"น้ำตาลแปดช้อนโต๊ะ... นี่คุณตั้งใจจะเปิดร้านขายน้ำเชื่อมเคลื่อนที่ หรือกะจะฆาตกรรมตับอ่อนของผมทางอ้อมกันแน่ครับ คุณทัพฟ้า"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของห้องประชุมชั่วคราวบนชั้นสี่สิบ ทัพฟ้าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มพรายเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงราวกับรูปปั้นหินอ่อนของกวิน บัดนี้กำลังขมวดมุ่นจ้องมองแก้วกาแฟพลาสติกใสในมือราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดพลีชีพ
"แหม... สถาปนิกผู้เคร่งขรึมเรื่องสัดส่วนและโครงสร้างอย่างคุณกวิน ก็น่าจะลองเปิดใจรับรสชาติใหม่ ๆ ดูบ้างนะครับ ชีวิตจะได้มีสีสัน ไม่ใช่มีแต่สีเทาของคอนกรีตกับแปลนแบบ AutoCAD รอด24 ชั่วโมงแบบนั้น" ทัพฟ้าจงใจลากเสียงกวนประสาท พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้สำนักงานหมุนตัวโปรด ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายราวกับแมวป่าที่กำลังสนุกกับการหยอกเย้าเหยื่อในกรง
กวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับดินสอเขียนแบบมานับไม่ถ้วน เคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดีเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วง สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองหน้าอีกฝ่ายอย่างประเมินสถานการณ์
ตั้งแต่วันแรกที่บริษัทอีเวนต์ของทัพฟ้าเข้ามาจับมือร่วมงานกับบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศของเขา โลกอันแสนสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของกวินก็พังทลายลงไม่เป็นท่า ทัพฟ้าไม่เพียงแต่เข้ามาปั่นป่วนตารางงาน แต่ยังเข้ามาปั่นป่วนหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมานานหลายปีด้วยรอยยิ้มแพรวพราวและท่าทางดื้อรั้นที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
"กาแฟ... ในมุมมองทางสถาปัตยกรรมและวิทยาศาสตร์ มันคือเครื่องดื่มที่ต้องอาศัยความสมดุลของรสชาติ คาเฟอีน ความขม และความละมุน เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง ไม่ใช่สารละลายน้ำตาลทรายแดงที่ผ่านการเขย่าจนตกตะกอนก้นแก้วแบบที่คุณสั่งมาประชดผม" กวินวางแก้วกาแฟเจ้าปัญหาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' เล็กน้อยพอให้รู้ว่าเขาเริ่มหมดความอดทน
"โอ๊ะ โอ๋... ดูเหมือน 'เจ้าชายน้ำแข็ง' จะละลายกลายเป็นเด็กน้อยงอแงไปซะแล้วล่ะครับ" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นจนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวซิตรัสสะอาดสดชื่นลอยเข้าจมูกของสถาปนิกหนุ่ม "ถ้าไม่ชอบหวาน ก็เททิ้งสครับ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า แก้วนี้ผมตั้งใจสั่งให้ 'เป็นพิเศษ' เลยนะคุณสถาปนิก"
คำว่า 'เป็นพิเศษ' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำพักน้ำแรงของคนพูด พร้อมกับดวงตาพราวระยับที่ช้อนขึ้นมองสบตาเขาตรง ๆ ชั่ววินาทีนั้น หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของกวินกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ภายนอกเขาจะยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์ได้แนบเนียนแค่ไหน แต่ภายในอกข้างซ้ายตอนนี้กลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ
*ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเขายิ่งกว่าแบบก่อสร้างที่คำนวณรับน้ำหนักพลาดเสียอีก*
กวินเบือนสายตาหนีจากใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้เกินไปเล็กน้อย เขาก้มลงหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอแปลนงานอีเวนต์ปาร์ตี้ห้องลับที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในโปรเจกต์นี้ พยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นมืออาชีพ แม้ว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวจะดังจนกลบเสียงแอร์ในห้องไปหมดแล้วก็ตาม
