สืบจากศพหลังออฟฟิศ กับช่างภาพปากจัดที่กลัวผีขึ้นสมอง•ตอนที่ 1

เงาปริศนาหลังกองถ่าย

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ถ้าคุณกันต์ยังกล้าเอาแฟลชส่องหน้าดิฉันเป็นครั้งที่สาม ดิฉันจะเอาขาตั้งกล้องฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะ!" เสียงตวาดแว้ดดังสะท้อนก้องไปทั่วสตูดิโอถ่ายภาพเก่าแก่ย่านตลาดน้อย บรรยากาศยามตีสองครึ่งในอาคารพาณิชย์อายุร่วมร้อยปีช่างวังเวงและชื้นแฉะ ฝุ่นละอองสีเทาคลุ้งอยู่ในลำแสงสลัวจากหลอดนีออนกึ่งดีกึ่งเสีย รินรดาในชุดสูททำงานเข้ารูปที่ตอนนี้กระดุมเม็ดบนหลุดรุ่ยเพราะวิ่งวุ่นตรวจงานมาทั้งวัน กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ทำหน้าตาตื่นตระหนกอยู่หลังกล้อง DSLR ตัวโปรด กันตภณสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากปุ่มชัตเตอร์พลንทำหน้าหงิกใส่ทันทีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด "โหย คุณริน! จะดุทำไมเล่า ผมก็แค่เช็กความคมชัดของภาพไหมครับ ใครใช้ให้คุณทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปฆ่าใครเขาล่ะ... อีกอย่าง แสงตรงมุมนี้มันแปลกๆ นะ ว่าไหม?" ชายหนุ่มพูดพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือเรียวยาวแสร้งจัดเลนส์กล้องกลบเกลื่อนอาการมือสั่นที่พยายามซ่อนไม่ให้โปรดิวเซอร์สาวจอมโหดเห็น "แปลกอะไรล่ะคะ? แปลกที่สมองคุณเริ่มเสื่อมเพราะอดนอนหรือเปล่า งานบิลด์อินฉากหลังของโปรเจกต์ 'สืบจากศพ' นี่ต้องเสร็จภายในเช้าตรู่ ถ้าเรามัวแต่มานั่งกลัวผีสางตามจินตนาการงี่เง่าของคุณนะ ฉันนี่แหละจะเป็นคนฆ่าคุณหมกใต้กองพร็อปเองค่ะ!" รินรดาพ่นลมหายใจฟัดเหวี่ยง เดินดุ่มๆ เข้าไปกระชากแท็บเล็ตในมือเขามาเช็กไฟล์ภาพอย่างหัวเสีย แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับแอบเหลือบสายตามองไปรอบห้องโถงมืดทึบที่มีเพียงเงาสลัวของตู้เสื้อผ้าโบราณและหุ่นโชว์เสื้อผ้าไร้หัวที่ตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว... ยอมรับก็ได้ว่าบรรยากาศมันชวนขนหัวลุกพิลึก แต่มนุษย์อย่างเธอไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ไอ้ช่างภาพปากจัดนี่เห็นเด็ดขาด "ปากเก่งจังนะแม่คุณ ระวังเถอะ... พูดไม่เข้าหูระวังเขาจะมาสะกิดไหล่นะครับ" กันตภณแกล้งทำเสียงกระซิบต่ำลากยาว พร้อมกับทำมือยุกยิกทำท่าทางเหมือนมีอะไรไต่ตามต้นคอ เพื่อแกล้งยั่วประสาทคนตรงหน้า ทั้งที่ในใจตอนนี้ต่อมรับความกลัวกำลังทำงานเต็มสูบ ขนทั่วร่างลุกชันจนแทบจะทะลุเสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังอยู่แล้ว "กรี๊ด! อยากตายนักใช่ไหมคะคุณกันต์!" รินรดาผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ เผลอคว้าแขนเสื้อของช่างภาพหนุ่มมากำไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกผ่านเนื้อผ้าจนกันตภณนิหน้าด้วยความเจ็บปวดปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอก ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประหลาดบางอย่างก็ดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะฝีปาก *ก๊อก... ก๊อก... แกร๊ก...* มันไม่ใช่เสียงลมพัด และไม่ใช่เสียงหนูวิ่งตามฝ้าเพดาน แต่มันคือเสียงคล้ายเล็บยาวๆ กำลังขูดขีดไปตามกระจกหน้าต่างบานเกล็ดเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ลึกเข้าไปในโซนห้องแต่งตัวหลังสตูดิโอ เสียงนั้นดังเป็นจังหวะเชื่องช้า เยียบเย็น และจงใจลากยาว ราวกับกำลังประกาศการมาเยือนของบางสิ่งที่ไม่อยู่ในลิสต์รายชื่อทีมงาน รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความหงุดหงิดเมื่อครูมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอกระชับมือที่กำแขนกันตภณแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "เสียง... เสียงอะไรน่ะคุณ?" กันตภณไม่ได้ตอบ เขาแข็งทื่อไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังความมืดสนิทเบื้องหน้า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้วิ่ง แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูตรึงโลงศพ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับว่าออกซิเจนในห้องนี้กำลังถูกสูบหายไปทีละน้อย และในวินาทีที่ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง แสงไฟแฟลชจากกล้องตัวที่ตั้งอยู่บนขาตั้งอัตโนมัติห่างออกไปสามเมตร ก็พลันสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครกดชัตเตอร์! พรึบ! แสงสีขาวจ้าสาดส่องไปยังเงาดำทึบขนาดมหึมาที่กำลังยืนตระหง่านอยู่หลังฉากผ้าใบสีขาว เงาประหลาดนั้นไม่มีรูปร่างแน่ชัด มันบิดเบี้ยว ยืดขยายสูงจนติดเพดาน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาสองดวงสีแดงฉานคู่โตรูปทรงรีเรียว กำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาจากความมืดมิด พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู "เฮ้ย!" กันตภณแหกปากลั่นด้วยความสติหลุด เขาไม่สนใจมาดช่างภาพมือรางวัลอีกต่อไป พุ่งเข้าคว้าเอวบางของโปรดิวเซอร์สาวแล้วดึงเข้ามาซุกเข้ากับอกกว้างของตัวเองทันที พร้อมกับยกมือขึ้นปิดตาเธอแน่นด้วยความกลัวสุดขีด "อย่ามองคุณริน! อย่ามองมัน!" รินรดาใจเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัวผีตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นวาบจากอ้อมกอดของคนที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ข้างๆ จมูกของเธอชนเข้ากับลาดไหล่กว้าง กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูกท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก็ดังขึ้นชิดติดใบหูของกันตภณจากความว่างเปล่าด้านหลัง *"เจอ... ตัว... แล้ว..."* กันตภณตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด มือที่ปิดตาให้รินรดาร่วงหล่นลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ในขณะที่เงาดำมหึมาหลังฉากผ้าใบไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว... แต่มันกำลังเคลื่อนตัวผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ถึงคืบ! (ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณที่แวะมาสัมผัสความหลอนปนใจฟูด้วยกันค่ะ)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากศพหลังออฟฟิศ กับช่างภาพปากจัดที่กลัวผีขึ้นสมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%