เสียงคีย์บอร์ดที่ถูกรัวกระทบด้วยความเร็วดุจหามรุ่งหามค่ำดังระรัวก้องห้องปฏิบัติการลับใต้ดิน แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่สวยของรินรดาที่ตอนนี้ฉายแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของเธอ ไม่ใช่เพราะความร้อนจากตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานหนักหน่วง แต่เป็นเพราะเส้นกราฟการเข้ารหัสข้อมูลที่กำลังถูกกัดเซาะอย่างเป็นระบบโดยบุคคลปริศนา
"มันไม่ได้แค่เจาะเข้ามาเพื่อขโมยข้อมูล... กรณ์ ดูนี่สิ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เจือรังสีความเย็นเยียบ เธอกวักมือเรียกสารวัตรหนุ่มให้เข้ามาดูหน้าจอหลัก
สารวัตรกรณ์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของนายตำรวจวัยยี่สิบเก้าปีเพ่งมองชุดคำสั่งโค้ดสีแดงฉานที่กำลังวิ่งพล่านบนหน้าจอ บันทึกการใช้งาน (Log files) ของระบบฐานข้อมูลกลางกำลังถูกลบออกทีละบรรทัดอย่างเลือดเย็น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังเช็ดล้างร่องรอยอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ เพื่อไม่ให้หลงเหลือหลักฐานใดๆ มัดตัวผู้บงการ
"ระบบป้องกันระดับไฟร์วอลล์เจ็ดชั้นที่เราออกแบบไว้... ถูก bypass ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที" กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ประสบการณ์สืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่องมาหลายปีบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่ฝีมือของแฮกเกอร์สมัครเล่นอย่างแน่นอน แต่มันคือ "มืออาชีพ" ที่มีรหัสผ่านระดับสูงระดับผู้บริหาร
"ถูกต้องครับสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ตอบรับในใจ ก่อนที่เขาจะหันไปสบตารินรดา "และเป้าหมายของมันชัดเจนแล้ว มันต้องการเปลี่ยนเราจาก 'ผู้ล่า' ให้กลายเป็น 'ผู้ต้องสงสัย' ในคดีที่พวกเรากำลังไล่ล่ามันอยู่"
สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา จากเดิมที่พวกเขาคือกองกำลังเฉพาะกิจผู้กุมความลับในการไขคดี ตอนนี้ตัวตนในระบบราชการของทั้งกรณ์และรินรดากำลังถูกลบหายไปอย่างถาวร หากข้อมูลนี้ถูกลบเสร็จสิ้น ประวัติการทำงาน หมายจับ และสิทธิ์การเข้าถึงคดีทั้งหมดจะหายวับไปกับตา พวกเขาจะกลายเป็นบุคคลไร้ตัวตนในทางกฎหมาย ทันทีที่ก้าวออกไปนอกตึกนี้ ตำรวจด้วยกันเองจะมองว่าพวกเขาคืออาชญากรหลบหนี
"เราต้องตัดการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์หลักเดี๋ยวนี้ ริน" กรณ์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด มือหนาเอื้อมไปเตรียมดึงปลั๊กสายเคเบิลหลักเพื่อตัดวงจรการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอก
"อย่าเพิ่ง!" รินรดารั้งข้อมือของกรณ์ไว้แน่น แรงบีบจากปลายนิ้วของเธอสะท้อนถึงความตระหนักรู้บางอย่าง "ถ้าเราตัดไฟตอนนี้ มันจะรู้ทันทีว่าเราไหวตัวทัน และข้อมูลแบ็คอัพสำรองในคลาวด์ก็จะถูกล็อกรหัสผ่านระดับฮาร์ดแวร์ ซึ่งหมายความว่าเราจะไม่มีวันกู้คืนหลักฐาน DNA ของเหยื่อสามรายก่อนหน้านี้ได้เลย"
กรณ์ชะงักมือที่กำลังจะดึงสาย เขาถอนหายใจยาวอย่างใช้ความคิด สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประเมินความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่จะตามมา ระหว่างการสูญเสียหลักฐานทั้งหมดกับการเสี่ยงถูกปรักำพัน เขาไม่มีเวลาลังเลมากนัก
"ตกลง... เราจะเล่นเกมตามที่มันต้องการ" กรณ์ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ แววตาของเขากลับมามุ่งมั่นและเฉียบคมอีกครั้ง "ถ้ามันอยากลบตัวตนเรานัก เราก็จะใช้ช่องโหว่ของการลบข้อมูลนี้ เพื่อสืบหาเส้นทางการเงินของเซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่มันใช้ส่งคำสั่ง คุณแกะรอยสัญญาณย้อนกลับได้ไหม ริน?"
รินรดายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในยามวิกฤต เธอพยักหน้าช้าๆ "สำหรับเรื่องเจาะระบบ อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่ถ้าเป็นการล่อเสือออกจากถ้ำ... ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น"
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เริ่มปฏิบัติการโต้กลับ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงไซเรนสีแดงฉานหมุนวนสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกห้องทำงาน ราวกับโลกภายนอกกำลังลุกเป็นไฟ
*ติ๊ด! ข้อความด่วนถูกส่งตรงมายังสมาร์ทโฟนของสารวัตรกรณ์*
กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้ากองบัญชาการแสดงให้เห็นวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่ถูกวางทิ้งไว้ตรงลานจอดรถด้านหน้า พร้อมด้วยป้ายข้อความเขียนด้วยลายมือดิบเถื่อนแปะทับไว้บนร่างไร้ชีวิตของเหยื่อรายใหม่
ร่างนั้นถูกจัดท่าทางอย่างจงใจให้นั่งคุกเข่า หันหน้าเข้าหาตัวอาคารกองบัญชาการ เปรียบเสมือนสาส์นท้าทายจากเงาดำที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านปริศนา และข้อความบนป้ายนั้นก็สลักด้วยตัวอักษรเลือดที่ทำเอาคนอ่านต้องขนหัวลุก
*“พวกแกตามหาเงา... แต่เงากำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกแกแล้ว”*
คดีที่คิดว่าดำเนินมาถึงทางตัน บัดนี้ได้ถูกยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นสงครามจิตวิทยาเต็มรูปแบบ ฆาตกรไม่ได้แค่ทิ้งศพเพื่อเยาะเย้ย แต่จงใจเลือก "จุดศูนย์กลาง" ของความยุติธรรมมาเป็นลานประหารเพื่อประกาศศักดา
กรณ์กำมือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาว แววตาของเขาฉายประกายความโกรธเกรี้ยวผสมผสานกับความท้าทาย เขารู้ดีว่านี่คือจุดสิ้นสุดขององค์แรก—จุดเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอหยิบเสื้อโค้ตตัวเก่งมาสวมทับ พร้อมกับพกปืนพกสั้นคู่ใจไว้ที่เข็มขัด เธอมองหน้ากรณ์ด้วยสายตานิ่งสงบแต่ลุ่มลึก "ดูเหมือนว่ามันอยากเจอเรามาก... ไปกันเถอะครับสารวัตร ไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้กัน"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องปฏิบัติการใต้ดิน มุ่งหน้าสู่แสงไฟสีแดงฉานและลานประหารเบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่า... ก้าวต่อไปที่กำลังจะเดินออกไปนั้น คือกับดักมรณะที่ถูกถักทอไว้อย่างสมบูรณ์แบบโดยจิตวิทยาอันบิดเบี้ยวของฆาตกรที่พวกเขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
และในวินาทีที่ประตูกระจกบานใหญ่หน้ากองบัญชาการกำลังจะถูกผลักเปิดออก เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังสวนขึ้นมาจากความมืดของบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ สามครั้งที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน... "แปะ... แปะ... แปะ..."
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 15
จุดสิ้นสุดขององค์แรก
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!