"ถ้ามึงยังเอากาวตราช้างมาแปะไข่ต้มเพื่อพิสูจน์แรงตึงผิวแล้วทำหน้าเด๋อแบบนั้นอีก กูจะฟ้องแม่มึงว่ามึงผลาญค่าไฟสตูดิโอมาทำเรื่องไร้สาระ!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหัวร้อนระดับสิบ ดังทะลุผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้ม อคิน—วิศวกรหนุ่มผู้มีเนกไทผูกปมเนี๊ยบกริบและเส้นผมที่เซ็ตมาอย่างไร้ที่ติ กำลังขยับแว่นสายตาด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างถือปากกาแท่งโปรดเคาะโต๊ะเป็นจังหวะตามอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ด
ส่วนคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ปลายสายคือ ธันวา ครีเอเตอร์หนุ่มสายกาวเจ้าของช่อง 'วิทยาศาสตร์พาเพลินแต่บันเทิงกว่า' ที่ตอนนี้สภาพหัวฟูเหมือนรังนกกระจอก เสื้อฮู้ดสีแสบตาเปื้อนคราบฟองสบู่ และกำลังถือไข่ต้มครึ่งซีกทำหน้าตาตื่นตะลึงราวกับเพิ่งค้นพบทวีปใหม่
"โหย อคินผู้เคร่งขรึม มึงอย่าเพิ่งใจร้อนดิคุณวิศวกรขา นี่มันคือ 'ศิลปะแห่งฟิสิกส์' เว้ย!" ธันวาทำเสียงออดอ้อนแบบน่าหมั่นไส้ พร้อมกับเอียงคอมองกล้องด้วยสายตาวิบวับ "กูแค่อยากให้คนดูเข้าใจเรื่องแรงตึงผิว (Surface Tension) แบบเห็นภาพชัดๆ ไง ถ้าไม่เอาไข่ต้มมาลอง แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าน้ำตาสาวๆ ที่อกหักมันมีความหนืดเท่าไข่ขาวดิบหรือเปล่า"
"เกี่ยวอะไรกับน้ำตาสาวอกหักวะนั่น! นั่นมันสารละลายโปรตีนกับน้ำตาหลอกเด็ก!" อคินพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ความดันในเลือดพุ่งสูงปรี๊ดทุกครั้งที่ต้องมานั่งแก้ปัญหาให้เด็กโข่งอย่างธันวา "มึงรู้ไหมว่าคลิปล่าสุดที่มึงทำเรื่อง 'กระโดดตึกวัดใจด้วยแรงโน้มถ่วง' ยอดวิวตกฮวบแถมทัวร์เกือบลง เพราะคนดูเขาบอกว่าฟิสิกส์มึงมั่วจนไอน์สไตน์ในหลุมยังต้องลุกขึ้นมาตบกบาลมึงเนี่ย!"
"อ้าว แรงโน้มถ่วงมันก็ดึงลงล่างเหมือนกันป่ะวะ กูแค่เพิ่มความเร่งด้วยการกระโดดถีบลังกระดาษ..."
"นั่นแหละที่เขาเรียกว่า 'ตกควาย' ไม่ใช่ฟิสิกส์!" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนธันวาต้องหุบยิ้มลงนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องมองผ่านหน้าจอมายังอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ "ผู้บริหารเรียกกูเข้าไปพบเมื่อเช้า บอกว่าถ้าสัปดาห์นี้ช่องของมึงยังเรียกเรตติ้งและสาระที่ดีไม่ได้ เตรียมตัวโดนตัดงบสนับสนุนแล้วเอาสตูดิโอไปทำช่องรีวิวอาหารแมวแทน"
ห้องสตูดิโอขนาดกลางที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวsเราะพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ จางหายไป เหลือเพียงแววตาระคนความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้เล่น แม้ภายนอกเขาจะดูเหมือนคนไม่แคร์โลก แต่ช่องนี้คือสิ่งที่เขารัก และเขาก็ไม่อยากให้มันเจ๊งคามือเพียงเพราะมุกแป้กๆ ของตัวเอง
"โห... ขนาดนั้นเลยเหรอวะคุณชาย" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงมาเป็นจริงจังขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่วายหยอดทิ้งท้าย "แสดงว่าถ้าช่องกูรอด มึงก็ไม่ต้องไปนั่งรีวิวอาหารแมวใช่ป่ะ... เป็นห่วงกูเหรอเนี่ย เขินแย่เลยนะเนี่ย"
"ใครเป็นห่วงมึง! กูแค่ไม่อยากโดนผู้บริหารเรียกไปด่ารวมกับความกาวของมึงแค่นั้นแหละ!" อคินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหูขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด—อาการแพ้ทางธันวาที่แสดงออกมากี่ครั้งก็ยังคงเดิมไม่เคยเปลี่ยน "ฟังนะธันวา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคลิป ทุกสคริปต์ และทุกการทดลองของมึง ต้องผ่านการตรวจและเซ็นอนุมัติจากกูก่อน ห้ามทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด ไม่งั้นกูจะไปยึดเราเตอร์ไวไฟที่บ้านมึงซะ!"
