กลิ่นอายความอับชื้นของคลังอาวุธหลวงผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมเหล็ก คล้ายกลิ่นโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ใต้ร่มเงาของค่ายทหารประจำชายแดนบูรพา ป้ายบัญชีเล่มหนาถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งด้วยแรงปะทะที่มากพอจะทำให้ฝุ่นผงคละคลุ้ง
เซวียนอวี้ไม่ได้ขยับกายถอยหนี เขายังคงยืนนิ่ง สงบราวกับรูปสลักหยกขาวที่ถูกแกะสลักขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกภายใต้แขนเสื้อกว้างแตะลงบนสันปกกระดาษเก่าคร่ำคร่า สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของจำนวนตัวเลขที่ถูกปะติดปะต่อขึ้นอย่างลวกๆ
"กุนซือเซวียน... ท่านเดินทางรอนแรมจากเมืองหลวงนับพันลี้ เพียงเพื่อมาตรวจสอบสมุดเล่มเดียวที่ข้าเป็นคนเซ็นรับรองอย่างนั้นหรือ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะหนังสีเข้มที่ก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นอายของสนามรบและอำนาจดิบเถื่อนแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลง หลวนเฟิง แม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตากรรมทหารครึ่งแสน ปรายตามองผู้มาเยือนด้วยแววตากรุ่นโกรธที่ไม่ได้ถูกปกปิดแม้แต่น้อย ความระแวงฉายชัดในหน่วยตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่ม
เซวียนอวี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับแม่ทัพหนุ่มนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมของกุนซือหนุ่มเจือประกายลึกล้ำราวกับสระน้ำโบราณที่ไร้ก้นบึ้ง เขามิได้สะทกสะท้านต่อแรงกดดันที่อีกฝ่ายจงใจปล่อยออกมาแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ใต้เท้าหลวนเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้เดินทางมาเพื่อตรวจสอบท่าน... แต่ข้ามาเพื่อเตือนสติท่านต่างหากเล่า" เซวียนอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าบาดลึก "อาวุธยุทโธปกรณ์ห้าพันชุดที่ควรจะถูกส่งถึงแนวหน้า กลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในบัญชีหมวดคลังเสบียง หากแม่ทัพผู้เกรียงไกรเช่นท่านไม่ทรงทราบเรื่องนี้ เกรงว่าอำนาจในมือท่านคงกำลังถูกผู้อื่นชักใยอยู่เบื้องหลังโดยไม่รู้ตัวเสียแล้วกระมัง"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด หลวนเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดจนแผ่นอกกว้างแทบจะชนกับร่างโปร่งของอีกฝ่าย เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหีบหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เจ้าเด็กสำอางจากเมืองหลวง... อย่ามาใช้คารมคมคายเล่นลิ้นในค่ายทหารของข้า ที่นี่ไม่มีหกระเบียบราชสำนักให้เจ้ามาเดินตรวจตราเล่น อาาวุธพวกนั้นถูกใช้ไปในการปราบกบฏเมื่อสามเดือนก่อน มีตราประทับของกองทัพรับรองอย่างถูกต้อง ถ้าเจ้าอยากหาเรื่องใส่ตัวนัก ก็เชิญกลับไปเขียนรายงานฟ้องร้ององค์ชายรองตามใจชอบเถอะ!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง อุดมการณ์ที่แตกต่างและการชิงไหวชิงพริบดังก่อตัวเป็นกระแสไฟฟ้าที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เซวียนอวี้ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับโน้มตัวเข้าหาเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ปฏิกิริยาของแม่ทัพหนุ่มอย่างลึกซึ้ง
"ตราประทับถูกต้อง... แต่หมึกที่ใช้ประทับต่างหากเล่าท่านแม่ทัพ ที่ยังไม่แห้งสนิทดี"
เซวียนอวี้เอ่ยทิ้งทวนพร้อมกับใช้ปลายนิ้วพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายให้หลวนเฟิงได้เห็นรอยหมึกที่ยังคงชุ่มชื้นอยู่ใต้แสงตะวันยามอัสดงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ร่างของแม่ทัพหนุ่มชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนสีในพริบตา ความมั่นใจเมื่อครู่พังทลายลงเหลือเพียงความตกใจระคนหวาดระแวง
ก่อนที่หลวนเฟิงจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัว เสียงฝีเท้าฝีนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากความมืดนอกค่าย ทหารยามวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าคำนับด้วยความตระหนก
"เรียนท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... รถเข็นเสบียงลับล็อตสุดท้ายที่เพิ่งมาถึง ถูกพบว่าซ่อนดินปืนและตราประทับปลอมของกองทัพไว้ใต้กองฟาง!"
เซวียนอวี้หรี่ตาลงทันที ขณะที่หลวนเฟิงหันขวับมามองกุนซือหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
...และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบเยียบเย็นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังเงาเสาเรือน ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่
"ดูท่า... แขกผู้สูงศักดิ์ที่พวกท่านไม่ได้เชิญ จะมาร่วมวงเล่นหมากตาแรกนี้ด้วยเสียแล้วกระมัง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากแรกด้วยกันนะคะ หมอกเหมยปลายฤดูสัญญาว่าจะพาไปลุ้นระทึกยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพล•ตอนที่ 1
หมากตาแรกแห่งความสงสัย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
