"หม่าม้าคะ... วันนี้คุณครูบอกว่า รินทร์วาดรูปครอบครัวได้คะแนนเต็มด้วยนะฮะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับกระดาษวาดเขียนแผ่นหนึ่งที่ถูกยื่นมาตรงหน้า รินรดาระบายยิ้มบางๆ บนเรียวปาก นัยน์ตากลมโตฉายแววอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักจนแทบจะล้นปรี่ เธอวางปากกาในมือลงแล้วย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอกับลูกชายตัวน้อย ฝ่ามือเรียวเนียนลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยนั้นอย่างทะนุถนอม
"จริงเหรอคะไหนให้หม่าม้าดูหน่อยสิคนเก่ง"
เธอกวาดสายตามองภาพวาดบนกระดาษ ในนั้นมีรูปผู้หญิงผมยาวสวมชุดกันเปื้อนยืนเคียงคู่กับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังถือลูกโป่งสีชมพู ไม่มีเงาของใครอื่นอีก ไม่มีร่องรอยของคำว่า 'พ่อ' ในพื้นที่สีขาวสะอาดตานั้น หัวใจของรินรดากระตุกวูบเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเจ็บปวดระคนโล่งใจ แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บมันไว้เบื้องลึกสุดของความรู้สึก แล้วสวมกอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก
สี่ปีเต็มแล้วนะคะ... สี่ปีนับตั้งแต่วันที่เธอกล้าหาญพอที่จะเดินออกมาจากนรกขุมนั้น—บ้านที่เคยไร้ซึ่งความอบอุ่นของอัคนี
จากหญิงสาวผู้เคยเปราะบาง ร้องไห้ฟูมฟาย และยอมให้สามีผู้เย็นชาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี รินรดาในวันนี้แปรเปลี่ยนเป็นคนละคน ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมหล่อให้กลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง เธอเรียนรู้ที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง สร้างธุรกิจเล็กๆ จากหยาดเหงื่อและมันสมอง จนกระทั่งเติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกที่มีชื่อเสียง แม้จะต้องแลกมากับการอดหลับอดนอนและคราบน้ำตาในยามค่ำคืน แต่ทุกหยดหยาดความเหนื่อยยากก็คุ้มค่า เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของน้องรินทร์ แก้วตาดวงใจผู้เป็นแรงผลักดันเดียวในชีวิต
"เก่งมากเลยค่ะลูกชายของหม่าม้า เย็นนี้เราไปกินไอศกรีมรสโปรดกันดีไหมคะ"
"เย้! รักหม่าม้าที่สุดเลยครับ!" น้องรินทร์กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะฝังรอยจุ๊บลงบนแก้มเนียนของมารดาฟอดใหญ่
ทว่า ในขณะที่ชีวิตของสองแม่ลูกกำลังดำเนินไปอย่างสงบสุขและมั่นคง ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองใหญ่ ความวุ่นวายและเงาแห่งอดีตกลับตามหลอกหลอนใครบางคนอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
อัคนีในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนเดิมอีกต่อไป ความสำเร็จนับร้อยล้านไม่เคยถมช่องว่างในอกที่เวิ้งว้างว่างเปล่าให้เต็มได้เลย นับตั้งแต่,วันที่รินรดาทิ้งใบหย่าและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงอย่างเงียบเชียบ ภาพภรรยาผู้เคยเจียมเนื้อเจียมตัว คอยก้มหน้าก้มตาต้อนรับเขากลับบ้านดึกดื่นอย่างไร้ปากเสียง กลายเป็นภาพจำที่คอยกรีดแทะหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกค่ำคืน
"คุณอัคน์คะ พราวว่าโปรเจกต์นี้เราควรจะ..."
เสียงแหลมสูงของพราวพิลาสที่ดังขึ้นทำให้อัคนีต้องดึงสติกลับมาจากภวังค์ ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวที่พยายามเข้ามาคลอเคลียด้วยความรู้สึกรังเกียจที่พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ผู้หญิงคนนี้คือต้นเหตุ... คือพิษร้ายที่เขาเคยโง่เขลาหลงเชื่อ จนขับไล่ไสส่งผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาด้วยใจจริงออกไปจากชีวิต
"ออกไปจากห้องทำงานผมซะ พราวพิลาส" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้เยื่อใย นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง
"แต่คุณอัคน์คะ เรากำลังจะแต่งงานกันนะคะ ทำไมคุณถึง..."
"แต่งงานงั้นเหรอ?" อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหนา "คุณเอาอะไรมาคิดว่าผมจะแต่งงานกับผู้หญิงไร้ยางอายอย่างคุณ ออกไปจากบริษัทของผมซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วทำลายอนาคตของคุณจนไม่เหลือชิ้นดี!"
พราวพิลาสกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง กระทืบเท้าเดินออกไปจากห้องด้วยความอับอาย แต่นั่นไม่ได้ทำให้อัคนีรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างเคร่งเครียด สายตาคมกวาดมองไปบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสืบสวน... เขาตามหารินรดามาตลอดสี่ปี ใช้ทั้งอิทธิพลและเงินทองมหาศาล แต่เธอกลับซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนราวกับหายไปจากอากาศธาตุ
ในจังหวะนั้นเอง เลขาหน้าห้องก็เคาะประตูและเปิดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
"ท่านประธานคะ มีเอกสารสำคัญด่วนที่สุดส่งตรงถึงมือคุณค่ะ เป็นพัสดุตีตราลับเฉพาะ... ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ท่านตามหา จึงรีบนำมาให้ค่ะ"
อัคนีขมวดคิ้วมุ่น รับซองสีน้ำตาลหนาทึบมาจากมือเลขา ปลายนิ้วหนาสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุขณะฉีกซองออก เอกสารด้านในร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ... มันคือสำเนาประวัติการรักษา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเมื่อสี่ปีก่อน
และภาพถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่าย พร้อมกับ... สำเนาใบสูติบัตรของเด็กชายคนหนึ่ง
ดวงตาคมกริบของอัคนีเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอ ตัวอักษรบนกระดาษเต้นเร่าอยู่ตรงหน้า ชื่อมารดาคือ 'รินรดา' วันเดือนปีเกิดตรงกับช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปพอดีเป๊ะ และที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ... คือรูปถ่ายใบเล็กที่แนบมาด้วย เป็นภาพเด็กชายวัยประมาณสามขวบในอดีต กำลังหัวเราะร่าเริง ดวงตากลมโต คิ้วหนา และรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้น... ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา!
"นี่มัน..." อัคนีพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่า หยาดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
เขามีลูก... เขามีทายาทสายเลือดของตัวเองกับรินรดา!
เพล้ง! กรอบรูปบนโต๊ะทำงานที่ตั้งไว้พลิคว่ำลงโดยไม่ตั้งใจ อัคนีผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาดำขลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความหวังและความบ้าคลั่งระคนกัน เขากำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่
ในเมื่อเขารู้แล้วว่าเธออยู่ที่ไหน และเขามี 'โซ่ทองคล้องใจ' ที่ทรงพลังขนาดนี้... การตามล่าเพื่อทวงภรรยาและลูกคืนสู่อ้อมอกจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีวันถอยหลังกลับเด็ดขาด รินรดา... ต่อให้เธอจะหนีไปสุดขอบฟ้า แค้นเขามากแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาได้อีกแล้ว!
**************************************
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และลุ้นระทึกไปกับตัวละครทุกตัวนะคะ หวังว่าความเข้มข้นในตอนนี้จะยังคงติดตรึงอยู่ในใจของทุกคน และพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู)
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 11
วันเวลาที่ผันผ่าน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!