“รอยเย็บที่คอกระด้างกว่ารอยเชือดบนผิวเนื้อปกติสามเท่า... คุณดูนี่สิรินรดา รอยนิ้วมือนี่ไม่ใช่ของมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจหรอกครับ”
อคินใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนภาพถ่ายในแฟ้มคดีที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสะท้อนแววตาที่เรียบเฉย ทว่าลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นกลับสั่นไหวด้วยความเย็นเยียบที่ไม่มีใครหยั่งถึง เขากำลังจ้องมองภาพศพหญิงสาวในชุดราตรีที่ถูกทิ้งไว้อย่างอนาถกลางคฤหาสน์ร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา
รินรดาถอนหายใจยาว เธอพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอก นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้ววางถ้วยกาแฟดำที่เย็นชืดลงบนโต๊ะ ดวงตาของอดีตมือปราบสาวจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย
“อคิน ผมว่าคุณควรหยุดเอาทฤษฎีไสยศาสตร์มาปนกับหลักนิติวิทยาศาสตร์ได้แล้ว” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความหนักแน่น “ผลชันสูตรจากนิติเวชระบุชัดเจนว่าผู้ตายขาดอากาศหายใจจากการถูกรัดคอด้วยเส้นใยสังเคราะห์ ฆาตกรคือคน ไม่ใช่ผีสางที่ไหนที่คุณพร่ำบอกหรอกนะ”
อคินเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาไม่ได้มองที่รินรดา แต่มองทะลุผ่านไหล่ของเธอไปที่มุมมืดของห้อง เงาในมุมนั้นดูเหมือนจะขยับไหวผิดจังหวะ อคินเห็นมัน... ร่างโปร่งแสงของหญิงสาวที่เพิ่งเห็นในรูปถ่าย กำลังยืนก้มหน้า มือข้างหนึ่งของเธอกุมลำคอที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงคล้ำ เส้นผมยาวสยายปิดบังใบหน้า แต่หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นไม้พรมปูพื้นอย่างต่อเนื่อง
“คุณบอกว่าฆาตกรคือคน... แล้วรอยเล็บที่ฝังลึกลงไปในกระดูกต้นคอนั่นล่ะครับ เป็นรอยเล็บที่ยาวผิดมนุษย์ แถมยังมีคราบเขม่าสีดำติดอยู่” อคินขยับตัวเข้าใกล้รินรดามากขึ้น เสียงของเขาลดต่ำลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ “คนทั่วไปคงมองไม่เห็น แต่คุณลองมองไปที่มุมห้องนั่นสิ... เธอยืนอยู่ตรงนั้นมานานกว่าสิบนาทีแล้ว”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าอคินไม่ใช่คนเพ้อเจ้อ ความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านสันหลังไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอหยิบปืนพกประจำกายออกมาวางบนโต๊ะโดยสัญชาตญาณ แม้จะปฏิเสธเรื่องเหนือธรรมชาติมาตลอด แต่ทุกครั้งที่อยู่กับชายผู้นี้ เธอมักจะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
“อคิน... ถ้าคุณกำลังเล่นตลกแบบเดิมๆ เพื่อให้ฉันยอมรับเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ผมบอกเลยว่ามันไม่ตลก” เธอกล่าว แต่เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
“ผมไม่ได้ล้อเล่นครับ”
อคินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเงามืดนั้น วิญญาณหญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่กลายเป็นสีเลือดขุ่นมัว ริมฝีปากที่ถูกเย็บปิดสนิทด้วยด้ายอาคมสีแดงชาดขยับเขยื้อน ส่งเสียงแหบพร่าที่ดังอยู่ในหัวของอคินโดยตรง
*‘ท่าน... ท่านอาคม... เขาเอาวิญญาณฉันไปขังไว้ในสร้อยมุก... ช่วยด้วย...’*
อคินรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ เขาไม่ได้สะดุ้ง แต่กลับหลับตาลงเพื่อเพ่งกระแสจิตเข้าหาเงาร่างนั้น ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นธูปเก่าๆ ผสมกับกลิ่นสาบสางของเนื้อเน่าโชยเข้ามาอบอวลในห้องทำงานที่สะอาดสะอ้าน รินรดาร้องอุทานพลางลุกขึ้นถอยหลังไปชนกับตู้หนังสือ เมื่อเห็นแจกันดอกไม้บนโต๊ะขยับหมุนด้วยตัวเองก่อนจะแตกกระจายลงพื้น
“รินรดา! หลบไปข้างหลังผม!” อคินตะโกนก้อง มือขวาคว้าเอาเครื่องรางไม้แกะสลักรูปเข็มทิศเก่าแก่ที่ห้อยคอออกมา มันเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ท่ามกลางความมืด
“นี่มันบ้าอะไรกัน! ทำไมไฟถึงดับ!” รินรดาพยายามหยิบไฟฉาย แต่แสงไฟฉายของเธอกลับฉายไปกระทบกับเงาประหลาดที่กำลังยืดขยายตัวจนทาบไปทั่วผนังห้อง เงาสีดำสนิทนั้นมีลักษณะเหมือนชายร่างใหญ่สวมชุดคลุมขาดรุ่งริ่ง แผ่รังสีอำมหิตที่ทำให้คนธรรมดาแทบจะขาดใจ
อคินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา ความรู้สึกถึง ‘อาจารย์คง’ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายอาคมแบบเดียวกับที่พรากครอบครัวเขาไปเมื่อสิบปีก่อนกำลังวนเวียนอยู่ที่นี่ ในกรุงเทพมหานครที่เปรียบเสมือนป่าคอนกรีตแห่งนี้ มีใครบางคนกำลังใช้ชีวิตบริสุทธิ์เพื่อบรรลุวิชาอมตะ
วิญญาณหญิงสาวหวีดร้องอย่างโหยหวนก่อนจะสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงสร้อยมุกเส้นหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น อคินรีบก้มลงหยิบมันขึ้นมา สัมผัสแรกที่ได้รับคือความร้อนดั่งเหล็กเผาไฟ
“สร้อยเส้นนี้... คือต้นตอครับรินรดา” อคินเงยหน้าขึ้น ทว่าในความมืดที่แสงไฟฉายของรินรดาฉายไป เขากลับเห็นชายชราในชุดสีดำสนิทนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเขาที่ว่างเปล่าเมื่อครู่นี้ รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวของชายชราคนนั้นดูเหมือนจะเยาะเย้ยทุกการกระทำของพวกเขา
“อคิน... นั่นใคร...” รินรดาส่งเสียงสั่นสุดขีด
ชายชราค่อยๆ ยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์บางอย่างในอากาศ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มปรากฏขึ้นบนเพดานห้อง เป็นรูปอักขระโบราณที่อคินจำได้แม่นยำว่าเป็นยันต์กักวิญญาณสายดำขั้นสูงสุด ก่อนที่เงาร่างนั้นจะเลือนหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบที่ทิ้งไว้ว่า “ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง... ทายาทสายเลือดสุดท้าย”
อคินกำสร้อยมุกแน่นจนนิ้วซีดขาว เขารู้ดีว่าความลับที่เขาพยายามปิดตายกำลังถูกเปิดออก และเกมฆาตกรรมนี้ไม่ได้จบลงแค่การตามหาคนร้าย แต่มันคือการเดิมพันด้วยวิญญาณของเขาเองที่จะต้องสู้กับเจ้าของเงาที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางสายมืดนี้ไปพร้อมกับผมครับ "เข็มทิศมองวิญญาณ"
รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 1
นิมิตสีเลือด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!