"เพล้ง!"
เสียงแก้วคริスタルราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ภายในห้องทรงพระสำราญของพระราชวังหลวง บรรยากาศรอบกายของเจ้าชายลิอันเดอร์ตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับพายุฤดูร้อนที่กำลังคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พระเนตรสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัวเมื่อทอดพระเนตรเอกสารตราประทับสีแดงฉานบนโต๊ะทรงงาน
"เจ้าว่าอย่างไรนะ!... คลังสมบัติหลวงเกลี้ยงเกลาเป็นศูนย์โกลด์อย่างนั้นรึ?!"
มหาเล็กประจำพระองค์คุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางเศษแก้วและน้ำชาที่เจิ่งนอง "พ่ะย่ะค่ะ... ธนาคารกลางแจ้งว่า บัญชีทรัพย์สินของราชวงศ์ถูกอายัดและถ่ายโอนสิทธิ์การครอบครองทั้งหมดไปยัง 'กองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิสระ' ภายใต้การดูแลโดยตรงของ... ของดยุกคาซิเอล และตัวแทนการค้าจากตระกูลวาเลนเซียพ่ะย่ะค่ะ!"
ชื่อของ 'วาเลนเซีย' กระแทกเข้ากลางพระหทัยของเจ้าชายลิอันเดอร์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง
นั่นหมายความว่า หญิงสาวที่พระองค์เพิ่งทรงประกาศถอนหมั้นและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใยเมื่อไม่กี่วันก่อน แท้จริงแล้วคือนายทุนผู้กุมชะตากรรมทางการเงินทั้งหมดของอาณาจักรนี้! ทุกเหรียญทองที่พระองค์ใช้จัดงานเลี้ยงฉลองและซื้อเครื่องประดับให้หญิงบำเรอ ล้วนเป็นเงินกู้ยืมจากตระกูลวาเลนเซียทั้งสิ้น!
"นัง... นังผู้หญิงสารเลว เอเลน่า!" ลิอันเดอร์คำรามออกมาอย่างเหลืออด พระหทัยเต็มไปด้วยความอัปยศอดสูและความแค้นเคืองที่สุมอก "นางกล้าดียังไง... ลากคอatอดีตคู่หมั้นทรยศคนนี้มาเดี๋ยวนี้! ข้าจะสั่งประหารชีวิตนาง!"
"เกรงว่า... พระองค์จะทำเช่นนั้นไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงอำนาจดังขึ้นที่เบื้องพระพักตร์
เงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องทรงพระสำราญอย่างเงียบเชียบ ราวกับยมทูตที่เดินออกมาจากความมืด ดยุคคาซิเอลปรายตามองเจ้าชายผู้ไร้บัลลังก์ด้วยแววตาสมเพชระคนเหยียดหยาม มือหนาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องถวายความเคารพแม้แต่น้อย
"ท่านดยุก! เจ้ากล้าดียังไง..."
"ข้าแค่ทำตามกฎหมาย และทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของคู่หมั้นข้าก็เท่านั้น" คาซิเอลตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "องค์ชาย... ทรงลืมไปแล้วหรือว่า สัญญาเงินกู้สาธารณะหมดอายุตั้งแต่เที่ยงคืนวานนี้ หากไม่มีเงินมาชำระหนี้ห้าล้านโกลด์ภายในวันนี้ พระราชวังแห่งนี้ รวมถึงฉลองพระองค์ที่ท่านสวมอยู่ ก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูลวาเลนเซียโดยสมบูรณ์"
ในขณะเดียวกัน ห่างจากวังหลวงอันวุ่นวายออกไปหลายไมล์ ท่าทางของเอเลน่า วาเลนเซีย กลับเต็มไปด้วยความสงบเงียบและรื่นรมย์
ณ ตรอกซอกซอยเก่าแก่ย่านการค้าทิศตะวันตก ซึ่งถูกผู้คนหลงลืมไปตามกาลเวลา ที่นี่มีอาคารอิฐมอญสีแดงคร่ำคร่าหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ป้ายชื่อร้านไม้สักที่ขึ้นราดำจางๆ จนแทบอ่านไม่ออก สลักคำว่า *'Verdant Whisper'* เอาไว้
เอเลน่ายืนมองตึกเก่าสามชั้นตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยประกายแสงสีมรกตจางๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังเวทมนตร์โบราณที่ไหลเวียนอยู่ใต้พื้นดิน
*นี่สินะ... มรดกตกทอดชิ้นสุดท้ายที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้*
ในความทรงจำของร่างเดิม ท่านย่าผู้ล่วงลับเคยถูกขับไล่ออกจากตระกูลวาเลนเซียเพราะเลือกแต่งงานกับนักพฤกษศาสตร์นอกรีต ทุกคนคิดว่าท่านย่าเป็นเพียงคนแก่สติฟั่นเฟือนที่ครอบครองตึกผีสิงไร้ค่า แต่สำหรับเอเลน่า ผู้กลับชาติมาเกิดพร้อมกับความทรงจำและระบบคลังความรู้พฤกษศาสตร์เวทมนตร์ระดับตำนาน เธอย่อมรู้ดีว่าใต้ตึกเก่าหลังนี้ ซ่อน 'รากแก้วแห่งพฤกษาปฐพี' แหล่งพลังงานเวทมนตร์ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุดในอาณาจักรเอาไว้
"แอี๊ด..."
