คมดาบเหล็กกล้ากระทบกันจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของราตรี ณ ชายแดนประจิม เสียงคำรามก้องของกองทัพและความโกลาหลของการศึกหาได้ระคายเคืองต่อโสตประสาทของหลี่มู่เหยาแม้แต่น้อย
ณ เบื้องหน้าของนางคือกระโจมทหารหลวงที่ปักธงมังกรโบกสะบัด อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกโบตั๋นสีชาดของนางเปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตสีเข้ม—ไม่ใช่โลหิตของนาง หากแต่เป็นโลหิตของอริราชศัตรูผู้บังอาจรุกล้ำเข้ามาในเขตก(ยุทธบริเวณที่นางใช้เป็นห้องผ่าตัดสนามเพื่อยื้อชีวิตเหล่าทหารหาญ)
ในมือเรียวระหงที่เคยคีบเข็มเงินและมีดผ่าตัดอันปราดเปรื่อง บัดนี้กลับถือกระบี่อ่อนเล่มบางที่อาบไปด้วยหยาดโลหิต ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองร่างของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่แทบเท้า
"รายงานท่านอ๋อง! กองกำลังศัตรูทางปีกซ้ายถูกกวาดล้างจนสิ้นซากแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของเงาร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับลวดลายพยัคฆ์ทมิฬ
เซียวจ้านก้าวเข้ามาในกระโจมด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขายังคงคุกรุ่น ทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองไปยังสตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางคราบเลือด ความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับละลายหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงความลุ่มหลงและอ่อนโยนที่สงวนไว้ให้เพียงนางผู้เดียว
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วมือที่สวมถุงมือหนังเช็ดคราบโลหิตที่เปื้อนข้างแก้มเนียนใสของมู่เหยาอย่างเบามือราวกับนางเป็นแก้วตาหินคริสตัลอันเปราะบางที่สุดในใต้หล้า
"บอกแล้วอย่างไร ว่าสนามรบเช่นนี้มิใช่ที่ที่สตรีควรเอาตัวเข้ามาข้องเกี่ยว" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความดุที่เจือความระทึกใจระคนเอ็นดู
มู่เหยาปรายตามองเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น นางเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยกิริยาที่สง่างามราวกับไม่ได้เพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ "หากหม่อมฉันไม่ตามมา ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรคงต้องเสียเวลาเย็บแผลเปิดช่องท้องให้ตัวเองไปอีกครึ่งเดือน เพราะความบ้าบิ่นที่จะบุกเดี่ยวไปตัดหัวแม่ทัพศัตรูคนนั้นด้วยพระองค์เองกระมังเพคะ?"
เซียวจ้านหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายแห่งความรักลึกซึ้ง เขายื่นมือออกไปโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวแนบแน่น จนไอร้อนจากกายแกร่งซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะกัน "เปิ่นหวางย่อมรู้ขีดจำกัดของตนเอง... แต่อยากให้ยอดดวงใจเช่นเจ้าแสดงฝีมือให้ประจักษ์แก่เหล่าแม่ทัพนายกองเสียหน่อย ว่าพระชายาแห่งชินอ๋องผู้นี้ มิได้มีดีเพียงแค่รักษาโรคด้วยวิชาประหลาด หากแต่ยังเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมความเป็นความตายกับสามีในสนามรบได้อย่างสง่างามที่สุด"
คำว่า 'สามี' ที่หลุดออกจากปากบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินผู้นี้ หนักแน่นดั่งขุนเขาและอบอุ่นดั่งสุราหมักชั้นดีที่เก็บรักษามานานแรมปี
มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่เคยเย็นชาและระแวดระวังต่อโลกภายนอกมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับยอมสยบและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดวงใจของบุรุษผู้นี้อย่างสมบูรณ์ นางยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทที่ไหวตามแรงลมชายแดน
"พระองค์ทรงมั่นใจเกินไปแล้ว..." มู่เหยาเอמהกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปากหยักลึกของเขา "สงครามครั้งนี้สงบลงแล้ว แต่การเมืองในราชสำนักเมืองหลวงเล่า? พระองค์คิดว่าฮ่องเต้และเหล่าขุนนางกังฉินจะยอมปล่อยให้เราใช้ชีวิตสงบสุขเช่นนั้นหรือ?"
เซียวจ้านโน้มใบหน้าลงกดจุมพิตหนักหน่วงลงบนหน้าผากมนของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยคำสัญญาที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด "ให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะ... บัลลังก์มังกรนั้น หากเปิ่นหวางอยากได้ มันก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่หากเปิ่นหวางไม่อยากได้ ต่อให้เอาทองคำมากองสูงเท่าภูเขา ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับรอยยิ้มของเจ้าแม้แต่น้อย มู่เหยา... นับจากวันนี้เป็นต้นไป ไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าที่จะพรากเราออกจากกันได้อีก ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ จะมีเพียงนามของเราสองคนคู่กันชั่วกาลนาน"
สายลมยามราตรีพัดผ่านกระโจมผ้าใบ เสียงกระบี่กระทบกันในระยะไกลค่อยๆ เงียบสงบลง แทนที่ด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่และประวัติศาสตร์ที่กำลังจารึกเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของหมอเทวดาและท่านอ๋องผู้เย็นชา
ณ บนโต๊ะไม้กลางกระโจม มีถ้วยชาสมุนไพรที่มู่เหยาเพิ่งต้มเสร็จควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมละมุนผสมกลิ่นอายของสมุนไพรหายาก ทว่าข้างๆ กันนั้น กลับมีม้วนราชโองการลับฉบับใหม่ที่ม้าเร็วเพิ่งนำมาส่งถึงมือเมื่อครู่ โดยที่เซียวจ้านยังไม่ได้เปิดอ่านมันด้วยซ้ำ เพราะสำหรับพวกเขาในเวลานี้... อำนาจราชสำนักหรือราชโองการใดๆ ก็ล้วนไม่มีค่าควรเมืองเท่ากับการได้สบตากับสตรีในดวงใจผู้กุมกุญแจหัวใจของเขาไว้แต่เพียงผู้เดียว
นี่มิใช่จุดจบของการผจญภัย หากแต่เป็นปฐมบทแห่งนิรันดร์กาลที่ร้อยเรียงด้วยเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อ และความรักที่มั่นคงดั่งหินผา... ตราบจนฟ้าดินสลาย
กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับตัวละครและ "ดอกโบตั๋นพันปี" มาจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะคะ
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 30
เคียงคู่ชั่วกาลนาน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!