เสียงคำรามต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่นระดับเจ็ด ไม่เคยเป็นดนตรีที่ไพเราะในหูของอีไลจาห์ วอล์คเกอร์ มันคือเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ ซึ่งพร้อมจะแผดเผาทุกชีวิตในสถานีอวกาศเอนโดราให้กลายเป็นฝุ่นผงได้ทุกเมื่อ หากคำนวณตัวเลขผิดพลาดไปแม้แต่นصفทศนิยมเดียว
นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือไนลอนสีดำกำลังเคาะแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนดวงตาสีเทาเข้มที่ฉายแววเหนื่อยล้า ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ในชุดช็อปวิศวกรเปื้อนคราบน้ำมันไฮดรอลิก ขมวดคิ้วมุ่นขณะจ้องมองกราฟแสดงผลพลังงานที่กำลังเต้นเรقผิดปกติบนจอภาพ
"แปลก..."
เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก อีไลจาห์หยุดนิ้วที่กำลังพิมพ์ เขาปรับมุมมองภาพสามมิติของท่อส่งพลังงานหลักโซนสาม ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวเหล็กกล้ากว่าสองร้อยเมตร สัญญาณชีพจรพลังงานที่ควรจะราบเรียบดั่งเส้นกราฟของคนตาย กลับปรากฏคลื่นความถี่ต่ำหยักขึ้นมาเป็นจังหวะ คล้ายกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตกำลังเต้นระรัวอยู่ภายในหลอดเลือดเหล็ก
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของเซ็นเซอร์ อุปกรณ์ตรวจจับรุ่นไทเทเนียมซีรีส์นี้ผ่านการสอบเทียบเมื่อสามชั่วโมงก่อนโดยตัวเขาเอง
"มีปัญหาอะไรหรือครับ วอล์คเกอร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานด้วยอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง อีไลจาห์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ผู้กองคาเล็บ รีด ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องควบคุมหลัก เครื่องแบบทหารยามรักษาความปลอดภัยของสหพันธ์อวกาศถูกรีดเรีบบกริบไร้ที่ติ เหรียญตราประดับหน้าอกสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนตัดกับบรรยากาศมืดสลัวของห้องเครื่องยนต์อย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณมาเพื่อถามว่าสถานีนี้จะระเบิดใส่หน้าเราเมื่อไหร่ ผมตอบได้เลยว่ายังไม่ใช่หนาวนี้ครับ ผู้กอง" อีไลจาห์ตอบโดยไม่ละสายตาจากจอภาพ มือยังคงลากเส้นกราฟเพื่อแยกแยะสัญญาณรบกวนออก "แต่ถ้าคุณมาเพื่อดูว่าระบบระบายความร้อนของผมทำงานมีประสิทธิภาพแค่ไหน เชิญยืนเงียบๆ แล้วใช้สายตาคมๆ ของคุณกวาดมองไปที่จอภาพนั่นแทนดีกว่าครับ"
คาเล็บก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอานิสงส์ของระเบียบวินัยลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของวิศวกรหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบหยุดยืนซ้อนหลังในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น ระยะที่กฎระเบียบของสถานีไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาล้ำเส้นบุคลากรฝ่ายเทคนิค
ดวงตาสีดำสนิทของนายทหารกวาดมองตัวเลขบนหน้าจอ รอยย่นจางๆ ระหว่างคิ้วของคาเล็บปรากฏขึ้น—ปฏิกิริยาทางกายภาพที่ซื่อสัตย์ที่สุดของชายผู้ถูกฝึกมาให้เก็บอาการ "ความถี่แบบนี้... ไม่ใช่การรั่วไหลของแรงดันแก๊สปกติ"
"คุณฉลาดกว่าที่ผมคิดนะ ผู้กอง นึกว่าสมองของคุณจะมีแต่คู่มือข้อบังคับและกฎอัยการศึกเสียอีก" อีไลจาห์เอ่ยปากแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยยิ้ม ดวงตาสองคู่ประสานกันผ่านเงาสะท้อนบนกระจกโฮโลแกรม เคมีที่ขัดแย้งระหว่างความไร้ระเบียบอันยืดหยุ่นของวิศวกรกับความแข็งกระด้างของกฎหมายทหาร ปะทะกันเงียบๆ ในอากาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง
