หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 39

วันที่กำแพงทลายลง

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ชื่อของพราวพิลาสยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ราวกับละอองพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากกล่องแพนดอร่า รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความเหนื่อยหน่ายระคนสมเพชที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยคู่นั้น ขณะที่อัคนีกลับหน้าถอดสีทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งผยอง ท่าทีร้อนรนและตื่นตระหนกนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังหวาดกลัว หวาดกลัวว่าเงาอดีตอันเน่าเฟะจะย้อนกลับมาทำลายเศษเสี้ยวความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะได้รับการซ่อมแซม "คุณกลัวอะไรหรือคะ คุณอัคนี" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ หญิงสาววางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันระหว่างคนทั้งสอง เธอมองอดีตสามีที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้า ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยใช้อำนาจและความเย็นชาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนแหลقสลาย แต่วันนี้... เขากลับดูเหมือนคนใกล้ตายที่กำลังไขว่คว้าหาเศษฟางเส้นสุดท้าย "ริน... ผม..." อัคนีอ้าปากพะงาบ คำแก้ตัวมากมายที่เคยเตรียมไว้จุกแน่นอยู่1ที่ลำคอ เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตานิ่งสนิทที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแปลว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในหัวใจของเธออีกต่อไปแล้ว "คุณไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ" รินรดาตัดบทด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่เธอสร้างขึ้นจากน้ำตา "ต่อให้พราวพิลาสจะกลับมาสร้างพายุลูกใหม่ หรือจะขุดคุ้ยเรื่องอะไรขึ้นมาอีก มันก็ไม่มีค่าอะไรกับฉันแล้วค่ะ... เพราะคนที่เราไม่รัก ต่อให้เขาจะพยายามทำลายชีวิตเราแค่ไหน มันก็ทำได้แค่ยืนมองเรามีความสุขบนเส้นทางที่ไม่มีเขาต่างหาก" คำพูดนั้นกรีดลึกเข้ากลางใจของอัคนี รสชาติขมปร่าแล่นพล่านไปทั่วริมฝีปาก เขารู้ซึ้งในวินาทีนี้เอง ว่าการสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป คือบทลงโทษที่สาสมที่สุดที่ฟ้าดินมอบให้ "แต่ผมกลัว..." เสียงของอัคนีแหบพร่า ดวงตาคมกล้ารื้นด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเก้าอี้ที่รินรดานั่ง มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะปลายนิ้วเรียว แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับตระหนักได้ว่าตนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะสัมผัส "ผมกลัวว่าความผิดพลาดในอดีต จะพรากคุณและลูกไปจากผมอีกครั้ง ริน... ผมขอโอกาส ไถ่บาปให้ผู้ชายสารเลวคนนี้เถอะนะครับ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของอัคนีสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาก้มลงมองชายผู้เคยเป็นดั่งฟ้าผืนใหญ่ของชีวิต บัดนี้เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดคุกเข่าแทบเท้าเธอ ความเจ็บปวดในอดีตกรีดซ้ำรอยแผลเป็นให้ปวดหนึบ แต่ภาพความทุ่มเท ความอ่อนโยนที่เขาแสดงออกต่อ 'น้องรินทร์' ลูกชายตัวน้อย และความพยายามอย่างไม่ลดละที่จะเยียวยาหัวใจดวงนี้ ก็คือกำแพงน้ำแข็งที่ค่อยๆ ละลายลงทีละน้อย "คุณรู้ไหมคะ... ทำไมฉันถึงเกลียดคุณในตอนนั้น" รินรดาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ดวงตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านเส้นผม "ไม่ใช่เพราะคุณหมดรักฉันหรอกค่ะ... แต่เป็นเพราะคุณเลือกที่จะเชื่อคนอื่น มากกว่าคนที่นอนร่วมเตียงเดียวกัน คุณเหยียบย่ำความไว้ใจ จนฉันไม่เหลือความกล้าที่จะรักใครอีกเลย" "ริน..." อัคนีหลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอย่างไร้การควบคุม มันคือหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "แต่..." รินรดาเว้นจังหวะ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมเศษ 1 ของความกล้าที่เหลืออยู่ หันกลับมาสบตากับเขาตรงๆ "เด็กผู้ชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งเคยบอกฉันว่า... คนเราควรได้รับโอกาสที่สองเสมอ ถ้านั่นคือการเริ่มต้นใหม่ด้วยความจริงใจ" อัคนีเบิกตากว้าง หัวใจที่เคยหยุดเต้นไปชั่วขณะกลับมากระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความหวังอันริบหรี่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดมิด "ริน... หมายความว่า..." "ฉันจะให้โอกาสคุณค่ะ, อัคนี" รินรดาระบายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก—รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่หย่าร้างกันไป "เปิดใจยอมรับคุณกลับเข้ามาในชีวิต... แต่จำไว้เสมอนะคะว่า นี่คือโอกาสครั้งสุดท้าย หากคุณทำลายมันลงด้วยมือของคุณเอง... เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่แม้แต่หน้าก็ไม่ต้องมองกันอีกตลอดชีวิต" คำประกาศนั้นหนักแน่นดั่งประกาศิต อัคนีโถมตัวเข้าซบหน้าลงกับตักของหญิงสาวทันที ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมาเป็นสะศาสสะสะอื้นอย่างไม่อายฟ้าดิน มือหนากอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆ ยกขึ้น วางลงบนกลุ่มผมนุ่มของอดีตสามีอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยการให้อภัย ทำให้กำแพงความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ ทว่า ในขณะที่ความรักกำลังได้รับการเยียวยาและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ณ มุมมืดของร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เลนส์กล้องซูมไกลกำลังจับภาพความอบอุ่นนั้นไว้ทุกกระเบียดนิ้ว นิ้วเรียวทาเล็บสีแดงสดกดบันทึกภาพหน้าจอ ก่อนจะส่งต่อไปยังปลายทาง พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก "ให้พวกเธอมีความสุขกันไปก่อนเถอะ... เพราะความพินาศที่แท้จริง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกุมมือเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้นะคะ เมฆหมอกสีชมพูซาบซึ้งใจเหลือเกินค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%