"คุณเอาสมองส่วนไหนคิดครับ ถึงได้วางโครงสร้างรับน้ำหนักแบบนี้ลงไป?"
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัท กวินท์ขว้างปากกาลูกลื่นลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดเสียงดังสนั่น เขากดสายตามองแบบแปลนที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาแดงเป็นรอยหยักยุ่งเหยิงราวกับเด็กอนุบาลทำกราฟฟิตี้
ทัพฟ้านั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวหมุนปากกาในมือเล่นอย่างใจเย็น เขาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อจัดสไตล์แบดบอยประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่กวินท์เคยพบมา
"สมองที่ใช้ทำเงินให้บริษัทปีละหลายสิบล้านไงครับ คุณสถาปนิก" ทัพฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงลอยหน้าลอยตา "แบบที่คุณวาดมาน่ะมันสวยนะ... สวยจนน่าเบื่อ เหมาะเอาไปใส่กรอบโชว์ในมิวเซียมมากกว่าจะเอามาจัดอีเวนต์ที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้ ผมเลยปรับให้มัน 'ใช้งานได้จริง' ไงครับ เข้าใจคำว่าฟังก์ชันไหมครับ?"
กวินท์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนัง เขาเป็นคนเนี๊ยบ ทุกเส้นสายในแบบแปลนนี้คือผลงานศิลปะที่เขากลั่นกรองจากจินตนาการและการคำนวณอย่างแม่นยำ แต่เจ้าตัวแสบนี่กลับทำลายมันด้วยเหตุผลตื้นๆ แค่เรื่องความสะดวก
"ใช้งานได้จริง? คุณเรียกว่าการเจาะผนังรับแรงเพื่อติดตั้งเวทีแขวนลอยว่าใช้งานได้จริงงั้นเหรอ?" กวินท์โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จางๆ จากตัวเขาปะทะเข้ากับกลิ่นซิตรัสสดชื่นของอีกฝ่าย "ถ้าโครงสร้างนี้ถล่มลงมา ใครจะรับผิดชอบครับ? คุณ หรือว่าความมั่นใจที่ดูไร้สติของคุณ?"
ทัพฟ้าไม่ถอยหนี เขากลับเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ดุร้ายดั่งเสือของกวินท์ "ผมรับผิดชอบครับ ถ้าคุณกลัวนัก ก็ไปขอให้บริษัทเพิ่มงบทำโครงสร้างเหล็กเสริมสิครับ ไม่ใช่มานั่งบ่นเหมือนคนแก่หวงของอยู่ในห้องแอร์แบบนี้"
"ทัพฟ้า!"
"เรียกชื่อผมทำไมครับ? ผมรู้ว่าชื่อผมเพราะ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาจีบกันในห้องประชุมนะ กวินท์"
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นจนเหมือนจะมีประกายไฟแลบออกมา กวินท์รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นทุกขณะ ความโกรธที่ปกติเขาควบคุมได้ดีเยี่ยมกลับพุ่งพล่านทุกครั้งที่เห็นแววตาท้าทายของคนตรงหน้า ทัพฟ้าไม่ใช่แค่ผู้จัดงานอีเวนต์ธรรมดา แต่เป็น 'ตัวปัญหา' ที่เข้ามาเขย่าความสงบสุขในโลกที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างบรรจง
กวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้อีกฝ่ายดูเล็กลงไปถนัดตา เขาก้าวช้าๆ อ้อมโต๊ะไปหาทัพฟ้าที่ยังนั่งอยู่อย่างสบายใจ กวินท์วางมือลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่ทัพฟ้านั่ง กักขังร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว
"คุณฟังให้ดีนะ ทัพฟ้า" กวินท์โน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าทว่าเย็นชา "โปรเจกต์นี้คือความภูมิใจของผม ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันด้วยความมักง่ายเด็ดขาด พรุ่งนี้เช้า ผมต้องการให้คุณลบไอ้รอยแดงพวกนี้ออกให้หมด แล้วกลับมาใช้โครงสร้างเดิม... ไม่อย่างนั้น ผมจะลาออก และปล่อยให้บริษัทของคุณรับผิดชอบความพินาศที่จะเกิดขึ้นเอง"
ทัพฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตา กวินท์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความกวนประสาท แต่มันมีความไหวระริกบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"ถ้าผมไม่ลบ... แล้วคุณจะทำไม?" ทัพฟ้าท้าทาย เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนดูเหมือนการยั่วยวน "คุณจะจับผมมัดรวมกับเสาพวกนี้ หรือจะทำอย่างอื่นที่รุนแรงกว่านั้นครับ?"
กวินท์มองริมฝีปากที่ขยับพูดจาชวนหาเรื่องนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก จังหวะหัวใจของเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่เขาไม่ได้โกรธจนจะฆ่าอีกฝ่ายหรอกหรือ? ทำไมความใกล้ชิดนี้ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าสู่หลุมพรางที่ลึกเกินกว่าจะถอนตัว
ก่อนที่กวินท์จะได้โต้ตอบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
"เฮ้ย! ทัพ! กวินท์! พวกคุณสองคนทำอะไรกันวะ?"
ธีรดนย์ยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ในมือถือแฟ้มเอกสารหนาปึก สายตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นท่าทางของทั้งคู่ที่ก้ำกึ่งระหว่างการทำสงครามและการสารภาพรัก กวินท์รีบผละตัวออกทันทีด้วยท่าทางหงุดหงิดจัด ในขณะที่ทัพฟ้าแค่ยักไหล่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ธีร์ มึงมาก็ดีแล้ว" กวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน พลางจัดปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นเล็กน้อย "บอกเพื่อนมึงด้วยว่าถ้ายังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้ งานนี้ล่มตั้งแต่วันแรกแน่นอน"
ทัพฟ้าหัวเราะร่า แล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ "งานไม่ล่มหรอกครับ เพราะผมชอบเห็นคุณหัวเสียแบบนี้มากกว่าตอนทำหน้านิ่งเป็นรูปปั้นนะ... สถาปนิกคนเก่ง"
ทัพฟ้าเดินผ่านตัวกวินท์ไปพร้อมรอยยิ้มที่ทิ้งปริศนาเอาไว้ ก่อนจะหยุดกึกที่หน้าประตูแล้วหันกลับมามองสบตาเขาอีกครั้ง
"พรุ่งนี้สิบโมงเจอกันที่หน้างาน... แล้วเตรียมตัวให้พร้อมนะครับกวินท์ เพราะที่ผมจะทำต่อไป มันไม่ใช่แค่การแก้แบบ... แต่มันคือการรื้อทุกอย่างที่คุณสร้างมาใหม่หมดเลย"
กวินท์กำหมัดแน่น มองแผ่นหลังของคนแสบที่เดินจากไปพร้อมความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพินาศที่เขาต้องเผชิญ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของพายุที่เขาไม่มีวันต้านทานได้ไหวกันแน่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ "ไฟเยอร์บลัด" จะพาทุกท่านไปสู่ความเข้มข้นในตอนต่อไปอย่างแน่นอนครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน•ตอนที่ 1
แผนผังแรกที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
