“ถ้านายตาย... ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเด็ดขาด จำใส่ใจไว้ เรย์!”
เสียงของคริสไม่ได้ดังจนก้องกังวาน แต่มันหนักแน่นและทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามของบอสระดับขุนพลที่กำลังพุ่งตัวเข้าใส่ตรงหน้า เรย์ไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาขยับโล่ในมือให้มั่นขึ้น ความเย็นของเหล็กกล้าที่สัมผัสฝ่ามือกลับร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกที่เขากำลังถ่ายโอนไปสู่เพื่อนร่วมทีมคนเดียวที่เหลืออยู่
ในนาทีนั้น บอส ‘อเวจีเกราะเหล็ก’ ร่างยักษ์พุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปลักษณ์เทอะทะ คมดาบยักษ์ฟาดฟันลงมาด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วโถงดันเจี้ยนชั้นที่สี่สิบแปด แรงสะเทือนทำให้พื้นหินแตกร้าวเรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการรับแรงกระแทกแล่นพล่านไปทั่วแขนจนเส้นเลือดปูดโปน แต่เขาไม่ถอย
เขาไม่ได้สู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว
“คริส! จังหวะนี้แหละ!” เรย์ตะโกนออกไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจ
คริสไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงโปร่งที่คล่องแคล่วดุจสายฟ้าพุ่งทะยานผ่านช่องว่างของโล่ที่เรย์เปิดทิ้งไว้ ดาบในมือคริสส่องประกายสีครามเข้ม เขาไม่ได้เล็งไปที่เกราะหนาของบอส แต่เล็งไปที่จุดบอดเพียงหนึ่งเดียวที่เรย์เพิ่งเปิดเผยให้เห็นจากการ ‘ล่อหลอก’ ให้ศัตรูเปิดช่องโหว่
นี่ไม่ใช่แค่การโจมตี แต่เป็นการเต้นรำบนเส้นด้ายที่ทั้งสองร่วมกันออกแบบมาด้วยความไว้วางใจที่สั่งสมมาตลอดการเดินทาง เรย์ยอมเป็นเหยื่อล่อ ยอมรับความเสียหายเข้าใส่ตัวเพื่อให้คริสได้เข้าถึงจุดตายของศัตรู นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยทำได้ในอดีต—การฝากชีวิตไว้ในมือผู้อื่นโดยไม่หวาดระแวงว่าเขาจะทอดทิ้งกันไป
“ฝากด้วยนะ!”
เสียงกระซิบของเรย์แผ่วเบา แต่คริสได้ยินชัดเจน รอยยิ้มมุมปากที่แสนเยือกเย็นของอดีตหัวหน้ากิลด์ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี คริสหมุนตัวกลางอากาศ พลังมานาอัดแน่นอยู่ที่ปลายดาบก่อนจะแทงเข้าที่รอยร้าวของเกราะอกบอสอย่างแม่นยำ
ร่างมหึมาของอเวจีเกราะเหล็กชะงักกึก ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น เสียงดังสนั่นจนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เรย์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ เขามองดูมือที่สั่นเทาของตัวเองด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก นี่คือชัยชนะที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ชัยชนะที่ไม่ได้เกิดจากความเก่งกาจ แต่เกิดจากการ ‘ยอมรับ’ ว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง
คริสเดินเข้ามาใกล้ ร่างนั้นทอดเงาทับร่างของเรย์ เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ โดยไม่สนคราบเลือดหรือคราบฝุ่นบนชุดเกราะหรูหราของตนเอง คริสยื่นมือมาวางบนไหล่ของเรย์ บีบเบาๆ อย่างหนักแน่น
“นายทำได้ดีมาก เรย์” คริสกล่าว น้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าปกติ “เราผ่านมันมาได้แล้ว”
เรย์เงยหน้ามองคนตรงหน้า สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ในแววตาของคริสนั้นไม่มีความเย็นชาหรือความคาดหวังที่กดดัน มีเพียงความเข้าใจและความเป็นห่วงที่เรย์เคยปรารถนาจะได้รับมาตลอดชีวิต
“เพราะคุณ... ที่เชื่อใจผม” เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำไมได้ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลวนอยู่ในอก
“จากนี้ไป เราจะไม่หันหลังให้กันอีก” คริสกล่าวคำมั่นสัญญาพลางขยับเข้าไปใกล้เรย์มากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน
ทว่า ทันทีที่ความสงบเข้าครอบงำ เสียงระบบเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นไปทั่วโถงดันเจี้ยน แสงไฟสลัวในห้องมืดมิดลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรังสีสีม่วงดำที่น่าสะพรึงกลัว ประตูทางออกที่ควรจะเปิดออกกลับถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์สีเลือด
เรย์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขารีบลุกขึ้นยืนพลางดึงคริสให้ถอยหลัง
“เดี๋ยวก่อน... นี่มันไม่ใช่บอสที่ฆ่าไปแล้ว แต่มันคือ—”
คริสชะงักค้าง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เงามืดเบื้องหน้า ที่ซึ่งร่างเงาจำลองของ ‘ตัวเขาเอง’ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับดาบเล่มเดิมที่เขาสลักชื่อเอาไว้ บนเกราะอกของเงาร่างนั้นมีสัญลักษณ์กิลด์ที่คริสเคยเป็นหัวหน้า ซึ่งถูกทำลายไปพร้อมกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญในอดีต
“นั่นมัน... คริส? ทำไมถึงมีนายอีกคน?” เรย์พึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่า
ร่างเงาของคริสเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งชีวิต ก่อนจะยกดาบขึ้นชี้มาที่พวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับเสียงที่ดังแทรกเข้ามาในหัวของเรย์และคริสอย่างชัดเจน
“บททดสอบถัดไป... คือการเผชิญหน้ากับความจริงที่พวกเจ้าพยายามลบมันทิ้งเสีย”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับชาโดว์ฮันเตอร์นะครับ
Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า•ตอนที่ 48
ชัยชนะของความสามัคคี
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Party: ปฏิบัติการพิชิตเกต รหัสหัวใจนายหน่วยหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!