"ถ้าค่าความเค้นของเหล็กเส้นล็อตนี้มันผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่คุณกวินกอดอกท่องมาได้ตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล ฉันคงไม่ต้องมายืนยืนขาแข็งเถียงกับคุณในไซต์งานร้อนๆ นี่หรอกค่ะท่านรองกรรมการผู้จัดการ"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตดิบๆ ดัง *ก๊อกแก๊ก* ไปตามโครงสร้างเหล็กถักของอาคารสูงสามสิบชั้นที่กำลังก่อสร้าง พายสะบัดผมยาวประบ่าที่ชุ่มเหงื่อเล็กน้อยไปด้านหลัง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความหงุดหงิดระคนดื้อรั้น เธอกอดอกแน่นจนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแนบไปกับแผ่นอกบาง ขณะจ้องมองผู้ชายในชุดสูทเนี๊ยบกริบที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น มากกว่าจะมาเดินย่ำฝุ่นปูนซีเมนต์
กวิน ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะเย็นชาไร้ความรู้สึก เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางแตะรอยร้าวเล็กๆ บนคานคอนกรีตจุดที่สามของโซน B สายตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองตัวเลขบนแท็บเล็ตในมืออีกข้างอย่างพินิจพิเคราะห์
"ข้อมูลในระบบระบุชัดเจนว่าอุณหภูมิขณะเทคอนกรีตเมื่อวานนี้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสี่องศาเซลเซียส และคุณพายในฐานะหัวหน้าวิศวกรควบคุมงานหน้างาน กลับเซ็นอนุมัติให้ผ่านการตรวจสอบโดยไม่มีการบันทึกค่าชดเชยความชื้น"
น้ำเสียงนุ่มทุบราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนของกวินดังขึ้น เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างระหงของพายทีละก้าวอย่างกดดัน "คุณคิดว่าความรับผิดชอบชีวิตคนนับร้อยบนตึกนี้ มันเป็นเรื่องเล่นสนุกที่จะมาใช้ 'เซนส์' หรือ 'ประสบการณ์หน้างาน' ตัดสินใจแทน Data ได้อย่างนั้นเหรอครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันเผลอใช้สรรพนามผิดเพศไปหน่อย พอดีสมองผมบันทึกแต่ความถูกต้อง เลยลืมไปว่าแถวนี้มีคนชอบใช้ความรู้สึกมากกว่าตรรกะ"
พายสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เธอเกลียดไอ้ท่าทางถือดีและสายตาดูแคลนแบบนั้นที่สุด! ตั้งแต่กวินก้าวเข้ามาเหยียบไซต์งานก่อสร้างนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน ชีวิตการทำงานอันสงบสุขของเธอก็พังไม่เป็นท่า ผู้ชายคนนี้คือก้อนหินน่ารำคาญที่ขวางทางโลกแห่งความเป็นจริงด้วยทฤษฎีบ้าบอจากห้องแอร์
"เลิกพูดจาดูถูกคนอื่นสักทีเถอะค่ะท่านรอง! หน้างานจริงมันไม่ได้มีเงื่อนไขสมบูรณ์แบบเหมือนในตำราที่คุณอ่านหรอกนะ ค่าความชื้นที่คาดเคลื่อนน่ะ ฉันคำนวณเผื่อระยะเวลาเซ็ตตัวไว้หมดแล้ว และเหล็กเสริมตรงนั้นมันก็รับแรงดึงได้เกินพิกัดตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณจะกรุณาถอดแว่นตาหนาเตอะแล้วเปิดตาดูหน้างานจริงบ้าง ไม่ใช่เอาแต่จ้องหน้าจอไอפาดจนสมองฝ่อ คุณก็จะเห็นว่าคนงานเขากำลังทำงานกันอย่างระมัดระวังแค่ไหน!"
