“เสียงของ ‘คนในภาพ’ อีกคนเหรอคะ...”
พายทวนคำพูดนั้นช้าๆ น้ำเสียงของเฮดว้ากหนุ่มไม่ได้สั่นไหวอย่างที่รินคาดหวัง ตรงกันข้าม มันนิ่งสนิทจนน่ากลัว ปลายสายที่เงียบไปชั่วขณะเสมือนห้วงเวลาที่ถูกแช่แข็ง รินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างก๊อตส่งยิ้มมุมปาก เธอรอคอยวินาทีที่ความสัมพันธ์เปราะบางนี้จะแตกสลายคามือ
ในขณะเดียวกัน มินนี่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลบนม้านั่งใต้ต้นจามจุรีเก่าแก่ หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หูอื้ออึงราวกับมีเสียงคลื่นซัดสาด ความหวาดระแวงที่พยายามปัดเป่ามาตลอดทั้งสัปดาห์กำลังกัดกินความมั่นใจของเธอทีละน้อย ภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือนั้น... ภาพที่พายยืนอยู่กับรินในมุมมืดหลังตึกคณะวิศวะเมื่อสองวันก่อน ยังคงติดตา
“ใช่ครับพี่พาย” เสียงของก๊อตแทรกเข้ามาผ่านสปีกเกอร์โฟน น้ำเสียงมีความกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างปิดไม่มิด “ถ้าพี่ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายจนน้องมินนี่ต้องเสียใจไปมากกว่านี้ ผมว่าเราควรมาเคลียร์กันหน่อยดีไหมครับ ที่ร้านกาแฟหน้ามอ... อีกสิบนาที”
*ติ๊ด*
สายถูกตัดไปโดยไม่รอคำตอบ รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปมองมินนี่ที่กำลังกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความสะใจ
“พี่เตือนน้องแล้วนะคะ มินนี่” รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแต่ยังคงรักษากริยาผู้ดี “ผู้ชายแบบพี่พาย เขาไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กกะโปโลหรอกค่ะ เขาก็แค่ ‘เล่นสนุก’ ไปตามประสาเฟรชชี่น่าตาจิ้มลิ้มเท่านั้นเอง”
มินนี่เม้มปากแน่น ความโกรธและความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามเกียรติได้ง่ายๆ
“ถ้าพี่รินว่างมากนัก... ช่วยเอาเวลาไปส่องกระจกดูตัวเองก่อนดีไหมคะ ว่าทำไมถึงต้องคอยตามตื๊อผู้ชายที่เขาไม่ได้รัก!” มินนี่สวนกลับเสียงสั่น แต่แววตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
รินหน้าชา หุบยิ้มฉับทันที ยกมือขึ้นชี้หน้าเด็กสาวด้วยความโกรธจัด “แก! นังเด็กนี่...!”
“พอได้แล้วครับ ริน”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปพบกับพายที่ยืนก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ แววตาของเฮดว้ากหนุ่มในยามนี้ไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมเหมือนเวลาที่อยู่กับมินนี่ แต่มันเย็นชาและดุดันจนน่ากลัว รัศมีคุกคามที่เคยใช้คุมน้องปีหนึ่งถูกปล่อยออกมาเต็มพิกัดจนรินต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
พายไม่ได้ชายตามองรินแม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาที่มินนี่ คนตัวเล็กที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความอัดอั้น
“มินนี่...” พายเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นอ่อนลงทันทีที่เอ่ย พายสาวเท้ายาวเข้ามาใกล้ ยื่นมือออกหมายจะแตะไหล่บาง แต่เด็กสาวกลับเบี่ยงตัวหลบ ปฏิกิริยานั้นทำให้หัวใจของคนตัวสูงกระตุกวูบ
“พี่พายจะไปไหนคะ ไปหาร้านกาแฟตามที่เพื่อนหนู... เอ้ย ตามที่ก๊อตนัดไว้ใช่ไหมล่ะคะ?” มินนี่แค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความน้อยใจพุ่งถึงขีดสุด “ไปสิคะ! ไปฟังเสียง ‘คนในภาพ’ ของพี่เลยค่ะ หนูมันก็แค่เด็กงี่เง่าคนหนึ่งที่พี่ต้องมารับผิดชอบตามคำสั่งเพื่อนใช่มล่ะคะ!”
พายขมวดคิ้วมุ่น เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือคว้าข้อมือเล็กของมินนี่ไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอหันหลังเดินหนีไปไหนอีก
“ฟังพี่นะคะ มินนี่” พายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาจริงใจสะท้อนภาพของเธอชัดเจน “พี่ไม่เคยคิดว่าเราเป็นภาระ... และเรื่องภาพถ่ายบ้าๆ นั่น พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ถูกแอบถ่ายไปแล้ว”
“แล้วเสียงในโทรศัพท์ล่ะคะ? ก๊อตบอกว่า...”
