"ใครอนุญาตให้พวกคุณมาใช้ห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต!"
เสียงคำรามของอาจารย์วิจารณ์ดังสนั่นจนกำแพงห้องกิจกรรมแทบสั่นสะเทือน บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อครู่นี้พลันหยุดชะงัก มินนี่ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาของเธอประสานเข้ากับพายที่ยืนอยู่ไม่ไกล สายตาของเขายังคงนิ่งสงบ แฝงไปด้วยความรู้สึกยากจะคาดเดา แต่มือที่เคยแตะกระเป๋าเสื้อของเธอเมื่อครู่กลับลดลงอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พวกเรากำลังตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์สำหรับการรับน้องรอบหน้าครับอาจารย์" พายเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขาก้าวข้ามความกดดันนั้นไปได้อย่างแนบเนียนจนมินนี่แอบทึ่งในใจ
อาจารย์ปรายตามองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับลงมาจนมินนี่แทบหายใจไม่ออก
"ไปซะ" คำพูดสั้นๆ จากปากพายทำให้มินนี่ได้สติ เธอรีบคว้าของของตัวเองแล้วก้าวเท้าออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงสัมผัสเมื่อครู่... มันไม่ใช่ความตั้งใจที่จะแย่งของ แต่มันเหมือนการปกป้องอะไรบางอย่างที่อยู่ในนั้น
มินนี่เดินเลี่ยงมาทางหลังตึกคณะดนตรีเพื่อหลบความวุ่นวาย เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับก๊อตที่คงกำลังตามหาเธอให้วุ่น แต่แล้วเสียงกีตาร์โปร่งที่ดังแว่วออกมาจากห้องซ้อมดนตรีเล็กๆ ที่ปิดสนิทก็ดึงความสนใจของเธอไว้
ทำนองเพลงนุ่มนวลแต่แฝงความโหยหาไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดว่าจะได้ยินจากชายหนุ่มผู้เป็นเฮดว้ากจอมดุคนนั้น มินนี่ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ประตูที่แง้มไว้เพียงเล็กน้อย ภาพที่เห็นผ่านช่องว่างทำให้เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
พายนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบใบหน้าของเขาเผยให้เห็นมุมที่อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ ดวงตาที่เคยจ้องมองรุ่นน้องด้วยความเข้มงวดบัดนี้กลับหลับพริ้ม จรดนิ้วลงบนสายกีตาร์ด้วยความทะนุถนอม ราวกับว่าเครื่องดนตรีชิ้นนี้คือสิ่งเดียวที่เขาสามารถเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้
เขาไม่ได้เป็นแค่พี่ว้ากที่เย็นชา... แต่เขามีหัวใจที่พริ้วไหวเหมือนตัวโน้ตที่เขากำลังบรรเลง
"ความลับเหรอ..." มินนี่พึมพำกับตัวเอง เธอไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ทุกท่วงทำนองกลับดึงรั้งให้เธอไม่อาจขยับตัวไปไหนได้ ราวกับว่าเพลงนี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวที่พายไม่เคยพูดกับใคร
ทันใดนั้น เสียงกีตาร์หยุดลงกะทันหัน หัวใจของมินนี่หล่นวูบเมื่อเห็นพายหันขวับมาทางประตูที่เธอแอบอยู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววไม่พอใจที่ถูกรบกวน แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความชะงักงันเมื่อเห็นว่าเป็นเธอ
"เธอ..." พายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วน แต่มีแววลังเลซ่อนอยู่ เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางวางกีตาร์ลงอย่างเบามือ
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูค่ะ..." มินนี่รีบแก้ตัว เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "แค่ได้ยินเสียงเพลง... มันเพราะมาก"
พายเงียบไปครู่ใหญ่ เขาก้าวเดินตรงมาหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย กลิ่นหอมจางๆ แบบสะอาดสะอ้านจากตัวเขาทำให้มินนี่รู้สึกวูบวาบในอก "เพลงนี้... ไม่ควรมีใครได้ยิน"
"ทำไมคะ" มินนี่กล้าถามออกไป เพราะความสงสัยมีมากกว่าความกลัว "ในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ทำไมต้องซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางดุร้ายพวกนั้น"
พายจ้องลึกเข้ามาในตาของมินนี่ สายตาของเขามีความสับสนปนเปอยู่ "เพราะโลกในมหาวิทยาลัยไม่ได้ใจดีกับคนที่แสดงความอ่อนแอออกมาหรอกมินนี่ เธอเองก็ควรรู้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอ"
คำพูดของเขาแทงใจดำมินนี่อย่างจัง เธอที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อต่อต้านครอบครัวที่ตีกรอบให้เธอมาตลอดชีวิต กลับถูกอ่านออกได้ง่ายดายเหลือเกิน
"แล้วถ้าการแสดงความอ่อนแอ มันคือวิธีเดียวที่จะทำให้เราซื่อสัตย์กับตัวเองได้ล่ะคะ" มินนี่ถามกลับ พยายามรวบรวมความกล้า
พายยื่นมือมาข้างหน้า เกร็งนิ้วเล็กน้อยก่อนจะลดลง ราวกับเขากำลังต่อสู้กับความคิดตัวเองในหัว แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง มินนี่หันไปมองและต้องตกใจเมื่อเห็นรินกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่ฉายแววโกรธเกรี้ยว โดยมีก๊อตเดินตามมาด้วยท่าทีร้อนใจ
"พี่พาย! ทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ!" เสียงรินแหลมสูงขึ้นทันทีที่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันในมุมมืด เธอรีบเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างมินนี่และพาย
ก๊อตที่เพิ่งตามมาถึงรีบดึงแขนมินนี่ให้ถอยห่าง "มินนี่! เธอหายไปไหนมา รู้ไหมว่าทุกคนตามหาตัวเธอจนทั่ว"
บรรยากาศที่เคยมีความเปราะบางและลึกซึ้งพลันแตกสลาย มินนี่มองพายที่กลับมาสวมหน้ากากความนิ่งเฉยดุจหินผาอีกครั้ง เขามองมาที่เธอแวบหนึ่งด้วยสายตาที่เธอก็แปลความหมายไม่ออก ก่อนจะหันไปหารินด้วยท่าทีเย็นชาเช่นเคย
"ไม่มีอะไร เราแค่กำลังจะกลับกันแล้ว" พายตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินสวนทุกคนออกไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
รินยิ้มเยาะเย้ยมินนี่อย่างผู้ชนะ ก่อนจะรีบก้าวตามพายไป ทิ้งให้ก๊อตจ้องมองมินนี่ด้วยความไม่พอใจ
"เธออย่าไปยุ่งกับเขามินนี่ คนอย่างพี่พายไม่ได้มีดีแค่นั้นหรอก... เธอไม่รู้หรอกว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง" ก๊อตกระซิบด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
ในตอนที่มินนี่กำลังจะอ้าปากเถียง เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ข้อความจากเบอร์แปลกส่งเข้ามาสั้นๆ ว่า *"อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นในห้องซ้อม... นั่นมันแค่กับดัก"* มินนี่หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังของพายที่ลับสายตาไป พร้อมกับความสงสัยที่พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับมินนี่นะคะ
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 6
ความลับใต้เงาห้องเชียร์
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!