"ถ้าคุณยังมีเวลาว่างมานั่งเล่นเกมประสาทกับกาแฟแก้วนี้ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจสอบแปลนโซน VIP ที่คุณแก้มาใหม่ดีกว่าครับ" กวินใช้น้ำเสียงราบเรียบกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "เพราะถ้าโครงสร้างซุ้มทางเข้างานยังออกแบบมาด้วยความอีหลักอีเหลื่อแบบนี้ รับรองว่าแขกวีไอพีระดับพันล้านของคุณได้เดินชนเสาคานถล่มลงมาทับกันพอดี"
ทัพฟ้าหุบยิ้มทันทีเมื่อถูกจี้เข้าจุดสำคัญ รอยยิ้มกวนประสาทถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่กวินเลื่อนมาตรงหน้า นิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มชี้ไปยังจุดที่เป็นปัญหาบนแปลนอย่างแม่นยำ
"ตรงนี้... ระยะแบกรับน้ำหนักของโครงสร้างเหล็กชั่วคราวไม่สอดคล้องกับจำนวนแขกสามร้อยคนที่คุณกะจะยัดเข้าไปในห้องพาร์ตี้ คุณใช้ความรู้สึกในการจัดวางพื้นที่ มากกว่าการคำนวณทางวิศวกรรม งานอีเวนต์ของคุณอาจจะสวยงามในสายตาคนทั่วไป แต่ในมุมมองของสถาปนิก มันคือความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้"
คำพูดที่เฉียบคมและตรงไปตรงมาของกวินไม่ได้ทำให้ทัพฟ้าโกรธเคืองเหมือนคนอื่นๆ ตรงกันข้าม นายเอกหนุ่มกลับรู้สึกทึ่งในความเอาAใส่ใจและความเก่งกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชาของคนตรงหน้า ทัพฟ้าโน้มตัวลงไปใกล้ขึ้นอีก จนไหล่แทบจะชิดกัน กลิ่นอายความเป็นชายหนุ่มอบอวลอยู่รอบตัว
"โห... ดุจังเลยนะครับ พ่อคุณ" ทัพฟ้ากระซิบเสียงนุ่ม ข้างหูกวินราวกับจงใจแกล้ง "นี่ตักเตือนด้วยความเป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงาน หรือแอบหวงพื้นที่จัดงานกลัวผมจะทำเสียชื่อคุณกันแน่ หือ... คุณกวิน?"
กวินชะงักค้าง ดวงตาคมหันขวับกลับมาสบตากับคนพูดในระยะประชิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนสัมผัสได้ ทัพฟ้าไม่ได้ถอยหนี แถมยังส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองสติหลุดมาให้เสียอีก
สถาปนิกหนุ่มเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซึนเดะที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดเยือกเย็นเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปร่งของ 'ธีรดนย์' เพื่อนสนิทและสปอนเซอร์รายใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้า
"เฮ้ย ทัพฟ้า กวิน... กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกมึงสองคนหรือเปล่าวะเนี่ย ทำไมหน้าตาตื่น ๆ กันจัง"
ทัพฟ้าผละตัวถอยหลังกลับไปนั่งตัวตรงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนมีริ้วAแดงจาง ๆ พาดผ่านอย่างปิดไม่มิด ขณะที่กวินรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็น 'เจ้าชายน้ำแข็ง' ผู้ไร้ความรู้สึกได้ทันท่วงที แม้ว่าภายในใจจะแอบสบถด่าเพื่อนตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญอย่างไร้กาลเทศะ
ดวงตาคมของกวินหันกลับมามองทัพหน้าที่กำลังหลบสายตาแก้เก้อด้วยการหยิบแก้วกาแฟหวานเจี๊ยบขึ้นมาดูดแก้เขิน ก่อนที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่มจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทัพฟ้าไม่มีวันได้ทันตั้งตัว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดกับดักความคลั่งรักนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ (ไฟเยอร์บลัด)
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน•ตอนที่ 2
สงครามกาแฟและแปลนงาน
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
