เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 32

ภาพหลอนที่กลายเป็นจริง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ความเมตตาเป็นเพียงหน้ากากของคนที่ไม่มีอำนาจพอจะลงมือฆ่า... รินทร์ เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนดีงั้นหรือ? หรือแค่เป็นคนขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับว่าเธอก็อยากเห็นตัวเองตายไปตั้งนานแล้ว” เสียงของธามก้องสะท้อนอยู่ในมิติที่ว่างเปล่า ความมืดมิดที่โอบล้อมรินทร์ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เงียบงัน แต่มันคือเสียงกระซิบที่บาดลึกเหมือนใบมีดโกน รินทร์ขดตัวอยู่บนพื้นผิวที่เย็นเยียบและขรุขระ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาในจมูก เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ผนังห้องทำงานของเธออีกต่อไป มันคือโลกที่บิดเบี้ยว... โลกที่ทุกอย่างถูกสะท้อนกลับด้าน รินทร์ยันตัวลุกขึ้น มือที่สั่นเทาสัมผัสได้ถึงเศษแก้วชิ้นเล็กๆ ที่ฝังลึกอยู่ในฝ่ามือ ความเจ็บปวดที่แหลมคมเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ทว่าเมื่อเธอมองออกไปเบื้องหน้า หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น ธามไม่ได้เดินจากไป... เขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น ในห้องโถงที่ทุกอย่างดูเหมือนห้องนั่งเล่นในอดีตของเธอ แต่ละชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ถูกจัดวางอย่างผิดที่ผิดทาง เก้าอี้โซฟาถูกพลิกคว่ำ และโคมไฟเพดานห้อยต่องแต่งเหมือนซากศพที่ถูกแขวนคอ “นี่ไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหม” รินทร์ถาม เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ธามหันกลับมา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดเป็นทางยาว แววตาของเขาไม่ได้มีความเห็นใจอย่างที่เคยเห็นมาตลอดหลายปีที่รู้จักกัน แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า “ภาพหลอนมักจะหายไปเมื่อเรากระพริบตา แต่ฉันอยู่นี่... และฉันไม่ใช่แค่แขกผู้มาเยือน” เขาเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเดินแต่ละก้าวของเขาสร้างเสียงดังกังวานบนพื้นไม้ที่บิดเบี้ยว “จำได้ไหม รินทร์? ตอนที่เธอยืนอยู่หน้ากระจกบานที่สิบสาม เธอไม่ได้แค่ทำมันแตก เธอกำลังเปิดประตู... ประตูที่เธอเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำที่แตกสลาย” รินทร์ถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับกำแพงเย็นเฉียบ “ฉันไม่ได้ทำ... ฉันพยายามรักษาผู้ป่วย ฉันพยายามช่วยพวกเขา ไม่ใช่ดึงพวกเขาสู่ความตายแบบนี้!” “ช่วยเหรอ?” ธามหัวเราะ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูคล้ายเสียงแก้วแตกละเอียด “เธอกำลังรักษาคนอื่น หรือเธอกำลังหาเหยื่อมาสังเวยให้กระจกเพื่อรักษาตัวตนของเธอเองกันแน่? ดูที่กระจกบานนั้นสิ รินทร์ ดูให้ชัดๆ” เขาสั่งพลางชี้ไปยังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง กระจกบานนั้นไม่ได้แตกละเอียดเหมือนที่รินทร์จำได้ แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยแสงสีนวลตาที่ดูเหมือนหลุมศพ รินทร์ไม่กล้ามอง แต่สายตาของเธอถูกบังคับให้จับจ้องไปที่เงาสะท้อนของตัวเอง ทว่า ในกระจกนั้น... เงาของรินทร์ไม่ได้เลียนแบบท่าทางของเธอ ร่างในกระจกกำลังยกมือขึ้นกุมลำคอของตัวเองอย่างทรมาน สีหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรงกว่ารินทร์คนใดที่เธอเคยรู้จัก และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ รอยแผลเป็นที่คอของเงาในกระจกนั้น... มันคือรอยแผลเดียวกันกับที่คนรักของเธอได้รับในวันเกิดอุบัติเหตุ “มัน... มันไม่ใช่ฉัน” รินทร์กระซิบ น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นสาย “เธอผิดแล้ว” ธามก้าวเข้ามาจนชิดใบหูของเธอ ลมหายใจของเขาเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง “เธอคือความทรงจำที่เหลืออยู่ ส่วนนั่น... คือความจริงที่เธอพยายามลบออกไปจากสมอง เธอไม่ได้ทำใจไม่ได้ที่เขาสูญเสียไปในอุบัติเหตุหรอกรินทร์ เธอทำใจไม่ได้ที่เธอเป็นคนปล่อยมือเขาเองในวินาทีนั้น” โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความทรงจำที่รินทร์พยายามล็อคใส่กุญแจไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจเริ่มพังทลายลงเหมือนผนังเขื่อนที่แตกออก ภาพของวันที่ฝนตกหนัก เสียงยางรถยนต์บดกับถนนที่ลื่นไถล และมือของชายคนรักที่พยายามคว้าขอบประตูรถ... ก่อนที่รินทร์จะตัดสินใจเลือกความปลอดภัยของตัวเองในเสี้ยววินาทีนั้น ความจริงที่เธอกลบฝังไว้กลายเป็นตัวตนที่แยกออกมา มันกำลังเดินออกมาจากพื้นผิวของกระจกทีละนิด! มือเรียวซีดเซียวค่อยๆ โผล่พ้นจากพื้นผิวแก้วเหมือนคนกำลังปีนขึ้นจากผิวน้ำ รินทร์เบิกตากว้าง ความหวาดกลัวที่รุนแรงที่สุดในชีวิตกำลังก้าวเท้าออกมาสู่โลกความเป็นจริง ร่างนั้นก้าวพ้นจากกระจกอย่างช้าๆ รูปลักษณ์ของมันสมบูรณ์แบบ แววตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่สะสมมานานนับปี “ธาม... หยุดมัน! ทำอะไรสักอย่างสิ!” รินทร์ตะโกนด้วยความสิ้นหวัง ทว่าธามกลับยืนกอดอก มองดูเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา “หยุดไม่ได้หรอกรินทร์ เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดไม่ใช่เหรอ? การเผชิญหน้ากับความผิดบาปของตัวเองแบบตัวต่อตัว” ร่างนั้นก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ มันยื่นมือที่เย็นจัดมาสัมผัสใบหน้าของรินทร์อย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงเดียวกับเธอ... แต่น่ากลัวกว่าหลายเท่า “ขอบคุณที่คืนชีวิตให้ฉันนะ... ทีนี้ ถึงตาฉันบ้างที่จะทำให้เธอได้สัมผัสความรู้สึกนั้น” ร่างนั้นหยิบเศษกระจกปลายแหลมที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา และแทนที่จะแทงรินทร์ มันกลับหันปลายแหลมนั้นเข้าหาธาม... แล้วรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวก็ปรากฏบนใบหน้าของเงาที่เหมือนรินทร์ทุกประการ ก่อนที่เธอจะเงื้อเศษแก้วขึ้นสูงและปักลงบนหัวใจของธามอย่างไม่ลังเล! เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นไปทั่วผนังห้อง และในวินาทีที่ร่างของธามทรุดฮวบลง รินทร์กลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หน้าอกของตัวเองอย่างรุนแรงราวกับมีใครเอามีดมาแทงใจเธอจริงๆ ความมืดมิดในห้องเริ่มสั่นคลอนและค่อยๆ กลายเป็นสีแดงฉานเหมือนถูกย้อมด้วยเลือด และเงาที่เหมือนเธอคนนั้นก็นั่งลงข้างร่างไร้วิญญาณของธาม ก่อนจะหันมามองรินทร์ที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น... พร้อมกับหยิบกุญแจห้องทำงานของรินทร์ขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในกระจกเงาบานนี้จนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%