"ถ้าคุณอยากได้งานนี้ ก็จงจำไว้ว่าที่นี่ไม่มีที่ว่างให้คนขี้สงสัย... โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าทำไมลิฟต์ถึงไม่มีปุ่มกดชั้นที่ 13"
เสียงแหบพร่าของฝ่ายบุคคลยังคงก้องอยู่ในหู เมฆกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเดินผ่านประตูหมุนกระจกเข้ามาในอาคาร 'สกายไลน์ ทาวเวอร์' ตึกระฟ้าใจกลางเมืองที่ตั้งตระหง่านราวกับอนุสาวรีย์แห่งความตาย ภายในโถงล็อบบี้กว้างใหญ่โอ่อ่า แต่กลับเงียบเชียบจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวเป็นกลองชุด
แอร์เย็นเฉียบจนผิวหนังลุกชัน ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิ แต่มันเหมือนความเย็นที่แผ่ออกมาจากหลุมศพ
เมฆกวาดสายตามองไปรอบๆ พนักงานในชุดสูทสีเข้มเดินสวนไปมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครคุยกัน ไม่มีใครยิ้มให้กัน ทุกคนก้มหน้าก้มตาเดิน ราวกับว่าหากเผลอประสานสายตากับใครเข้า พวกเขาอาจจะกลายเป็นหิน
"คุณ 'เมฆ' ใช่ไหม?"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับไปพบหญิงสาวร่างเพรียวในชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีดำสนิท ดวงตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดโกนและดูเหมือนจะรู้อะไรที่คนอื่นไม่รู้
"ครับ ผมเมฆ ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล"
"ฉันริน" เธอไม่ได้ยื่นมือมาทักทาย สายตาของเธอเลื่อนผ่านไหล่เขาไปยังบันไดหนีไฟที่อยู่สุดทางเดิน "ตามมา อย่าช้า และที่สำคัญ... อย่ามองขึ้นไปข้างบนถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ จากช่องระบายอากาศ"
เมฆขมวดคิ้วด้วยความฉงน แต่เขาก็ยอมก้าวเท้าตามไป 5 ปีแล้ว... ตั้งแต่พี่สาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในตึกแห่งนี้ เขาสาบานกับตัวเองว่าจะกลับมาทวงคำตอบ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เมื่อลิฟต์ตัวที่ 4 เปิดออก ทั้งสองก้าวเข้าไปภายใน รินกดปุ่มชั้นที่ 12 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคารทันที ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่ทุกครั้งที่ผ่านแต่ละชั้น เมฆกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายร้อยคู่จับจ้องมองทะลุผ่านผนังโลหะเข้ามา
"รินครับ" เมฆทำลายความเงียบ "ทำไมพนักงานที่นี่ถึงดูเหมือน... คนตายที่ยังเดินได้?"
รินไม่หันมามอง "เพราะพวกเขาพยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนที่สุดไงล่ะ ท่านประธานไม่ชอบคนเด่นคนดัง"
"ท่านประธาน? ผมยังไม่เคยเจอตัวจริงเลยสักครั้ง"
รินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง "คุณจะเจอเขาแน่ แต่เชื่อเถอะว่าคุณคงไม่อยากให้ถึงเวลานั้นหรอก"
ลิฟต์หยุดนิ่งที่ชั้น 12 ทันทีที่ประตูเปิดออก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ราวกับจะขาดใจ พนักงานทุกคนที่นั่งประจำโต๊ะทำงานพร้อมกันหันมามองเมฆเป็นตาเดียว ใบหน้าของพวกเขาขาวซีด ไร้ซึ่งรอยยิ้ม และที่น่ากลัวที่สุดคือ ไม่มีใครกะพริบตาเลยแม้แต่คนเดียว
เมฆรู้สึกถึงความกดดันที่บีบเค้นเข้าที่หน้าอก เขาเดินตามรินไปที่โต๊ะทำงานมุมสุดทาง ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะคือช่องลิฟต์ร้างที่มีแผ่นเหล็กปิดตายเอาไว้
"นี่ที่ของคุณ" รินวางกองเอกสารลง "จำไว้ กฎข้อแรกของที่นี่คือ 'ห้ามออกไปไหนหลังเที่ยงคืน' ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร หรือใครจะมาเคาะประตูเรียกก็ตาม"
"แล้วถ้าผมต้องออกล่ะ?" เมฆถามกลับพลางใจสั่น
รินโน้มตัวลงมาใกล้จนได้กลิ่นธูปจางๆ จากตัวเธอ "ถ้าคุณออกไป คุณจะไม่ได้เป็นแค่พนักงานที่หายสาบสูญ... แต่คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารนี้ไปตลอดกาล เหมือนกับคนที่คุณกำลังตามหาอยู่"
เมฆชะงักกึก ความทรงจำเรื่องพี่สาวพุ่งเข้ามาในหัวประหนึ่งเขื่อนแตก เขาตัดสินใจสวนกลับ "คุณรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวผม? พี่ริน ผมรู้ว่าคุณเห็นทุกอย่าง"
รินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเดินจากไปทิ้งให้เมฆอยู่กับกองเอกสารที่เต็มไปด้วยรอยเลือดแห้งกรังตามขอบกระดาษ เวลาบนนาฬิกาข้อมือของเขาขยับเข้าใกล้เลข 23:55 น. ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนเข็มที่ตอกลงบนหัวใจ
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังลั่นไปทั่วชั้นทำงาน ตามมาด้วยเสียงประกาศจากระบบเสียงตามสายที่ฟังดูเหมือนเสียงของคนนับพันกำลังกรีดร้องพร้อมกัน
*“ขอต้อนรับพนักงานใหม่สู่กะกลางคืน... ท่านประธานรับทราบถึงความตั้งใจของคุณแล้ว”*
ไฟทั้งชั้นดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว ในความมืดนั้น เมฆได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินออกจากช่องลิฟต์ร้างที่ควรจะปิดตาย... มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงลากของโลหะที่ครูดไปกับพื้นปูน ราวกับมีบางอย่างที่ใหญ่โตและหิวโหยกำลังคืบคลานออกมาเพื่อทักทายเขาในวันแรก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในชั้นที่ 13... หวังว่าจะยังไม่รีบถอดใจนะครับ - ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 1
วันแรกที่นรกทักทาย
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!