“อยากรู้ใช่ไหมครับ ว่าเสียงใคร?” เสียงทุ้มแทรกขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงของพาย แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากด้านหลังของตึก ก๊อตเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเต็มเปี่ยม ในมือถือโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอค้างไว้ พร้อมที่จะกดเปิดคลิปเสียงปริศนาที่เขาอ้างนักอ้างหนา
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ลมหายใจของทุกคนถูกกลั้นไว้ มินนี่หันไปมองก๊อตสลับกับพาย หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล
“เชิญครับพี่พาย เปิดให้รินกับมินนี่ฟังหน่อยสิครับ ว่า ‘เสียงคนในภาพ’ ที่คุยกับพี่อย่างสนิทสนมเมื่อคืนวันก่อนเนี่ย... เขาพูดว่าอะไรบ้าง” ก๊อตยิ้มเยาะ ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าพาย
พายถอนหายใจยาวนาน เขามองหน้าก๊อตด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ทำให้ก๊อตถึงกับขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“นายแน่ใจเหรอโว๊ย ว่าอยากให้ฉันเปิดมันตอนนี้” พายเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ทำไมล่ะครับ? กลัวความจริงจะเปิดเผยเหรอ” ก๊อตท้าทาย
“เปล่าหรอก...” พายปรายตามองโทรศัพท์ในมือเด็กหนุ่ม ก่อนจะหันมาสบตากับมินนี่ “พี่แค่นึกสงสัยว่า... นายไปเอา ‘เสียงตัดต่อ’ บ้าๆ นี้มาจากไหนต่างหากล่ะก๊อต”
“หะ... หา? ตัดต่ออะไรกัน!” ก๊อตหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อพายพูดแทงใจดำ
“คิดว่าฉันจำเสียงเพื่อนสนิทตัวเองไม่ได้หรือไง?” พายก้าวเข้าไปประชิดตัวก๊อต รัศมีความเป็นเฮดว้ากกดดันจนก๊อตต้องก้าวถอยหลัง “เสียงผู้ชายในคลิปนั้น... เสียงของไอ้ภัทร เพื่อนสนิทแกเองไม่ใช่เหรอ ที่มันโทรมาปรึกษาเรื่องจะสารภาพรักกับดาวคณะอีกคนเมื่อคืนก่อน แล้วบังเอิญฉันเดินผ่านไปได้ยินพอดี แกเอาเสียงมันมาตัดต่อสลับคำ เพื่อจะปั่นหัวมินนี่... ใช่ไหม?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที รินอ้าปากค้าง หันขวับไปมองก๊อตที่ตอนนี้เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
มินนี่เบิกตากว้าง หันไปมองเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ ม.ปลาย ภาพของก๊อตที่เธอกล่าวโทษและไว้ใจมาตลอดกำลังพังทลายลงต่อหน้า
“ก๊อต...” มินนี่เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “นี่แก... ทำแบบนั้นจริงเหรอ?”
ก๊อตอ้าปากพะงาบๆ หาคำแก้ตัวไม่ถูก “มะ... มินนี่ อย่าไปเชื่อมันนะ! มันโกหก เพื่อจะเอาตัวรอด!”
“พอได้แล้วก๊อต!” มินนี่ตวาดลั่น หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม “แกโกหกฉันมาตลอดเลยใช่ไหม? ที่ทำทั้งหมดนี่... เพราะแกไม่อยากให้ฉันคบกับพี่พายใช่ไหมล่ะ!”
“ฉันทำเพราะฉันรักแกนะมินนี่!” ก๊อตหลุดปากตะโกนออกมาด้วยความอั้นตัน แววตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “แกไม่เห็นเหรอว่ามันไม่ได้จริงใจกับแก! ผู้ชายคนนี้มันอยู่คนละโลกกับแก!”
“โลกของเราจะต่างกันแค่ไหน... แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าแกมีสิทธิ์มาปั่นหัวความรู้สึกของฉันนะก๊อต!” มินนี่สะอื้นฮัก ความผิดหวังกัดกินหัวใจยิ่งกว่าตอนที่สงสัยพายเสียอีก
พายดึงตัวมินนี่เข้ามาสวมกอดไว้แน่น มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างอ่อนโยน เป็นการปลอบประโลมที่เงียบเชียบแต่มั่นคงที่สุด รินที่ยืนอยู่ตรงนั้นทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว เธอสะบัดหน้าหนีและเดินหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างน่าสมเพช ส่วนก๊อต ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายไปในฝูงชน
ลานจามจุรีกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนสองคน
พายค่อยๆ คลายกิอดอ้อมกอดออก เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับมินนี่ นิ้วเรียวเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวลแผ่วเบา
“ร้องไห้ขี้มูกโป่งหมดแล้วยัยตัวแสบ” พายเอ่ยแซwเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มอ่อนโยน
มินนี่ตีแขนแกร่งไปทีหนึ่งแก้เขิน แต่ก็ยังสะอื้นอยู่เล็กน้อย “ฮื่อ... ก็พี่เล่นทำตัวน่าสงสัยนี่คะ ใครจะไปรู้เล่า!”
“พี่บอกแล้วไงคะว่าเชื่อใจพี่... หัวใจของพี่ มีไว้ให้น้องเฟรชชี่ดื้อๆ คนนี้คนเดียวตั้งแต่แรกแล้ว” พายกระซิบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอบอุ่น สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่กาลเวลาและอุปสรรคใดๆ ก็ไม่สามารถสั่นคลอนได้
มินนี่หน้าร้อนผ่าว เธอก้มหน้าซบลงกับอกแกร่งของพายซ่อนรอยยิ้มแห่งความสุขที่เอ่อล้น ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ผันเปลี่ยน กาลเวลากำลังเดินหน้าไปสู่อีกบทCHAPTER หนึ่งของชีวิต
การเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งผ่านพ้นไปแล้ว... บทเรียน ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และการเติบโต ได้หล่อหลอมให้เด็กสาวดื้อรั้นคนเดิมกลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น และความรักของเธอกับเฮดว้ากหนุ่มสายละมุน ก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรักในวัยศึกษาสกปรกชั่วคราว แต่มันคือเรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในความทรงจำ... ตราบนานเท่านาน ดั่งนิรันดร์ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้
...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักของพวกเขานะคะ
รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน•ตอนที่ 35
นิรันดร์ในรั้วมหาวิทยาลัย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยเฟรชชี่กับพี่ว้ากสายละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!