ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นายหนุ่มทหารหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพปลดแสมแผ่นดินแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างไม่ปิดบัง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มบดบังร่างของภรรยาไว้มิดชิด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองนางเฉินและบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่พากันยกโขยงมาหวังฮุบที่ดิน ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าคอมแบท
นางเฉินสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับหลานเขยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในสนามรบ แต่ความโลภอยากได้ที่ดินแปลงงามเพื่อนำไปขายเก็งกำไรให้กับนายทุนหน้าเลือดในอำเภอ ทำให้เธอกลั้นใจเชิดหน้าขึ้นแล้วโวยวายต่อ
"ทำไมล่ะ! จะใช้กำลังขู่ฉันหรือไง ทหารสมัยนี้รังแกคนแก่หรือไงวะ หลินเฟย แกดูสามีเผลอๆ ของแกสิ จะทำร้ายแม่ตัวเองหรือยังไง!" นางเฉินแกล้งบีบน้ำตาโฮกฮาก เรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูหน้าบ้าน
หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก*
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารในมือของนางเฉินแวบเดียว ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "คุณป้าครับ... เอ่อ ขอโทษทีครับคุณแม่ คุณบอกว่านี่คือสัญญาที่พ่อแม่ฉันเซ็นยกให้งั้นเหรอครับ?"
"ใช่! ตาแก่บ้าของคุณเซ็นชื่อไว้เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ยืมเงินฉันไปรักษายายแก่ใกล้ตาย!" นางเฉินโพล่งออกมาอย่างมั่นใจ
"แปลกจังนะครับ..." หลินเฟยเดินเข้าไปใกล้ร่างท้วมของป้าจอมเจ้าเล่ห์ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากมิติลับลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนรอบข้างสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างไม่รู้ตัว "พ่อฉันเสียชีวิตไปตั้งแต่ห้าปีก่อน แล้วท่านเซ็นสัญญานี้เมื่อสามปีก่อนได้อย่างไรครับ? หรือว่า... คุณป้ามีวิชาปลุกวิญญาณคนตายมาเซ็นเอกสารให้ด้วย?"
สิ้นคำพูดของหลินเฟย เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นรอบบริเวณ บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูเริ่มซุบซิบกันเสียงดัง ข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและลายมือชื่อในยุคนี้มีโทษหนักหนาสาหัสถึงขั้นติดคุกหัวโต
สีหน้าของนางเฉินซีดเผือดลงในพริบตา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "แก... แกพูดจาเหลวไหล! ฉันหมายถึงก่อนหน้าที่เขาจะตายต่างหาก!"
"ก่อนตายงั้นเหรอครับ?" หลินเฟยหยิบกระดาษอีกแผ่นออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นสำเนาทะเบียนบ้านและใบมรณบัตรตัวจริงที่เธอบังเอิญ "ค้นพบ"มาจากลิ้นชักลับในมิติลับเมื่อคืนนี้ เอกสารที่ระบุวันที่อย่างชัดเจนและไร้รอยขีดฆ่า "แล้วทำไมตราประทับสำนักงานที่ดินบนสัญญาฉบับนี้ ถึงเป็นตราประทับรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อปีที่แล้วล่ะครับคุณป้า?"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาหันขวับไปมองกระดาษในมือป้าหลานทันที ความจริงถูกเปิดโปงอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด นางเฉินอ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ ขาเริ่มสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
จางเหว่ยเหลือบมองภรรยาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและทึ่งในความเฉียบขาด ภรรยาตัวน้อยของเขาช่างฉลาดเฉลียวและงดงามเหลือเกินในยามที่เธอยืนหยัดฟาดฟันคนชั่วด้วยเหตุผลและหลักฐาน มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางไว้หลวมๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและคอยเป็นโล่กำบังให้เธอในเวลาเดียวกัน
"เอาล่ะครับ หลานคนนี้ยังใจดีพอที่จะไม่แจ้งความส่งตัวคุณป้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและพยายามฉ้อโกงทรัพย์สิน..." หลินเฟยยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "แต่ถ้าพวกคุณยังไม่ไสหัวออกไปจากที่ดินของครอบครัวเราภายในสามนาทีนี้ล่ะก็... ผมเกรงว่ากองร้อยทหารลาดตระเวนของสามีฉัน คงต้องขอเชิญพวกคุณไปดื่มน้ำชาปรับทัศนคติที่ค่ายทหารสักสัปดาห์สองสัปดาห์แล้วล่ะครับ!"
นางเฉินและพวกพ้องหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ พวกมันรู้ดีว่าบารมีของจางเหว่ยในกองทัพนั้นน่ากลัวเพียงใด ไม่รอช้า สตรีจอมโลภรีบคว้ากระดาษเอกสารปลอมยัดใส่เสื้อแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชาวบ้าน
เมื่อจัดการปัญหาตัวน่ารำคาญเสร็จสิ้น หลินเฟยก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอกำลังจะหันไปขอบคุณสามีหนุ่ม แต่ทว่า... เอวบางกลับถูกกระชากเข้าไปประชิดแผ่นอกกว้างอย่างรวดเร็ว
"เมียจ๋า... เก่งกาจจริงๆ เลยนะครับเนี่ย" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินต้นคอจนหลินเฟยขนลุกซู่ จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยความคลั่งรัก "แบบนี้... คืนนี้คงต้องมีรางวัลให้ 'คุณสามี' ชื่นชมความฉลาดของภรรยาสักหน่อยแล้วกระมังครับ?"
หลินเฟยหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อnเอ่ยคำปฏิเสธ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ไก่ย่างสมุนไพรสูตรลับในตำนาน" ที่เธอกดสั่งและเร่งความสุกด้วยพลังมิติลับเมื่อครู่ ก็ลอยฟุ้งทะลักออกมาจากห้องครัว ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสออบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านจนข้างบ้านต้องสูดปากกลืนน้ำลาย
เซียนหุ้นย้อนเวลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับคู่สามีภรรยาคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 3
ฟาดให้หงายด้วยความจริง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!