กระบี่บรรลุธรรม กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 2

หิมะโปรยปรายใจนางเซียน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากคมกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนแผ่นศิลาโบราณจนเกิดเสียงดังกังวานคล้ายระฆังสำริดในยามวิกาล เยี่ยอู๋เฉินไม่แม้แต่จะปรายตาแลซากศพของผู้อาวุโสพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ที่นอนไร้ลมหายใจอยู่แทบเท้า ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงดุจยอดสนพันปี ทว่าลมหายใจกลับติดขัดเล็กน้อย บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายที่เกิดจาก ‘เพลิงทลายโลกันตร์’ กำลังแผ่ไอความร้อนแผดเผาเส้น Lox ของเขาอย่างช้าๆ การฝืนทะลวงผ่านจุดชีพจรเก้าสวรรค์ขั้นที่แปดเมื่อครู่ ทำให้ลมปราณย้อนกลับเข้าตีอวัยวะภายใน จนรสชาติคาวเลือดอุ่นๆ เอ่อล้นขึ้นมาถึงลำคอ วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... แท้จริงแล้วคือการตัดขาดจากสรรพสิ่ง หรือการกลืนกินลมหายใจของฟ้าดินกันแน่? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของจอมกระบี่หนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เขาหลับตาลงเพื่อโคจรลมปราณกดข่มพิษเพลิง แต่ก่อนที่จิตจะดิ่งลงสู่ความเวิ้งว้าง ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีร้อย丈 (สามร้อยเมตร) ไอเย็นนี้มิใช่ความหนาวเหน็บของฤดูเหมันต์ แต่มันคือความบริสุทธิ์ไร้ราคี ดุจธารน้ำแข็งโบราณที่ไหลรินมาจากยอดเขาเซียนเก้าชั้นฟ้า *ฉับพลัน!* เกล็ดหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของเยี่ยอู๋เฉินจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม รัศมีกระบี่รอบกายของเขาที่เคยแหลมคมดุจพายุ ถูกความหนาวเย็นนี้แช่แข็งจนสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงินในพริบตา นี่ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา... นี่คือ ‘เขตแดนเซียนนิรันดร์’ เยี่ยอู๋เฉินลืมตาขึ้น นัยน์ตาดำขลับฉายแววดุดันขึ้นวูบหนึ่ง มือขวาที่กุมด้ามกระบี่กระชับแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขารู้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือใคร ท่ามกลางม่านหิมะโปรยปรายที่บิดเบือนมิติ ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ก้าวเดินออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง นางก้าวเท้าแต่ละก้าวราวกับเหยียบย่างอยู่บนจิตสำนึกของผู้คน ใบหน้างามล้ำเลิศเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะจินตนาการได้ ทว่ากลับประดับไว้ด้วยความเย็นชาดุจรูปสลักหยกหิมะ ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ มองมาที่เยี่ยอู๋เฉินราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งบนพื้นดิน "เยี่ยอู๋เฉิน... เจ้าช่างกล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" น้ำเสียงของนางไพเราะราวกับเสียงพิณสวรรค์ ทว่ากลับเยือกเย็นจนบาดลึกถึงกระดูกดำ นางคือ หลิงเซียน เทพเซียนผู้ปกปักษ์รักษาแดนบูรพา ผู้ซึ่งผู้คนในยุทธภพต่างก้มกราบหวาดกลัว นางไม่เคยย่างกรายลงสู่ยุทธภพเบื้องล่างมานับร้อยปี แต่วันนี้... นางกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าเขา เพียงเพื่อขัดขวางวิถีที่เขาเลือกเดิน เยี่ยอู๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เย็นชาไม่แพ้กัน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หึ... นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็คือท่านเซียนผู้สูงส่งผู้ไม่มีวันแปดเปื้อนฝุ่นธุลี เหตุใดเล่า? หรือว่าเลือดของคนพรรคอัคคีผลาญสวรรค์พวกนี้ ทำให้แผ่นฟ้าอันบริสุทธิ์ของท่านต้องมัวหมองด้วยงั้นรึ?" หลิงเซียนหยุดฝีเท้าลงห่างจากเขาเพียงสามก้าว กลิ่นอายหิมะรอบกายพัดพาเอาเส้นผมสีดำสนิทของนางให้ปลิวไสวเล็กน้อย นางจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเขา มองเห็นร่องรอยของความดื้อรั้น ความเจ็บปวดจากอดีต และความทะนงตนที่พร้อมจะเผาผลาญแม้แต่ชีวิตของตนเอง "เจ้ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางสายมาร" หลิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "วิชากระบี่ของเจ้าพึ่งพาจิตสังหารและการฝืนลิขสิทธิ์สวรรค์ หากเจ้ายังดันทุรังทะลวงผ่านจุดชีพจรเก้าสวรรค์ขั้นสุดท้ายในคืนที่จันทร์ดับ... ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าจะแตกสลายกลายเป็นจุล ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณให้กลับมาเกิดใหม่" "แล้วมันเกี่ยวอันใดกับท่านเล่า?" เยี่ยอู๋เฉินตวาดกลับ เสียงของเขาดังกังวานก้องราวกับคมดาบที่กระทบกัน "ชีวิตข้า อาจารย์ของข้าสำนักของข้า... ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือของพวกมัน เหตุใดข้าต้องสนว่าฟ้าดินจะกำหนดให้ข้าเป็นเช่นไร? หากสวรรค์ไม่ยุติธรรม ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ ผ่าสวรรค์ให้มันรู้แล้วรู้รอด!" สิ้นคำพูด รัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยถูกแช่แข็งก็ระเบิดออกอีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง เยี่ยอู๋เฉินก้าวออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณสีนิลทะลทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเกล็ดหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีเทาหม่น ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีของจอมยุทธ์ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว หลิงเซียนขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย—เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ความรู้สึกกังวลฉายชัดในดวงตาคู่นั้น แต่มันรวดเร็วจนยากจะสังเกตเห็น นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกมา นิ้วมือเรียวยาวชี้ตรงมาที่หน้าอกของเยี่ยอู๋เฉิน พลังปราณเซียนอันไร้ขอบเขตพุ่งทะยานออกมาจากปลายนิ้วราวกับสายฟ้าสีคราม "ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย" หลิงเซียนเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเย็นชา ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยที่ก้นบึ้งของหัวใจ "หากเจ้าดื้อดึง... ข้าก็มีแต่ต้องสะกดจุดชีพจรของเจ้าไว้ ณ ที่นี้ และพาตัวเจ้ากลับไปยังยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ ให้เจ้าสำนึกผิดไปชั่วกัปชั่วกัลป์!" "ท่านกล้า!" เยี่ยอู๋เฉินคำรามลั่น นัยน์ตาสדฉานด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกกระบี่เหล็กนิลขึ้นชี้ฟ้า พลังทั้งหมดในร่างถูกรวบรวมไว้ที่คมดาบ นี่คือกระบวนท่าสุดท้าย 'กระบี่เดียวตัดขาดสะพานสวรรค์' ที่เขาใช้เวลาฝึกฝนมากว่าสิบปี ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะพุ่งเข้าประจันหน้ากับพลังเซียนของหญิงสาว สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างจัง ความเย็นชาในแววตาของหลิงเซียนสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังจะพังทลายลงมา นางมองเห็นเงสะท้อนของตัวนางเองในดวงตาที่ดื้อรั้นและโดดเดี่ยวของชายหนุ่มผู้นี้ หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งมานับพันปีของเทพเซียนผู้ไร้ใจ กลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และในขณะเดียวกัน เยี่ยอู๋เฉินก็สัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาใสๆ ที่ร่วงหล่นจากดวงตาของหลิงเซียน—หยดน้ำตาที่กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งทันทีที่กระทบกับสายลม แต่มันกลับร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟบรรัลกัลป์ในความรู้สึกของเขา มือที่ถือกระบี่ชะงักง้างกลางอากาศ พลังปราณที่กำลังจะระเบิดกลับตีกลับเข้าตัวจนกระอักเลือดคำโตออกมาอีกครั้ง *ตึง!* เยี่ยอู๋เฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นศิลา ใช้คมกระบี่ค้ำยันร่างของตนไว้ไม่ให้ล้มลง หลิงเซียนพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาในพริบตา ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงที่กลางหน้าผากของเขาเพื่อสกัดจุดหยุดยั้งอาการลมปราณแตกซ่าน ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสกับผิวเนื้อของเขา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินแยก รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากหุบเหวเบื้องล่าง—ไอสังหารโบราณที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินมานับหมื่นปี กำลังทะลตทะยานขึ้นมากลืนกินทุกสิ่ง! หลิงเซียนหน้าเปลี่ยนสีเป็นครั้งแรก นางตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ... มีคนจงใจใช้เลือดของผู้อาวุโสพรรคอัคคีผลาญสวรรค์เมื่อครู่ เพื่อคลายผนึกมหาภัย! "แย่แล้ว..." หลิงเซียนพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ก่อนที่นางจะได้ดึงตัวเยี่ยอู๋เฉินถอยหนี แสงสีเลือดสาดส่องขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่าง พุ่งตรงเข้าโอบล้อมร่างของเยี่ยอู๋เฉินและดึงดูดเขาร่วงหล่นลงไปในหุบเหวดำมืดอย่างไร้ทางขัดขืน! "อู๋เฉิน!" เสียงอุทานหลุดออกจากริมฝีปากของเทพเซียนผู้ไร้ใจเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย หลิงเซียนพุ่งทะยานตามร่างที่กำลังร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดนั้นทันที โดยไม่สนว่าเบื้องล่างคือขุมนรกหรือค่ายกลมรณะ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรลุธรรม กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%