เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 8

ลูกค้า VVIP ที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าอาหารจานนี้เป็นงานเขียน คุณคงโดนรีเซ็ตสัญญานักเขียนไปสามรอบแล้วค่ะ เชฟธันวา" เสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวเปิดโล่ง กลิ่นหอมกรุ่นของเนยฝรั่งเศสและทรัฟเฟิลจางหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดา ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตราวกับกวางสาวพยศจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของร้านด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอก้าวเข้ามาในเขตหวงห้ามของเชฟอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและอารมณ์แปรปรวน โดยไม่แคร์สายตาของลูกมือในครัวแม้แต่น้อย ธันวาหยุดมือจากการตกแต่งจานอาหาร เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทและผ้ากันเปื้อนเปื้อนแป้ง ดวงคมกริบสีนิลคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทเหมือนรูปสลัก "ถ้าไม่มีธุระอะไร เชิญออกไปรอที่โซนลูกค้าค่ะ รินรดา คุณกำลังทำให้ลูกน้องฉันเสียสมาธิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า มือหนาวางแหนบสเตนเลสลงกระทบถาดเสียงดัง *เคร้ง* "เสียสมาธิ หรือกลัวฉันจับไต๋ได้ว่าวันนี้ซุปเห็ดของคุณรสชาติเค็มเกินไปสิบเปอร์เซ็นต์กันแน่คะ?" เธอย้อนกลับทันควัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิดจนได้กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายความร้อนจากเตาไฟ ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอรวดเร็วและคมกริบเสมอ ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขากลางครัวของตัวเองแบบนี้ นอกจากยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อคนนี้ บรรยากาศกำลังจะระอุด้วยสงครามประสาทขนาดย่อม ทว่าเสียงกระแอมกระอ่วนจากประตูทางเข้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย ความเครียดนะครับเชฟ" ผู้จัดการร้านก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬซึมตามไรผมราวกับคนเพิ่งวิ่งมาราธอน สายตารีบร้อนกวาดมองไปรอบครัวก่อนจะมาหยุดที่ธันวา "คือว่า... มีแขก VVIP มาถึงแล้วครับ และ... และเขาไม่ได้จองโต๊ะมาล่วงหน้า" ธันวาขมวดคิ้วมุ่น "VVIP ที่ไหน ถึงกับต้องทำให้คุณหน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนั้น ปกติถ้าไม่จอง ผมก็ไม่ต้อนรับอยู่แล้ว นายก็รู้กฎ" "แต่คนนี้... คือคุณกรภัทรครับ" ชื่อนั้นทำเอาบรรยากาศในครัวที่ตึงเครียดอยู่แล้ว กลับเยียบเย็นลงจนติดลบในพริบตา รินรดาหุบยิ้มฉับพลัน เมื่อสังเกตเห็นกรามของชายหนุ่มตรงหน้าขบเข้าหากันจนขึ้นสันนัด แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความโกรธ ความอึดอัด และร่องรอยของการแบกรับบางอย่างที่หนักอึ้ง กรภัทร—นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับพันล้าน ผู้มีอิทธิพลสูงสุดเบื้องหลังกลุ่มทุนที่หนุนหลังร้านอาหารแห่งนี้ และที่สำคัญ... เขาคือคนที่ธันวาพยายามหนีเงามาตลอดชีวิต ในฐานะ "พ่อบุญธรรม" ที่กำหนดทุกย่างก้าวในชีวิตของเขา "ให้ตายสิ..." ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะหันไปสั่งการลูกน้องด้วยเสียงเฉียบขาด "เคลียร์โต๊ะวีไอพีห้องกระจกด้านในสุด จัดเตรียมไวน์วินเทจปี 2010 แล้วพวกนาย... ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ถ้าจานไหนพลาดแม้แต่นิดเดียว ฉันไล่ออกจริง100%" รินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากตัวตนของเชฟหนุ่ม ปราการความหยิ่งผยองที่เขาสร้างไว้เริ่มมีรอยร้าวให้เห็น ความเย่อหยิ่งและปากร้ายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกดดันมหาศาลที่เธอยังไม่เข้าใจที่มาที่ไป แต่สัญชาตญาณของนักวิจารณ์บอกเธอว่า... มื้ออาหารเย็นนี้จะไม่ใช่แค่มื้ออาหารธรรมดา แต่มันคือสนามรบ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป รูปร่างสูงใหญ่และมีออร่ากดดันแผ่ซ่านรอบตัว ก้าวเข้ามาในร้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง สายตากวาดมองการตกแต่งร้านด้วยความประเมินค่า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ห้องกระจกด้านใน ธันวาเดินออกไปต้อนรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้มการค้าใดๆ ทั้งสิ้น "ไม่คิดว่าคุณกรภัทรจะกรุณามาเยือนร้านเล็กๆ ของผมด้วยตัวเองถึงที่นี่ครับ" ธันวาเอ่ยทักทาย น้ำเสียงสุภาพแต่ห่างเหินจนคนฟังจับกระแสความเย็นชาได้ทันที กรภัทรหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นราคาแพงมองสำรวจลูกชายบุญธรรมตั้งแต่หัวจรดเท้า "ร้านเล็กๆ ที่ผลาญเงินฉันไปหลายสิบ миллион แต่วันนี้ฉันไม่ได้มาตรวจบัญชีหรอกธันวา ฉันแค่มาดูว่า... แกยังรักษามาตรฐานของตระกูลเราไว้ได้ หรือว่ามัวแต่เล่นขายของอยู่กับพวกลูกค้าปากพล่อยข้างนอกนั่นกันแน่" คำพูดนั้นจงใจกระแทกกระทั้น และประโยคหลังกรภัทรก็ปรายตามองมาที่รินรดา ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาห่างออกไปไม่ไกลนัก รินรดารู้สึกได้ถึงความไร้มารยาท แต่นอกจากจะไม่หลบตา เธอกลับเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปากอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว ธันวาก้าวเท้าขยับมาบังร่างบางของรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำให้ความรู้สึกปกป้องอย่างน่าประหลาด แม้เจ้าตัวจะยังคงตีสีหน้าเย็นชาใส่พ่อบุญธรรมก็ตาม "เรื่องงานในครัวเป็นหน้าที่ของผมครับคุณกรภัทร เชิญนั่งก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะจัดเมนูพิเศษที่ 'สมฐานะ' ให้คุณเอง" ธันวาเน้นเสียงหนักแน่นที่คำว่าสมฐานะ บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยประจุไฟฟ้าที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ รินรดามองแผ่นหลังของเชฟหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างไม่มีเหตุผล คนปากร้ายที่ชอบเหวี่ยงใส่เธอตลอดเวลา แท้จริงแล้วกำลังยืนหยัดปกป้องเธอจากเงาปีศาจในอดีตของเขาเอง ทว่า... ในวินาทีที่กรภัทรหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ และกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ชายสูงวัยก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเล็กที่หล่นอยู่บนโซฟาใกล้ตัว ซึ่งเป็นสมุดจดบันทึกสูตรอาหารลับเฉพาะที่รินรดาลืมทิ้งไว้ กรภัทรก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดดูหน้าแรก ไล่สายตาอ่านข้อความวิจารณ์อาหารที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคม ก่อนที่รอยยิ้มเยือกเย็นจะปรากฏขึ้นบนมุมปากของนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพล "อืม... น่าสนใจ นักวิจารณ์ไร้ชื่อที่แอบเข้ามาป้วนเปี้ยนในครัวของแกสินะ ธันวา" กรภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาเชฟหนุ่ม รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความลับบางอย่างที่ทำให้ธันวาถึงกับหน้าถอดสี "ดูท่าทาง... เธอคนนี้จะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับ 'อุบัติเหตุ' ในครัวเมื่อสามปีก่อนด้วยซ้ำสินะ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%