ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในร่างคุณหนูอาภัพ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า ลอยอวลกระทบนาสิกจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบราวกระดูกทั่วร่างถูกบดขยี้แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ หลี่มู่เหยา ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านการยื้อชีวิตคนไข้บนเตียงผ่าตัดมานับไม่ถ้วน สัญชาตญาณแพทย์สั่งให้เธอกวาดสายตาสำรวจความผิดปกติรอบกายทันที ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ห้องไอซียูสีขาวสะอาดตา หรือเสียงสัญญาณชีพดังติ๊ดๆ หากแต่เป็นม่านผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีซีดจาง คานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ และกลิ่นธูปหอมกรุ่นที่ลอยวนเวียนชวนเวียนหัว "คุณหนู... คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ! ฮือ..." เสียงสะอื้นไห้ปนความหวาดผวาของเด็กสาวในชุดบ่าวไพร่ยุคโบราณดังขึ้นข้างเตียง ดวงตาแดงก่ำบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักมองมาที่นางด้วยความระคนตกใจและยินดี มู่เหยากัดฟันกรอด ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลทะักเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำป่า หลี่มู่เหยา... บุตรีอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยแห่งจวนเสนาบดีหลี่ สตรีผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า อ่อนแอ และโง่เขลา นางเพิ่งถูก 'ฮูหยินรอง' ผู้กุมอำนาจในเรือนหลังส่ง 'ยาบำรุง' ถ้วยหนึ่งมาให้เมื่อยามค่ำคืน และเพียงชั่วลมหายใจเข้าออก ร่างกายนี้ก็สิ้นลมหายใจไปอย่างไร้เสียงกรีดร้อง ทว่า... วิญญาณที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นศัลยแพทย์สาวจากโลกอนาคตผู้กุมความรู้ทางการแพทย์แผนปัจจุบันและยุทธวิธีอันล้ำลึกไว้ครบถ้วน! "น้ำ..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผากราวกับแผ่นดินต้องแล้ง สาว B (สาวใช้ข้างกาย นามว่า 'เสี่ยวถิง') รีบประคองร่างบอบบางขึ้นอย่างทะนุถนอม ป้อนน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะเข้าปากอย่างรู้ความ มู่เหยาซึมซับความอบอุ่นนั้นพร้อมกับประเมินสถานการณ์ในใจอย่างรวดเร็ว ชีพจรที่เต้นอ่อนแรงในตอนแรกเริ่มกลับมามั่นคงขึ้นด้วยสัญชาตญาณการควบคุมร่างกายของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พิชาลี (ชื่อเดิมในภพก่อน) หรือหลี่มู่เหยาในภพนี้ แววตาคมกริบฉายประกายเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี "พวกมัน... ต้องการให้ข้าตาย" มู่เหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนเสี่ยวถิงถึงกับสะดุ้งเฮือก "คุณหนูพูดอันใดน่ากลัวเช่นนั้นเจ้าคะ... บ่าวตกใจหมดแล้ว บ่าวไปตามหมอหลวงมาดีกว่า..." เสี่ยวถิงหน้าถอดสี ละล่ำละลักจะลุกขึ้น "ไม่ต้อง" มู่เหยายกมือขึ้นห้าม น้ำเสียงเด็ดขาดไม่อนุญาตให้ขัดขืน "หมอหลวงคนใดในเมืองหลวงที่เหยียบเข้ามาในเรือนนี้ ล้วนเป็นคนของฝั่งนั้นทั้งสิ้น เจ้าไปตามหมอมา รังแต่จะเร่งให้พวกมันส่งยาพิษถ้วยที่สองมาเร็วยิ่งขึ้น" เสี่ยวถิงอ้าปากค้าง ตะลึงงันกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคนของคุณหนูรองผู้อ่อนแอ ปกติแล้วคุณหนูมักจะก้มหน้าอดสู ร้องไห้คร่ำครวญทุกครั้งที่ถูกรังแก แต่วินาทีนี้ แววตาดุจพญาเหยี่ยวที่กวาดมองมาราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจคน ทำให้สาวใช้อย่างนางรู้สึกยำเกรงจนแทบไม่กล้าสบตา มู่เหยาพลิกข้อมือสำรวจรอยเข็มสีดำคล้ำที่ปลายนิ้ว องค์ความรู้ด้านพิษวิทยาแล่นเข้ามาในหัวทันที พิษสลายวิญญาณ... เป็นพิษโบราณที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างเงียบเชียบ หากไม่ใช่เพราะนางเข้ามาแทนที่ ร่างนี้คงกลายเป็นศพแข็งทื่อไปนานแล้ว *ช่างกล้านัก...