“วางอาคมลงเสียเถิดอาจารย์คง... เลือดที่เปื้อนมือท่าน มันมากพอที่จะถมแม่น้ำสายนี้ให้ตื้นเขินได้แล้ว”
อคินเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางซากปรักหักพังของสำนักไสยเวทเก่าแก่ที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษไม้ผุพังจากการปะทะกันอย่างหนักหน่วง เขาไม่ได้ตะโกน แววตาของชายหนุ่มนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม มือขวาของเขากำวัตถุมงคลชิ้นสุดท้ายไว้แน่น ขณะที่เบื้องหน้า อาจารย์คงในสภาพที่ร่ายกายทรุดโทรมจากการย้อนกลับของอาคมที่ตนเองสร้างขึ้น กำลังหัวเราะเสียงแหบพร่า
“ตื้นเขินงั้นหรือ?” อาจารย์คงกระอักเลือดออกมาเป็นก้อนสีดำคล้ำ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองอคินอย่างอาฆาต “เจ้าเห็นวิญญาณพวกนั้นไหมอคิน พวกมันไม่เคยไปไหน! มันเกาะกินข้า... เกาะกินสิ่งที่ข้าสร้าง! เจ้าบอกให้ข้าหยุด แต่ข้าหยุดไม่ได้... ชะตาข้าถูกเขียนไว้ด้วยความตายตั้งแต่เริ่ม!”
รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างอคิน ขยับปืนในมือแน่นขึ้น แม้เธอจะเป็นคนสมัยใหม่ที่เคยยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ แต่ภาพตรงหน้าคือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ ดวงวิญญาณนับสิบที่ถูกอาจารย์คงกักขังไว้กำลังรายล้อมร่างของชายแก่ พวกมันบิดเบี้ยว ร่ำไห้ และกรีดร้องด้วยเสียงที่ไม่ได้ยินด้วยหู แต่บาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
“พวกมันไม่ได้เกาะกินท่านหรอกครับ...” อคินก้าวเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัวจากการใช้เนตรทิพย์ “ท่านต่างหากที่ผูกมัดตัวเองไว้กับความทุกข์ของคนอื่นด้วยความโลภ ท่านไม่ได้อยากบรรลุวิชา แต่ท่านกลัว... กลัวว่าถ้าไม่มีอำนาจนี้ ท่านก็จะเป็นเพียงแค่คนแก่ที่ถูกโลกทอดทิ้ง”
คำพูดของอคินเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลฉกรรจ์ อาจารย์คงชะงัก ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งด้วยอาคมเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองสีเทา วิญญาณที่เคยอาฆาตแค้นเริ่มเปลี่ยนสีจากดำมืดเป็นความโปร่งแสง พวกมันดูเหมือนจะจดจำบางอย่างได้จากการที่อคินยอมปลดปล่อยพันธนาการ
“ผมเห็นพ่อแม่ผมแล้ว...” อคินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลง เขามองผ่านร่างของอาจารย์คงไปยังวิญญาณคู่หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาของหมอผีเฒ่า “ท่านไม่ได้รอให้ผมแก้แค้น แต่ท่านรอให้ผมปล่อยวาง”
รินรดาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของอคินเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นดึงสติของเขาให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
“ทุกอย่างจบแล้วอคิน” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจที่เจือปนด้วยความเศร้า “วิญญาณเหล่านั้น... พวกเขาไปสู่สุคติแล้ว”
อาจารย์คงทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง เสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขาเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วง วิญญาณสุดท้ายที่หลุดจากร่างของเขาหันกลับมามองอคินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสลายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
อคินยืนนิ่งอยู่นาน เขาหลับตาลง สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่เคยเกาะกินหัวใจมาตลอดหลายปีค่อยๆ จางหายไป ราวกับพายุที่พัดผ่าน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่แสนสะอาดตา
“คุณจะทำอย่างไรต่อ?” รินรดาถามขึ้นทำลายความเงียบ เธอเก็บปืนเข้าซองแล้วมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เริ่มมีแสงสีส้มทองทอประกาย เป็นสัญญาณของวันใหม่ที่ไร้ซึ่งมนตร์ดำครอบงำ
อคินหันไปมองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่มผู้ผ่านศึกหนักมาตลอดชีวิต “ผมคงต้องเริ่มหางานทำที่มันปกติกว่านี้ครับ ริน... บางทีการเป็นนักแปลหนังสือ หรือพนักงานห้องสมุด อาจจะเป็นชีวิตที่ผมใฝ่ฝันมานานโดยไม่รู้ตัว”
“ฟังดูไม่เลวเลยนี่คะ” รินรดาหัวเราะเบาๆ “แต่ฉันคงต้องไปรายงานตัวที่กรมฯ ก่อน... คดีนี้คงต้องเขียนสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรืออะไรทำนองนั้น”
“เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ” อคินพยักหน้า
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันออกจากซากสำนักไสยเวท อคินหยุดเดินครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองจุดที่อาจารย์คงเคยอยู่ ไม่มีอะไรเหลืออยู่ตรงนั้น นอกจากความว่างเปล่าที่แสนสงบ เขาไม่ได้รู้สึกสะใจ ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้น สิ่งที่เขาได้รับในวันนี้คือความเข้าใจว่า ไม่ว่าโลกจะมืดมิดเพียงใด แสงสว่างไม่ได้มาจากชัยชนะเหนือผู้อื่น แต่มาจากชัยชนะเหนือความมืดมิดในใจของตนเอง
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เห็นทั้งคนและผี อคินตระหนักได้ว่านี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ลมเช้าพัดพาเอาละอองฝุ่นและกลิ่นของดอกไม้ป่าเข้ามาปะทะใบหน้า เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกว่าปอดของเขาเต็มไปด้วยอากาศที่สดชื่น ไม่ใช่ไออาคมที่เน่าเฟะ
“ไปหาอะไรทานกันดีไหมครับ?” อคินชวน “ผมรู้จักร้านโจ๊กหน้าปากซอยที่อร่อยที่สุดในเมือง”
รินรดาหันมามองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “ถ้าเป็นร้านที่ไม่มีวิญญาณนั่งทานอยู่ด้วย ฉันก็ยินดีค่ะ”
เสียงหัวเราะของทั้งสองดังแทรกผ่านความเงียบของป่า อคินก้าวเดินไปข้างหน้า ทิ้งอดีตที่โชกเลือดไว้เบื้องหลัง วันนี้ไม่ใช่เพียงแค่รุ่งอรุณของวันใหม่ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่อคินได้เป็นเจ้าของมันจริงๆ เสียที เนตรทิพย์ของเขายังคงอยู่ แต่มันไม่ใช่อาวุธอีกต่อไป มันเป็นเพียงหน้าต่างบานหนึ่งที่คอยเตือนให้เขารู้คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ในโลกที่แม้จะเต็มไปด้วยปริศนา แต่ก็ยังงดงามพอที่จะให้เขาได้ก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุข
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและไขปริศนาไปกับอคินจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 20
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!