พายก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกับปกเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพง ปากร้ายๆ ของเธอสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวรัศมีอัลฟ่ากลิ่นเปปเปอร์มินต์เย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยสักนิด แม้ว่าลึกๆ แล้วกลิ่นนั้นจะทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิดก็ตาม
กวินชะงักไปนิดเมื่อถูกคนตัวเล็กกว่ารุกประชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของเบต้าสาวตรงหน้า—กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นคล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตก—แทรกซึมผ่านบรรยากาศฝุ่นปูนเข้ามาแตะจมูกเขาอย่างถือวิสาสะ ดวงตาสีเข้มก้มลงมองใบพักตร์เนียนใสที่รั้นจนน่าจับตี เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเธอที่สะท้อนความโกรธขึง
"ปากเก่ง..." กวินพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย สำรวจริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย "ถ้าเอาพลังงานในการเถียงผมไปตรวจเช็คหน้างานให้ละเอียดตั้งแต่แรก บริษัทคงไม่ต้องเสียเวลามาแก้ปัญหาเพราะความสะเพร่าของคุณหรอกนะพาย"
"ฉันไม่ได้สะเพร่า!" พายปัดมือเขาที่ยื่นแท็บเล็ตมาตรงหน้าออกอย่างแรง จนเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงเกือบหลุดร่วง "ถ้าคุณยังไม่เลิกใช้วิธีสั่งการแบบเผด็จการแล้วบีบให้พวกเราทำงานแข่งกับเวลาบ้าๆ ที่คุณตั้งขึ้นมาเองล่ะก็... เชิญคุณหากำลังคนใหม่มาคุมไซต์นี้เองเถอะค่ะ!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ธันวาที่แอบยืนมองสถานการณ์อยู่หลังเสาคอนกรีตไม่ไกลนัก ยกย่องมุมปากขึ้นอย่างพอใจ แผนการที่จะทำให้สองคนนี้ทะเลาะกันจนงานสะดุดกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ธันวาแอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมบันทึกภาพความขัดแย้งนี้เพื่อรายงานบอร์ดบริหาร
แต่ก่อนที่พายจะได้หันหลังเดินหนีด้วยความโมโห กวินกลับยื่นมือหนาออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แน่น รั้งร่างบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว แรงปะทะทำให้พายเซถลาไปชนแผ่นอกกว้าง กลิ่นเปปเปอร์มินต์เข้มข้นโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยนะ!" พายตื่นตระหนก เธอเงยหน้าขึ้นหวังจะด่ากราด แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันเสียจนเกินความจำเป็น
ดวงตาสีเข้มของกวินมองลึกลงมาในดวงตากลมโตของเธอ แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก ปลายนิ้วอุ่นที่กุมข้อมือเธออยู่ไม่ได้คลายแรงลงเลย กลับกระชับแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน
"ผมยังตรวจงานไม่เสร็จ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนพายขนลุกซู่ "และข้อหาที่คุณหมิ่นประมาทความตั้งใจของผมเมื่อครู่ เรายังเคลียร์กันไม่จบ"
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องจักรในไซต์งาน เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบที่สุดเท่าที่สมองจะสรรหาได้ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางบันไดหนีไฟ
"คุณกวินครับ! แย่แล้วครับ... ระบบควบคุมเครนหลักชั้นบนสุดเกิดความผิดพลาด ข้อมูลการโหลดน้ำหนักตีกลับค่าผิดพลาดระดับวิกฤตครับ!"
กวินชะงัก สายตาคมกริบผละออกจากใบหน้าแดงก่ำของพายในทันที เขาดึงมือออกจากข้อมือเธออย่างเด็ดขาด หันไปมองหน้าผู้ช่วยวิศวกรที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พายรีบถอยหลังเว้นระยะห่าง มือบางยกขึ้นลูบอกตัวเองที่กระกระหายอากาศ หูทั้งสองข้างร้อนผ่าวไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่กันแน่
กวินกวาดสายตามองหน้าพายแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่มีร่องรอยของความเล่นสนุกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ตามผมขึ้นไปข้างบน... เดี๋ยวนี้"
กระต่ายพระจันทร์ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในสมการหัวใจบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรคู่ตรงข้าม: วิศวกรสายตรรกะกับสมการหัวใจที่คำนวณไม่ได้•ตอนที่ 1
ข้อมูลไม่โกหก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรคู่ตรงข้าม: วิศวกรสายตรรกะกับสมการหัวใจที่คำนวณไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!