"อย่ามาล้อเล่นกับผมในยามวิกฤต วอล์คเกอร์" คาเล็บโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนอีไลจาห์ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่าย "สถานีนี้มีประชากรสามหมื่นชีวิต ถ้าแกนพลังงานหลักเกิดความผิดพลาด ผมต้องเป็นคนเซ็นชื่อในใบมรณะบัตรของพวกเขาทั้งหมด... รวมถึงคุณด้วย"
"ถ้าผมกลัวความตาย ผมคงไม่มาทำงานในนรกเหล็กกล้าแห่งนี้หรอกครับ" อีไลจาห์หันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่กระชั้นชิดทำให้จมูกเกือบชนกัน ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทที่ซ่อนความเปราะบางบางอย่างไว้ "แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย คือการที่เรากำลังถูกคุกคาม... จากบางสิ่งที่ไม่อยู่ในคู่มือของคุณ"
คาเล็บไม่ได้ถอยหนี เขากลับจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำท้าทายนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือใหญ่ของนายทหารยื่นออกไป วางทับลงบนแผงควบคุมข้างมือของอีไลจาห์ กักตัววิศวกรหนุ่มไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับร่างกายของเขา
"อธิบายมา ว่าคุณเจออะไร" เสียงของคาเล็บต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
อีไลจาห์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พยายามดึงเขาสู่หลุมดำแห่งอารมณ์ เขาสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะกดปุ่มคีย์ลัดบนแป้นพิมพ์
หน้าจอโฮโลแกรมขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นภาพจำลองสามมิติของท่อพลังงานหลักโซนสาม แต่สิ่งที่ถูกเน้นย้ำด้วยสีแดงกะพริบไม่ใช่รอยร้าวของโลหะ มันคือรหัสข้อมูลขนาดมหึมาที่กำลังถูกเข้ารหัสและส่งออกไปยังพิกัดลึกลับนอกระบบสุริยะ
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางกลศาสตร์ครับ ผู้กอง" อีไลจาห์พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเป็นกอง ดวงตาสีเทาฉายแววตื่นตะลึงระคนหวาดระแวง "มีใครบางคน... หรือบางระบบกำลังแอบใช้ท่อพลังงานของเราเป็น ‘สื่อกลาง’ ในการส่งสัญญาณบางอย่างออกไปข้างนอก"
คาเล็บขมวดคิ้วแน่น "ส่งไปที่ไหน?"
"นั่นคือปัญหาครับ..." อีไลจาห์เลื่อนแถบเวลาถอยหลังเพื่อวิเคราะห์ต้นตอของแพ็กเก็ตข้อมูล "สัญญาณนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากภายนอกสถานี... แต่มันถูกถอดรหัสและส่งออกไปจาก ‘สถานีวิจัยร้างโซนศูนย์’ พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดที่ไม่มีใครเหยียบย่างมานานกว่าสิบปี"
ห้องควบคุมหลักตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันที มีเพียงเสียงหึ่งต่ำของเครื่องยนต์ที่ยังคงทำงาน เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากทางเดินด้านนอก—มันเป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีกำหนดการอยู่ในตารางเวรยามของสถานี และระบบสแกนใบหน้าอัตโนมัติที่หน้าประตูกลับไม่ส่งสัญญาณเตือนภัยใดๆ ทั้งสิ้น
คาเล็บหันขวับไปมองบานประตูโลหะทึบที่ปิดสนิท มือขวาเลื่อนลงไปกุมด้ามปืนพกเลเซอร์ที่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ ในขณะที่อีไลจาห์ก้มลงมองหน้าจอควบคุมอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
รหัสข้อมูลสีแดงที่เคยกระพริบอยู่บนจอ พลแปรเปลี่ยนเป็นข้อความสั้นๆ ตัวอักษรสีขาวสว่างจ้า ปรากฏขึ้นกลางหน้าจอโฮโลแกรมต่อหน้าต่อตาพวกเขาทั้งสองคน:
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... อีไลจาห์ รหัสผ่านของคุณถูกต้อง”*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อวกาศอันเวิ้งว้างและลึกล้ำไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 1
สัญญาณจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!