โลหิตหนึ่งหยด... ร่วงหล่นกระทบลงบนคมกระบี่สีนิลกาฬ
มันมิใช่โลหิตของศัตรู หากแต่เป็นโลหิตที่กลั่นกรองมาจากหัวใจของผู้ที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดแห่งความโดดเดี่ยว เยี่ยอู๋เฉินหลับตาลงช้าๆ ท่ามกลางห้วงมหรรณพแห่งลมปราณที่แปรปรวนราวกับพายุคลั่ง ร่างกายของเขายืนหยัดตระหง่านอยู่บนยอดเขาอสูรเมฆา สถานที่ซึ่งแม้แต่นกอินทรีย์อัคคีก็ยังไม่กล้าบินผ่านเนื่องจากแรงกดดันของเขตแดนเซียนที่หนาแน่นจนเกือบกลายเป็นของ The Solid
เบื้องล่างคือเหวลึกอันไร้ก้นบึ้ง เบื้องบนคือท้องนภากว้างใหญ่ที่กำลังคำรามก้องด้วยอสนีบาตสีม่วงเข้ม มันคือทัณฑ์สวรรค์... ด่านเคราะห์เก้าเก้าที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างหวาดผวาจนวิญญาณแตกดับ แต่สำหรับเยี่ยอู๋เฉินแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบททดสอบอันไร้สาระของกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่พยายามกักขังจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ
"เจ้ายังคงดื้อรั้นเช่นเคย... อู๋เฉิน"
เสียงหวานใสราวกับธารน้ำแข็งกระทบกันดังแว่วมาจากความว่างเปล่า ปราศจากที่มาและไร้ซึ่งร่องรอยแห่งลมปราณ แต่กลับทำให้มิติรอบด้านนิ่งค้างไปชั่วขณะ
ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะปรากฏขึ้นบนยอดผาอย่างเงียบเชเชียบ นางยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว ทว่ากลับให้ความรู้สึกราวกับอยู่คนละภพภูมิ หลิงเซียน... เทพเซียนผู้ครองตำหนักเหมันต์นิรันดร์ ดวงตาของนางว่างเปล่า เย็นชา ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกใดๆ ทว่าลึกลงไปในความเย็นชานั้น กลับซ่อนประกายความห่วงใยที่แผดเผารุนแรงยิ่งกว่าเพลิงกัลป์
เยี่ยอู๋เฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก ประกายแสงสีทองจางๆ วับวามอยู่ในหน่วยตาคู่นั้น มันคือร่องร่องรอยแห่ง "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" ที่หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณจนเกือบสมบูรณ์แบบ
"ข้าไม่เคยดื้อรั้น หลิงเซียน" เยี่ยอู๋เฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในวัดโบราณ "ข้าเพียงแต่... กำลังเดินไปบนเส้นทางที่พวกมันไม่มีวันเข้าใจ"
"เส้นทางที่เจ้าเลือก มีจุดจบเพียงความตาย" หลิงเซียนก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายความหนาวเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน "อาจารย์ของเจ้าจากไปเพราะฝืนลิขิตฟ้าดิน แล้วเจ้า... จะเดินตามรอยความโง่เขลานั้นไปเพื่ออะไร?"
คำว่า "อาจารย์" ทำ ให้อากาศรอบตัวเยี่ยอู๋เฉินกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตวันวานย้อนกลับมาในห้วงความคิด อาจารย์ผู้ชุบเลี้ยงและถ่ายทอดวิถีกระบี่ให้แก่เขา ต้องดับสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลีต่อหน้าต่อตาภายใต้สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ รอยแผลเป็นในจิตใจนั้นไม่เคยจางหาย กลับยิ่งคมชัดขึ้นทุกครั้งที่เขาขับเคลื่อนพลังปราณ
มุมปากของเยี่ยอู๋เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันอันเยียบเย็น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
"ความตายหรือ? สำหรับข้า ผู้ที่ไร้ซึ่งอิสรภาพต่างหากคือผู้ที่ตายไปแล้ว" เยี่ยอู๋เฉินก้มลงมองกระบี่ในมือ "อาจารย์เลือกที่จะก้มหัวให้กฎสวรรค์ จึงต้องพบจุดจบเช่นนั้น ส่วนข้า... เยี่ยอู๋เฉินผู้นี้ จะใช้กระบี่ในมือทลายฟ้าดินให้สิ้นซาก หากสวรรค์ไม่เมตตา ข้าก็จะสังหารสวรรค์เสีย!"
สิ้นคำพูดนั้น พลังปราณทั่วร่างของเยี่ยอู๋เฉินก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด คลื่นกระแทกสีดำสนิทแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้ก้อนเมฆบนท้องฟ้าจนแตกกระจาย เสียงคำรามของฟ้าดินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับรับรู้ถึงความท้าทายอันยิ่งใหญ่จากมนุษย์ผู้หนึ่ง
หลิงเซียนมองการกระทำของเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวเป็นครั้งแรก นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ดื้อดึงเพียงใด เมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้เอาเก้าอสนีบาตมารุมเร้า หรือแม้แต่เทพเซียนนับหมื่นมาขวางกั้น เขาก็ไม่มีวันหันหลังกลับ
นางทอดถอนหายใจเบาๆ เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความระAมและความเด็ดเดี่ยว มือเรียวบางดุจหยกขาวเอื้อมไปสัมผัสที่ด้ามกระบี่เซียนข้างกาย
"หากเจ้าปรารถนาจะทลายฟ้าดินนัก..." หลิงเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแสงแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง "เช่นนั้น... เจ้าต้องก้าวข้ามข้าไปก่อน"
เยี่ยอู๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีฆ่าฟ้ารอบตัวมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว
"เจ้าคิดจะขวางข้า?" เขาถามเสียงต่ำ
"ข้าไม่ได้ขวางทางเจ้า" หลิงเซียนก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจ กลิ่นกายหอมเย็นของนางผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายคาวเลือดของเขาอย่างประหลาด "ข้าเพียงแต่จะร่วมเดินทางไปกับเจ้า... แม้ว่าจุดหมายปลายทางคือขุมนรกก็ตาม"
บรรยากาศรอบด้านเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวแข่งกับเสียงอสนีบาตบนท้องฟ้า
ในวินาทีนั้นเอง ที่ท้องนภากลางดงเมฆสีดำทมิฬ จู่ๆ ก็แยกตัวออกจากกันอย่างรุนแรง ปรากฏดวงตาขนาดมหาสมหึมาสีเลือดคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากเบื้องบน แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นผุยผง!
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม พร้อมด้วยกระบี่โบราณที่สลักลวดลายมังกรสวรรค์ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติเบื้องบนอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งขุนเขา
"นึกไม่ถึงว่า... มดปลวกสองตัวนี้ จะบังอาจคิดต่อต้านอาณัติสวรรค์จริงๆ ด้วยสินะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่บรรลุธรรม กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1
คมกระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรลุธรรม กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
