ความตายมักมาเยือนในรูปแบบที่มนุษย์คาดไม่ถึงเสมอ สำหรับ 'ไป๋ห้าว' ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่โลหิต ความตายในยามนี้ไม่ใช่เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าดิน หากแต่เป็นความเงียบงัน... ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากกระบี่ของตนเองซึ่งแปรสภาพเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงอุทานลอดไรฟันของไป๋ห้าวสั่นเครือ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนชุ่มโชก ดวงตาเบิกโพ้างลานระคนหวาดผวา ยามที่มองดูคมกระบี่นับร้อยเล่มซึ่งเขาชักนำออกมาด้วยเคล็ดวิชา 'พายุดาราสังหาร' บัดนี้กลับหยุดค้างกลางอากาศ ราวกับถูกห้วงเวลาแช่แข็งไว้ด้วยมือของเทพยดา
หลี่มู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า มือขวาไขว้หลัง มือซ้ายคีบแผ่นยันต์สีทองอร่ามที่มีเส้นสายอักขระโบราณเรืองแสงสีฟ้าครามจางๆ แววตาของชายหนุ่มราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความทะนงตน มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
"วิถีกระบี่... หาใช่การฆ่าฟันเพื่อพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ไม่"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอื้อiนเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตวิญญาณของผู้ฟังยิ่งกว่าเสียงอสุนีบาท
"เจ้าหลงทางอยู่ในกองเลือดและชื่อเสียงมายาวนานเกินไปแล้ว ไป๋ห้าว การที่เจ้าใช้กระบี่เพื่อกดขี่ผู้อื่น นั่นหาใช่ผู้ใช้วกระบี่... แต่เป็นเพียงทาสรับใช้ของคมดาบต่างหาก"
"สามห่าว! อวดดีนัก!"
ไป๋ห้าวคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว พลังปราณสีโลหิตพวยพุ่งทะยานออกจากร่างราวกับเปลวเพลิงนรก เขาตบฝ่ามือลงบนพื้นศิลาจนแตกละเอียดเพื่อเรียกคืนการควบคุมกระบี่ ทว่า... ยันต์อักขระในมือของหลี่มู่เฉินกลับเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นอีกระลอก
*ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!*
เสียงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว อักขระสีทองนับพันตัวหลุดลอยออกจากแผ่นยันต์ ถักทอเป็นตาข่ายแสงขนาดยักษ์ครอบคลุมรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) กดทับลงมาดั่งภูเขาห้าขุนเขา กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินภายในอาณาเขตนี้ถูกบิดเบือนชั่วพริบตา คลื่นพลังกระบี่ของไป๋ห้าวที่เคยแหลมคมจนสามารถผ่าดาราได้ กลับถูกบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็นละอองหมอกสีขาว
เซียนจื่อเวย ซึ่งยืนอยู่บนยอดเสาหินแกะสลักห่างออกไป ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งยามนี้กลับไหววับด้วยความระทึก นางมองแผ่นหลังของบุรุษผู้ยืนหยัดท่ามกลางพายุอักขระด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจที่เคยปิดตายและด้านชาจากการถูกหักหลังโดยอาจารย์ผู้ให้กำเนิด กลับถูกความอบอุ่นและพลังอันยิ่งใหญ่ของชายหนุ่มเข้ากัดเซาะทีละน้อย
*เขามิได้ใช้กระบี่... แต่กลับสยบกระบี่ทั่วหล้าด้วยแผ่นยันต์เพียงแผ่นเดียว บุรุษผู้นี้... แท้จริงแล้วตัวตนที่แท้จริงคือผู้ใดกันแน่?* จื่อเวยรำพึงในใจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
"จ... เจ้าใช้วิชามารอันใดกัน!" ไป๋ห้าวถอยหลังกรูด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง แรงกดดันจากค่ายกลอักขระทำให้กระดูกทั่วร่างของเขา ส่งเสียงลั่นกรอบราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
"วิชามารหรือ?" หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้ง "นี่คือวิถีแห่งธรรมชาติ เป็นการใช้อักขระสะท้อนจิตเดิมแท้ของสรรพสิ่ง กระบี่ของเจ้าร่ำไห้เพราะเจ้านำมันไปเปื้อนเลือดอธรรม ข้าเพียงแค่... ช่วยปลดปล่อยมันให้เป็นอิสระก็เท่านั้น"
สิ้นคำพูดของหลี่มู่เฉิน กระบี่นับร้อยเล่มของไป๋ห้าวพลันหันปลายคมเข้าหาเจ้าของเดิมพร้อมเพรียงกัน!
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงเย็นเยียบวาบผ่าน ห้วงอากาศถูกกรีดจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท ไป๋ห้าวเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้า ปลายกระบี่นับร้อยเล่มหยุดห่างจากลำคอและจุดชีพจรสำคัญของเขาเพียงเสี้ยวลมหายใจ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนขนหัวลุกชัน
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสายลมที่พัดพาเศษฝุ่นละอองปลิวว่อน ไป๋ห้าวนั่งคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พ่ายแพ้อย่างราบคาบทั้งกระบวนยุทธและจิตวิญญาณ โดยที่ศัตรูยังไม่ทันได้ชักกระบี่ออกจากฝักเลยแม้แต่คราเดียว!
หลี่มู่เฉินเก็บแผ่นยันต์กลับเข้าสู่อกเสื้ออย่างนิ่มนวล ท่าทีผ่อนคลายราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงการปัดกิ่งไม้ใบหญ้า เขาเหลือบมองผู้อาวุโสสำนักกระบี่โลหิตด้วยแววตาปลงอนิจจัง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหาหญิงสาวผู้เลอโฉมที่ยืนรออยู่
ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินก้าวเท้าเดินกลับมาหาเซียนจื่อเวยนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นหนทึบและหนาวเหน็บขึ้นอย่างฉับพลัน ท้องนภาที่เคยกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬหนาทึบ บดบังแสงดาราจนมืดมิดในพริบตา
*เปรี้ยงงงง!*
อสุนีบาทสีทองคำสายมหึมาฟาดผ่าลงมาจากใจกลางมิติโดยไม่มีสัญญาณเตือน แรงระเบิดสะทือนเลื่อนลั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น คลื่นปราณระดับราชันเซียนพรั่งพรูออกมาจากรอยแยกมิติที่เปิดออกอย่างไร้เหตุผล
ร่างเงาสูงสง่าในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ปรากฏกายขึ้นกลางสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ใบหน้าสวมหน้ากากเงินลายพรายกระบี่ ปล่อยกลิ่นอายกดขี่ข่มเหงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าไป๋ห้าวร้อยเท่า ทะยานพุ่งตรงเข้าหาเซียนจื่อเวยด้วยความเร็วเหนือแสง พร้อมกับกระบี่โบราณในมือที่อาบไล้ด้วยโลหิตสีดำมืด!
"ศิษย์ทรยศ... วันนี้คือวันตายของเจ้า!"
เสียงคำรามเหี้ยมเกรียมดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขา และเป้าหมายที่แท้จริงหาใช่หลี่มู่เฉินไม่... หากแต่เป็นกระบี่เล่มที่ปักอยู่กลางหลังของเซียนจื่อเวย ซึ่งซ่อนความลับระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเอาไว้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และอักขระนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 12
กระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!