เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 44

ความลับของกระจกเงาต้องสาป

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคือความเงียบงันภายในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลบูรพา—สถานที่ซึ่งไม่มีใครกล้าเหยียบย่างมากว่าสามทศวรรษ รินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาขนาดใหญ่ยักษ์ กรอบไม้สลักลวดลายเถาวัลย์บิดเบี้ยวราวกับมีชีวิต ผิวกระจกเบื้องหน้าไม่ใช่สีเงินเงางามเช่นกระจกทั่วไป แต่มันขุ่นมัวคล้ายผิวแม่น้ำยามค่ำคืนที่มีหมอกหนาทึบปกคลุม และที่สำคัญที่สุด... เงาที่สะท้อนอยู่ในนั้นไม่ได้ขยับตามท่าทางที่เธอเป็น "คุณกำลังมองหาความจริง... หรือกำลังหาทางหนีจากเงาของตัวเองกันแน่ รินทร์" เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เสียงฝเท้าของเขาย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที แผ่นหลังของรินทร์สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า รินทร์ไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน—ภาพอุบัติเหตุบนถนนสายเปลี่ยว รถยนต์คันที่คนรักของเธอนั่งอยู่พุ่งชนราวกั้นก่อนจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึง แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยในกระจกบานนั้น... กลับไม่ใช่คนรักของเธอ แต่เป็นใบหน้าของตัวเธอเองที่กำลังส่งยิ้มเยือกเย็นออกมา "นายรู้อยู่แล้ว... ตั้งแต่แรกใช่ไหมธาม" รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ "ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือการแลกเปลี่ยน" ธามหยุดยืนเคียงข้างเธอในระยะประชิด เขาไม่หลบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่เอ่อคลอเบ้า มือหนายื่นออกไปสัมผัสกรอบกระจกช้าๆ ราวกับกำลังลูบไล้ร่างของคนรักเก่า "โลกของเราไม่ได้มีแค่ฝั่งเดียว รินทร์... บานกระจกนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือสะท้อนภาพ แต่มันคือ ‘รอยต่อ’" ธามหันมาสบตา เเววตาของเขาคมกริบและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน "บรรพบุรุษของคุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมา เพื่อกักขัง ‘ตัวตนด้านมืด’ ที่พยายามจะข้ามฝั่งมาแย่งชิงลมหายใจ แต่การจะปิดผนึกมันได้... ต้องมีหนึ่งชีวิตเป็นเครื่องสังเวย และคนรักของคุณ เลือกที่จะเดินเข้าไปในกระจก เพื่อแลกกับการให้คุณได้มีชีวิตอยู่ต่อในฝั่งนี้" หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ความทรงจำที่เคยเลือนรางกลับชัดเจนขึ้นมาในหัว ทุกหยดน้ำตา ทุกเสียงกรีดร้องในวันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากความสูญเสีย แต่มาจากความจริงที่ว่า... คนที่รอดชีวิตไม่ใช่ตัวเธอในโลกนี้ แต่เป็นเงาจากอีกฝั่งที่สวมรอยเข้ามาแทนที่ต่างหาก รินทร์หันขวับมามองธามด้วยความตื่นตระหนก "ถ้าอย่างนั้น... นายเป็นใครกันแน่ ธาม? นายคือคนจากฝั่งนั้น... หรือนายคือฉันอีกคน?" ธามยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนสติหลุดลอย มือของธามไม่ได้เอื้อมมาปลอบโยน แต่กลับยกขึ้นแตะที่ผิวแก้วของกระจก และในวินาทีนั้นเอง... ผิวกระจกที่เคยขุ่นมัวก็เกิดรอยร้าวลึกเป็นทางยาว เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงับออกมาจากด้านหลังกระจกเงา ร่างเงาสრองที่อยู่ข้างในพยายามทุบกระจกจากด้านในเพื่อออกมาสู่โลกภายนอก ทว่า สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล คือเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ... พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดกระซิบข้างใบหู "อย่าเชื่อสิ่งที่มันบอกนะ... รินทร์ เพราะฉันต่างหาก... คือตัวจริงที่รอเธอกลับมาบ้านนานแล้ว" กระจกเงาบานใหญ่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในพริบตาเดียว *** กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงแตกสลายไปพร้อมกับเศษกระจกในบทนี้ หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่า... เราอาจเป็นเพียงเงาของใครบางคนอยู่ก็ได้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%