"อย่าพยายามอ่านสิ่งที่เจ้าของร่างไม่ได้เขียน รินทร์... มันจะกัดกินสมองเธอจนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเป็นคน"
น้ำเสียงของธามแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงเสียดสีของโลหะที่ครูดไปบนพื้นคอนกรีต เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้องทำงานที่แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่จนน่าเวียนหัว รินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เธอทำเพียงแค่จ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่บัดนี้กลายเป็นกระดาษจดบันทึกให้แก่ ‘ใครบางคน’ ในโลกคู่ขนาน
ของเหลวสีดำข้นยังคงไหลซึมออกมาจากรอยบาดบนปลายนิ้ว มันไม่ได้เป็นเพียงเลือดหรือหมึก แต่มันคือเส้นใยที่ถักทอเป็นตัวอักษรภาษาแปลกประหลาดบนผิวหนังของเธอ รินทร์ขบกรามแน่น ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ที่บาดแผล แต่มันแล่นพล่านไปตามเส้นประสาทราวกับมีเข็มเย็นจัดนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่สมองส่วนความจำ
"ธาม... นายเรียกมันว่า 'การเขียน' งั้นเหรอ?" รินทร์เอ่ยถาม เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว "แต่นี่มันคือการประกาศสงคราม"
เธอยกมือขวาขึ้น ส่องมันเข้ากับแสงไฟจากกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง กระจกบานนี้ไม่ใช่แค่บานที่สิบสาม แต่มันคือประตูที่สะท้อนถึงทุกอย่างที่เธอสูญเสียไป ดวงตาของเงาในกระจกไม่ได้เคลื่อนไหวตามเธอ มันจ้องเขม็งมาที่รอยเขียนบนฝ่ามือของรินทร์ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย รินทร์หรี่ตาลง พยายามถอดรหัสรอยหยักและจุดที่หมึกสีดำเหล่านั้นก่อตัวขึ้น
ดวงตาของเงานั้น... มันไม่ได้มองมาที่รินทร์ แต่มันกำลังอ่านสิ่งที่รอยแผลเขียนไว้บนมือของเธอ
"หยุดเถอะรินทร์ เธอรู้ไหมว่าถ้าเธออ่านจบ ความทรงจำที่เธอเพียรลบมันทิ้งไปในวันอุบัติเหตุจะย้อนกลับมาหาเธอในรูปแบบที่เลวร้ายกว่าเดิม" ธามก้าวเท้าออกมาจากเงามืด แสงไฟตกกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเขา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากผ่านดวงตาข้างซ้าย ซึ่งเป็นรอยเดียวกับที่รินทร์มีอยู่บนใบหน้าของเธอเองในกระจก
รินทร์แค่นหัวเราะ รอยยิ้มของเธอเย็นเยียบจนธามชะงัก "ความทรงจำงั้นเหรอ? นายคิดว่าฉันลบมันทิ้งจริงๆ หรือธาม? ฉันแค่ซ่อนมันไว้... ไว้ในที่ที่แม้แต่เงาของฉันเองก็เอื้อมไม่ถึง"
เธอเริ่มไล่นิ้วมือผ่านตัวอักษรสีดำข้นนั้น มันร้อนเหมือนถ่านไฟ แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มีเพียงความกระหายใคร่รู้ที่พุ่งพล่าน รหัสในดวงตาของเงานั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด มันคือลำดับเหตุการณ์... วินาทีที่รถคันนั้นพุ่งตกเหว วินาทีที่ความตายไม่ได้มาเยือนเพียงคนเดียว แต่มาเพื่อสลับที่กัน
‘หันกลับมา...’ รอยแผลบนมือเริ่มขยับ มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือรอยแผลสดที่ขยายตัวขึ้นเป็นรูปร่างของปากที่กำลังกระซิบ
รินทร์ก้มลงมองกระจกอีกครั้ง เงานั้นไม่ได้อยู่ในกระจกแล้ว แต่มันกำลังพยายาม ‘แทรกซึม’ ออกมาจากพื้นผิวกระจก มือของมัน... มือที่เต็มไปด้วยหมึกสีดำคว้าขอบกระจกแน่น มันกำลังดึงตัวตนของมันข้ามมาหาเธอ
"เธอเปิดประตูให้มันแล้ว รินทร์" ธามพึมพำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ลมหายใจของเขามีกลิ่นของสนิมเหล็กและกลิ่นอายของดินเย็นๆ จากสุสาน
"ฉันไม่ได้เปิดให้มัน..." รินทร์กล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเงาที่ตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง "ฉันแค่กำลังต้อนรับตัวฉันเองกลับบ้านต่างหาก"
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงแสงสลัวจากรอยแผลที่เรืองแสงสีม่วงหม่นบนฝ่ามือของรินทร์ที่ให้ความสว่าง รินทร์รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบที่ประทับลงบนไหล่ของเธอจากด้านหลัง ไม่ใช่จากธาม... เพราะธามยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอในความมืดด้วยลมหายใจที่หยุดนิ่ง
สัมผัสนั้นกระซิบผ่านริมฝีปากที่ไร้เสียงอยู่ข้างหูเธอ "บันทึกในหน้าถัดไป... ไม่ได้เขียนด้วยเลือด แต่เขียนด้วยชื่อของคนที่เธอรักที่สุดที่ตายไปในรถคันนั้น"
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของตนเองอย่างชัดเจนในความมืด ชื่อที่เธอไม่เคยกล้าเรียกหามาตลอดห้าปี ชื่อที่สลักอยู่บนป้ายหลุมศพที่เธอไม่เคยไปเยือน
นั่นไม่ใช่ชื่อของคนรักที่ตายไป... แต่มันคือชื่อของ 'ธาม' ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวินาทีนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยวไปพร้อมกับรินทร์นะคะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 15
รหัสลับในดวงตา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!