เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 19

รอยแยกของมิติ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"นายตายไปแล้ว ธาม" เสียงของรินทร์สั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นที่เธอพยายามเค้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอไม่หันไปมองร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความรู้สึกเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งที่ลามเลียไปตามกระดูกสันหลังทำให้รินทร์รู้ดีว่า สิ่งที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครที่เธอรู้จัก หากแต่เป็นสิ่งที่ 'ลอกเลียน' มาจากความทรงจำอันแตกสลาย "ตาย? นิยามของคนเป็นกับคนตายมันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถือกระจกต่างหากล่ะ รินทร์" เสียงของธามนุ่มนวล ราวกับเสียงกระซิบของคนรักในค่ำคืนที่เงียบสงัด เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นไอฝนและกลิ่นดินที่อบอวลอยู่ในอากาศ—กลิ่นของหลุมศพที่ปิดตายมานานครึ่งปี "ออกไปจากหัวฉัน... ออกไปจากที่นี่!" รินทร์ตะโกนก้อง เธอคว้าเชิงเทียนโลหะหนักบนโต๊ะข้างกาย หันกลับไปฟาดฟันอย่างไร้ทิศทาง ร่างของธามหายวับไปในชั่วพริบตา ราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัดผ่าน เหลือเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังสะท้อนมาจากทุกทิศทางในห้องโถงกว้าง ความหวาดกลัวที่สะสมมานานระเบิดออก เธอพุ่งตัวไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง—กระจกบานที่สิบสามที่ขอบทำจากโลหะสนิมเขรอะ ผิวแก้วที่ควรจะสะท้อนภาพห้องโถง กลับกลายเป็นภาพท้องฟ้าสีหม่นไร้แสงตะวัน รินทร์เงื้อเชิงเทียนในมือสุดแรงเกิด แล้วทุบลงไปบนใจกลางภาพนั้น! *เพล้ง!* เศษกระจกแหลมคมกระจายตัวราวกับดอกไม้เหล็กที่บานออก กรีดลงบนใบหน้าและแขนของเธอจนเลือดสีแดงฉานหยดลงบนพื้นหินอ่อน แต่รินทร์ไม่สนใจความเจ็บปวด เธอหอบหายใจถี่รัว จ้องมองสิ่งที่อยู่หลังรอยแยกของกระจก ทว่า... ทันทีที่ฝุ่นผงกระจกจางลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่กำแพงหลังกระจกที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเป็นมุมเดิมของห้องโถงเดิม บานประตูที่เธอเพิ่งเดินผ่านเข้ามาเมื่อครู่ยังคงปิดสนิท และที่น่าขนลุกที่สุดคือ บนโต๊ะไม้กลางห้อง เชิงเทียนโลหะเล่มเดิมยังคงวางอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ รินทร์" เสียงนั้นดังขึ้นจากที่เดิม—จุดเดิม—ตำแหน่งเดิมเป๊ะๆ รินทร์หันขวับไปมอง ร่างของธามนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์ตัวโปรดของเขา เขากำลังถือแก้วไวน์ที่ยังรินทร์ค้างไว้เมื่อหกเดือนก่อน ราวกับเวลาในห้องนี้ถูกแช่แข็งและหมุนวนอยู่ในลูปที่ไม่มีวันจบสิ้น "นี่มันเกิดอะไรขึ้น... นายทำอะไรกับมิติในนี้?" รินทร์ถาม มือของเธอที่กำเศษกระจกสั่นเทา เลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด "มิติหรือ?" ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเขามองดูเธอด้วยความเวทนาที่ดูเสแสร้ง "รินทร์ เธอเป็นนักจิตวิทยา เธอควรจะรู้ดีไม่ใช่หรือว่า 'ความเป็นจริง' มันก็แค่ภาพสะท้อนในสมอง ถ้าสมองของเธอพังทลาย ภาพสะท้อนของเธอก็ย่อมแตกสลายตามไปด้วย" เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเธอ เสียงฝีเท้าของเขาก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอราวกับเสียงกลองที่กำลังนับถอยหลังไปสู่ความบ้าคลั่ง "ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย รินทร์... คนที่พยายามจะฉีกมิติให้ขาดสะบั้นคือเธอต่างหาก เธอโหยหาคนตายจนสร้างโลกที่พวกเขาได้ 'กลับมา' และตอนนี้... โลกที่ว่ากำลังจะกลืนกินตัวตนของเธอให้หายไป เหลือไว้เพียงแค่เงาที่ไร้เสียง" รินทร์ถอยกรูดไปชนกับผนัง เธอพยายามรวบรวมสติ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่านี่อาจเป็นกับดักทางจิตใจ แต่สัมผัสของเลือดที่ไหลผ่านผิวหนังมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องทำลาย 'กระจก' ที่แท้จริง... ไม่ใช่กระจกที่แขวนอยู่บนฝาผนัง แต่เป็นกระจกที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอเอง "ถ้าฉันเป็นคนสร้าง... ฉันก็จะลบมันทิ้งด้วยมือของฉันเอง" เธอหลับตาลง ตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เธอไม่ได้มองไปที่ธาม แต่เธอมองเข้าไปใน 'ความว่างเปล่า' ของตัวเอง เธอจินตนาการถึงภาพของเธอที่ยืนอยู่หลังกระจกอีกบาน... กระจกที่ซ้อนทับอยู่ในตัวตนของเธอ รินทร์รวบรวมความเจ็บปวดทั้งหมด ความโศกเศร้าจากการสูญเสียธามเมื่อหกเดือนก่อน แล้วบีบคั้นมันให้กลายเป็นความเกลียดชัง "ธาม... ถ้าเธอคือตัวแทนของความทรงจำที่ฉันสร้างขึ้น งั้นเธอก็ควรจะหายไปพร้อมกับกระจกบานนี้" เธอลืมตาขึ้น ทันใดนั้น รอยร้าวไม่ได้ปรากฏบนกระจกบานไหน แต่มันปรากฏขึ้นบน 'อากาศ' ที่ว่างเปล่ารอบตัวธาม รอยแยกสีดำมืดมิดดั่งหลุมศพค่อยๆ ฉีกออกเหมือนกระดาษที่ถูกฉีกกระชาก ร่างของธามเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาของเขากลายเป็นหลุมดำสนิทที่กำลังกรีดร้องอย่างไร้เสียง ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะสลายไป ธามกลับยื่นมือที่เย็นเยียบมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นรุนแรงจนกระดูกรินทร์แทบแหลก เขาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูจนเธอรู้สึกถึงไอเย็นที่ทำเอาผิวหนังพองตัว "รินทร์... ถ้าฉันตายไปอีกรอบ" เขากระซิบ เสียงของเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงของเธอเอง... เสียงของรินทร์ในอีกบุคลิกหนึ่ง "แล้วใครล่ะที่จะคอยเตือนเธอว่า 'ตัวจริง' ของเธอน่ะ... ถูกฝังอยู่ในดินเมื่อหกเดือนก่อน ไม่ใช่ฉัน" ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของธาม... ในเงานั้น เธอไม่ได้เห็นธาม แต่เห็นศพของหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอทุกประการ นอนเน่าเปื่อยอยู่ในโลงศพที่ปิดตาย ก่อนที่รินทร์จะได้กรีดร้อง ประตูห้องโถงที่ปิดสนิทก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่เธอไม่คาดฝันที่สุด... หญิงสาวในชุดสีขาวเปื้อนดิน ผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับรินทร์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ยืนถือกระจกบานจิ๋วในมือ แล้วยิ้มให้เธออย่างเยือกเย็น "ขอบคุณที่เปิดทางให้นะ... ตัวฉันที่อยู่ในเงา" หวังว่าตอนที่สิบเก้านี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นรัวจนหยุดไม่ได้นะคะ "กระจกเงาต้องสาป" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดไปกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%