รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 12

ข้ามเส้นตาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นธูปสาบสงฆ์คละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ รินรดาพยายามกะพริบตาเพื่อขับไล่ความมืดมัวที่เกิดจากผ้าดิบชุบน้ำมันพรายผืนหนาที่ถูกมัดปิดตาไว้ ความเย็นเฉียบของพื้นปูนเปลือยแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่แผ่นหลัง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความหนาวยะเยือกของสถานที่ คือเสียงสวดภาษาขอมโบราณที่ดังแว่วมาจากมุมมืด เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะท้านราวกับไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ปกติ "ตื่นแล้วหรือครับ... ผู้หมวดคนเก่ง" เสียงแหบแห้งที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับเสียงลากไม้เท้ากระทบพื้นปูน เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าเธอ รินรดาพยายามดิ้นรนข้อมือที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมถักจากสายสิญจน์ดิบ เชือกเส้นนั้นบาดลึกจนเนื้อหนังแสบร้อน ทุกครั้งที่ขยับ ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปถึงกระดูก "อาจารย์คง... แกทำบ้าอะไรวะ" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ลมหายใจจะติดขัดจากความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ แต่สัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยังคงดังก้อง "ความบ้าหรือครับ? หึ... นี่คือการบรรลุสัจธรรมต่างหาก" อาจารย์คงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจ "วิชาสายมารของอาตมา... หรือตอนนี้ควรเรียกว่าอาจารย์ จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลย หากขาด 'ภาชนะ' ที่บริสุทธิ์และมีจิตใจเด็ดเดี่ยวอย่างคุณ ผู้หมวด... เลือดของคุณ น้ำตาของคุณ และความแค้นของคุณในวาระสุดท้าย จะเป็นสื่อกลางชั้นดีในการเปิดประตูสู่ขุมพลังที่แท้จริง" ผ้าปิดตาถูกกระชากออกอย่างแรง แสงไฟสีส้มสลัวจากเทียนเล่มใหญ่ที่ตั้งอยู่รอบวงเวียนอักขระทำให้รินรดาต้องหรี่ตาลงปรับโฟกัส ภาพตรงหน้าคือห้องใต้ดินกว้างที่อับชื้น ผนังห้องเต็มไปด้วยรอยเลือดสีดำคล้ำที่เขียนเป็นยันต์ล้อมรอบตัวเธอ บนแท่นบูชาไม้สักทองเก่าแก่มีกะโหลกมนุษย์วางเรียงราย และตรงกลางวงสิญจน์ มีร่างของอคินถูกมัดตรึงอยู่กับเสาไม้ไผ่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว "อคิน!" รินรดาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่ม ศีรษะของเขาตกพับ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือดแห้งกรัง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนที่ใกล้จะมอดดับ อาจารย์คงเดินเข้าไปใกล้เสาไม้ไผ่ มือเหี่ยวย่นถือมีดหมอโบราณที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวับวาว เขาใช้ปลายมีดแตะที่คางของอคินที่สติเลือนราง "คุณอคินนี่เขารักคุณมากเสียจริงนะครับ รินรดา" อาจารย์คงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "รู้ทั้งรู้ว่านี่คือกับดัก แต่ก็ยังดั้นด้นตามหาคุณจนเจอ... น่าประทับใจในความโง่เขลาของความรักเสียจริงมนุษย์เรา น่าเสียดายที่เนตรทิพย์มองเห็นวิญญาณของเขา ช่วยอะไรไม่ได้ในยามที่คมมีดจ่ออยู่ที่คอหอดหรอก" อคินค่อยๆ ปรือตาขึ้น สายตาของเขาไม่ได้มองที่หมอผีเฒ่า แต่ทอดมองมาที่รินรดาแววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความรู้สึกผิดและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่ภายใน "ริน..." เสียงของอคินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "อย่า... มองตาเขา" "อวดดีนักนะไอ้หนุ่ม!" อาจารย์คงตวัดมีดกรีดลงบนหัวไหล่ของอคินอย่างไม่ลังเล เสียงร้องเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของอคิน หยดเลือดสีแดงสดไหลรินลงตามเรียวแขน หยดลงสู่พื้นปูนที่ลงอักขระไว้ ทันทีที่เลือดสัมผัสพื้น เส้นสายยันต์สีดำรอบตัวพวกเขาก็เปล่งแสงเรืองรองสีแดงฉานขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงกลัว รินรดาเบิกตากว้าง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความคับแค้นใจ เธอนึกถึงคำเตือนของอคินตลอดหลายวันที่ผ่านมา เรื่องไสยเวท เรื่องวิญญาณ และเรื่องความมืดมนในจิตใจมนุษย์ที่เธอเคยคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย บัดนี้ความจริงอันโหดร้ายได้ตบหน้าเธออย่างจัง ทุกอย่างที่เธอปฏิเสธกำลังพรากชีวิตคนที่เธอรักไปทีละน้อย "หยุดนะ! อยากได้ชีวิตนักไม่ใช่หรือไง เอาฉันไปสิ! ปล่อยเขาไป!" รินรดากู่ร้องสุดเสียง พยายามกระชากข้อมือตัวเองจนเลือดอาบเชือก "ใจเย็นๆ ครับ ผู้หมวด... ถึงคิวของคุณแน่ แต่ต้องรอให้พิธีกรรมสมบูรณ์เสียก่อน" อาจารย์คงยิ้มเยาะ เดินถือมีดหมอวนกลับมาหารินรดา "การสังเวยวิญญาณผู้หญิงที่ยังมีลมหายใจและเปี่ยมด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดี คือเครื่องบูชาที่มืดมนที่สุด ร่างกายของคุณจะกลายเป็นร่างทรงถาวรให้กับอาคม 'ปะกำเลือด' และหลังจากนั้น... อำนาจที่เหนือกว่าความเป็นความตายก็จะอยู่ในกำมือของอาตมา" หมอผีเฒ่าท่องคาถาพึมพำ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน อากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาดำนับสิบร่างปรากฏขึ้นตามมุมมืดของห้อง พวกมันส่งเสียงโหยหวนและพยายามคลานเข้ามาหารินรดา ดวงตาสีแดงก่ำของภูตผีเหล่านั้นจ้องมองเธอด้วยความหิวโหย รินรดากัดฟันแน่น แม้ความกลัวจะกัดกินขั้วหัวใจ แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ไม่เคยหายไป เธอแอบขยับข้อเท้าที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรง มีดพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ตรงขอบรองเท้าบูทคือความหวังสุดท้าย แม้จะรู้ว่าโอกาสรอดมีน้อยนิด แต่เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อให้มันย่ำยีศักดิ์ศรีแต่ฝ่ายเดียว "โอม... มะอะอุ พุทธสังมิ..." เสียงสวดของอาจารย์คงดังขึ้นถึงจุดไคลแม็กซ์ เขายกมีดหมอขึ้นสูงเหนือศีรษะเตรียมปักลงกลางอกของรินรดา ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง ที่ไม่มีใครคาดคิด... เงาร่างหนึ่งที่ถูกมัดอยู่กับเสาไม้ไผ่ ซึ่งควรจะหมดสติและไร้ทางสู้ กลับเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของอคินที่เคยเป็นสีดำสนิท บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนไร้แววตา และรอบตัวของเขากลับปรากฏไอสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นราวกับเปลวเพลิงนรก แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายจนเทียนทุกเล่มในห้องดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงความมืดมิดและเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ...ไม่ใช่เสียงของอคิน แต่เป็นเสียงของใครอีกหลายคนที่กำลังกรีดร้องพร้อมกัน "กูบอกมึงแล้ว... ว่าอย่าแตะต้องคนของกู" ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความระทึกขวัญในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยฆ่าอาคมเลือด: ปริศนาวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%