* มุมปากบางยกยิ้มหยัน ความรู้สึกท้าทายสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นในอก การต่อสู้ในเรือนหลังของพวกสตรีตระกูลใหญ่ ช่างไม่ต่างอะไรกับการเดินหมากบนกระดานชนวนที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน "เสี่ยวถิง ไปเอาเข็มเงินสำหรับฝังเข็มมาให้ข้า รวมถึงสมุนไพรฤทธิ์เย็นในห้องครัวมาด้วยอย่างละหนึ่งส่วน" มู่เหยาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แต่ว่า... คุณหนูบาดเจ็บสาหัสอยู่นะเจ้าคะ จะรักษาตัวเองได้อย่างไรกัน?" เสี่ยวถิงท้วงด้วยความกังวล "ถ้าข้าไม่ลงมือรักษาตัวเองตอนนี้ อีกหนึ่งก้านธูปต่อจากนี้ พวกเราคงได้กลายเป็นผีเฝ้าเรือนหลังนี้จริงๆ" มู่เหยาตอบเสียงเย็นเยียบ สายตาจับจ้องไปที่คราบสีดำบนถ้วยยาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้วิชาแพทย์แผนจีนโบราณผสมผสานกับการกระตุ้นจุดชีพจรด้วยเข็มเงินที่นางเร่งฝังลงบนร่างตนเองอย่างแม่นยำ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวยหวาน ทว่าแววตากลับไม่ไหวติงแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดจากการขับพิษแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่นางกลับขบกรามอดกลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว สตรีผู้กุมชะตาชีวิตตนเอง จะไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนเป็นอันขาด! ขณะที่มู่เหยากำลังขับพิษออกจากโลหิตหยดสุดท้าย ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาใกล้เรือนพักอย่างเงียบเชียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนบรรยากาศโดยรอบเย็นเยียบลงถนัดตา เสี่ยวถิงหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ นางรีบหมอบกราบลงกับพื้นทันทีเมื่อเงาร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินปรากฏขึ้นที่หน้าประตูกั้นห้อง "ท่าน... ท่านอ๋อง!" เสี่ยวถิงครางเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มู่เหยาชะงักมือที่ถือเข็มเงิน นางหันขวับไปมองผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว บุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ามีใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่าดูลึกล้ำและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตและกลิ่นอายเลือดฝาดของสนามรบออกมาอย่างชัดเจน... เซียวจ้าน อ๋องผู้เย็นชาและเหี้ยมเกรียมที่สุดแห่งแคว้น ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเกลียดชังความวุ่นวายในเรือนหลังและไม่เคยชายตานับญาติกับตระกูลหลี่เลยสักครั้ง! เหตุใด... ยมทูตผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดินผู้นี้ จึงมายืนอยู่ ณ เรือนพักร้างไร้ค่าของนางในยามวิกาลเช่นนี้ได้? เซียวจ้านกวาดสายตาคมก్రిบดั่งเหยี่ยวป่ามาที่ร่างระหงที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของมู่เหยา มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยียบเย็น ทว่าแฝงความหมายบางอย่างที่ทำเอาหัวใจคนอ่านต้องหยุดเต้น "ดูท่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการแสดงละครฉากใหญ่ของตระกูลหลี่เข้าสินะ, พระชายาเอกในนามของเปิ่นหวาง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่องครักษ์เงาก้าวเข้ามาพร้อมถาดกระเบื้องเคลือบที่บรรจุราชโองการลับสีทองอร่ามสะท้อนแสงไฟ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการแก้แค้นและการแย่งชิงนี้ไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%