เสียงบานประตูไม้เก่าแก่เปิดออกพร้อมกับกลิ่นอายของฝุ่นละอองและกาลเวลา แต่ทันทีที่เอเลน่าก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!
ละอองแสงสีทองประกายมรกตพลุ่งพล่านขึ้นจากรอยแตกของพื้นไม้ กลิ่นอายอับชื้นพลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมละมุนของลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัส และชาคาโมมายล์สดใหม่ ชั้นวางสินค้าไม้สนที่เคยผุพังค่อยๆ ซ่อมแซมตัวเองด้วยละอองเวทมนตร์ ผนังสีหม่นกลับกลายเป็นสีเขียวพาสเทลอบอุ่น หน้าต่างกระจกใสสะอาดสะอ้านเผยให้เห็นแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาพพอดี
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานที่ตั้ง 'ร้านชาสมุนไพรเวทมนตร์' สมบูรณ์แบบ 100%]
[ปลดล็อกระบบร้านค้า: คลังสมบัติพฤกษาอมตะ, เมนูชาบำบัดวิญญาณ, และระบบป้องกันอาณาเขตระดับเทพเจ้า]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับกุญแจทองคำโบราณที่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเธอ เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ ชีวิตใหม่ที่สงบสุข ปลอดโปร่ง และมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่นี่
ทว่า... ความเงียบสงบมักอยู่ได้ไม่นานนัก
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูด้านหน้าร้านดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่น เอเลน่าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ร้านของเธอยังไม่ได้เปิดทำการและเพิ่งซ่อมแซมเสร็จเมื่อครู่นี้เอง ใครกัน1ที่กล้ามาเคาะประตูในย่านที่ถูกทิ้งร้างเช่นนี้?
เธอวางกุญแจทองคำลงบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนที่เพิ่งเนรมิตขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินไปที่ประตูช้าๆ มือเรียอบิดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออก
ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาวูบหนึ่ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มคุ้นตา ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นมองกวาดไปทั่วร้านชาที่หอมกรุ่น ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาว
ดยุกคาซิเอลลดร่มกันแดดในมือลงเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยาก
"สวัสดีครับ คุณหนูวาเลนเซีย..." ดยุคน้ำแข็งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น "พอดีผมผ่านมาแถวนี้ และได้กลิ่นชาที่หอมที่สุดในอาณาจักร... ไม่ทราบว่าร้านชาเวทมนตร์แห่งนี้ พอจะมีที่ว่างสำหรับลูกค้ารายใหญ่สักคนไหมครับ?"
เอเลน่ามองชายหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งอาณาจักรที่ยืนถือร่มอยู่หน้าประตาร้านด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด
แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือต้อนรับ สายตาคมของคาซิเอลก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะลายหลายสิบร่างที่กำลังวิ่งเลี้ยวเข้าสู่ตรอกซอกซอยด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและอาวุธครบมือ—หน่วยสังหารหลวงของเจ้าชายลิอันเดอร์ตามมาเจอที่นี่แล้ว!
คาซิเอลก้าวพรวดเดียวเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือหนาดึงร่างบางของเอเลน่าให้เข้ามาหลบด้านหลังแผงเคาน์เตอร์ชาอย่างแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่าwข้างแก้มเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ชวนให้ขนลุกซู่ท่ามกลางความตึงเครียด
"ดูเหมือนว่า... เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาส่งเสียงดังรบกวนเวลาจิบชาของคุณเสียแล้วล่ะครับ, ที่รัก"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - ม่านหมอกโรแมนซ์
คุณหนูตัวร้ายขอวางมือมาเปิดร้านชาสมุนไพรเวทมนตร์•ตอนที่ 3
มรดกตกทอดจากท่านย่า
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอวางมือมาเปิดร้านชาสมุนไพรเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