"โหดร้ายทารุณที่สุด!" ธันวาแกล้งทำเป็นฟูมฟายเอามือทาบอก "ขู่จะยึดไวไฟนี่มันผิดกฎหมายมนุษยธรรมนะเว้ยวิศวกร!"
"นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่คือคำสั่งจากคนที่จะคอยเช็ดก้นเช็ดเชือกให้มึง... เอ๊ย คอยควบคุมคุณภาพงาน!" อคินเผลอหลุดปากพูดอะไรที่น่าอายออกไปจนต้องรีบกระแอมกลบเกลื่อนเพื่อดึงฟอร์มความคีพคูลกลับมา "พรุ่งนี้แปดโมงเช้า เจอกันที่ห้องประชุมแผนกวิศวกรรม ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว ถ้ามึงมาสาย กูจะบังคับให้มึงเรียนฟิสิกส์นิวตันพื้นฐานใหม่ตั้งแต่บทแรกจนจบเล่ม!"
"รับทราบครับผมท่านหัวหน้าหน่วยคีพคูล" ธันวาทำวันทาเลียนแบบทหารยามด้วยท่าทางกวนประสาท "แต่ก่อนจะถึงพรุ่งนี้เช้า... กูมีคำถามฟิสิกส์ข้อหนึ่งอยากถามมึงว่ะอคิน"
อคินขมวดคิ้วด้วยความระแวง "อะไรของมึงอีก?"
"ถ้าแรงดึงดูดของโลกมันดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าหากัน..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาแพรวพราวส่งตรงผ่านเลนส์กล้องมายังอีกฝ่าย รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "แล้วทำไมแรงดึงดูดในใจกู ถึงวิ่งเข้าหาแต่วิศวกรหน้ามึนอย่างมึงคนเดียวล่ะวะเนี่ย?"
*ตึ้ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชสดังขึ้นบนหน้าจอมือถือของอคินทันทีพร้อมกับประโยคบอกรักชวนเลี่ยนที่ถูกส่งตรงเข้ามาในกล่องข้อความส่วนตัว และก่อนที่อคินจะทันได้ตั้งสติหรือด่ากลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ ธันวาก็กดปุ่มยกเลิกข้อความ (Unsend) อย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... ความเร็วมือระดับเทพของพ่อหนุ่มสายกาวนั้นดันช้ากว่าสายตาเฉียบคมของวิศวกรผู้สังเกตการณ์ทุกรายละเอียด อคินเห็นข้อความนั้นเต็มสองตา—หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของวิศวกรหนุ่มกลับกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงต้นคอ เขาอ้าปากพะงาบๆ จะพิมพ์ด่ากลับแต่ก็พิมพ์ไม่ออก มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำมือถือร่วงหล่นลงพื้น ขณะที่หน้าจออีกฝั่ง ธันวากำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้พร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายก่อนตัดสาย
"แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้าครับ... คุณสามี... เอ๊ย! คุณอคินสุดหล่อ!"
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
สายถูกตัดไปแล้ว แต่อคินยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หัวใจเต้นระรัวราวกับวิ่งมาราธอนสิบกิโลเมตร เขากัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก มือเรียวยาวกำโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สมองประมวลผลคำว่า *'กฎของนิวตันทำไมต้องมีเธอมาวุ่นวาย'* วนซ้ำไปซ้ำมาในหัวเป็นรอบที่ร้อย... และเขาก็เพิ่งรู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่า ชีวิตอันแสนสงบสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อยของวิศวกรหนุ่มผู้คีพคูลคนนี้ กำลังจะพังทลายลงอย่างราบคาบด้วยน้ำมือของนายธันวาจอมกาวคนนี้เสียแล้ว
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่สนามแม่เหล็กแห่งความกาวและความฟีลกู๊ดในตอนแรกนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าการโคจรมาพบกันของสองขั้วตรงข้ามจะสร้างปฏิกิริยาเคมี (หรือฟิสิกส์) ชวนฟินเบอร์ไหนในตอนหน้า ห้ามพลาดเดขาดนะครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 1
กฎของนิวตันทำไมต้องมีเธอมาวุ่นวาย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!