แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานห้องประชุมไร้หน้าต่าง สะท้อนลงบนพื้นกระจกขัดเงาจนเห็นเงาดำทึบของร่างสองร่างที่กำลังยืนเผชิญหน้ากัน ความเงียบงั้นยืดเยื้อราวกับเข็มนาฬิกาถูกถอดเฟืองออก หน้าจอทึบแสงของระบบยังคงปราศจากความเคลื่อนไหว มีเพียงแสงกะพริบสีแดงระเรื่อจากมุมล่างของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงาน ที่เพิ่งสลักข้อความสะเทือนขวัญลงในโสตประสาทของคณิน—*“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง, วิศวกรผู้ไร้หัวใจ”*
พริมพรายไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ข้อความนั้น ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยังคงยืนห่างจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในระยะที่คำนวณไว้แล้วว่าเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับการสังเกตการณ์ แต่นัยน์ตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบากลับกวาดมองทุกรายละเอียดบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ
“คุณกำลังพยายามถอดรหัสIP address หรือกำลังคำนวณความน่าจะเป็นว่าใครเป็นคนส่งรูปห้องทำงานของคุณเองมาขู่ในยามวิกาลกันคะ, คุณคณิน?” น้ำเสียงเรียบเรื่อยของเธอเจือรอยเย้ยหยันเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความใส่ใจในระดับที่ทำให้คนถูกมองต้องขมวดคิ้วมุ่น
คณินไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วดุจกระสุนปืน กลับหยุดชะงักค้างอยู่เหนือหน้าจอสัมผัสชั่ววินาทีหนึ่ง—วินาทีเดียวเท่านั้นที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเขากระตุกเกร็ง ก่อนที่เจ้าตัวจะดึงหน้ากากความเยือกเย็นกลับมาสวมทับไว้อย่างรวดเร็วราวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่รีบูตตัวเองอัตโนมัติ
“มันอาจจะเป็นแค่บักส์ (Bug) ของระบบ หรือไม่ก็ฝีมือของพวกแฮกเกอร์สมัครเล่นที่ชอบเล่นตลกในเวลาเดิมๆ” คณินเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบตวัดกลับมามองเธอราวกับต้องการกดให้เธอกลับไปอยู่ในจุดที่เธอกล่าวหาเขา—จุดของความไร้เหตุผล
“ตลกเหรอคะ?” พริมพรายก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวเดียว ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอมองเห็นเม็ดเหงื่อบางๆ ที่ผุดขึ้นบริเวณขมับซ้ายของเขา “ในฐานะนักจิตวิทยา ฉันไม่ได้เรียนมาเพื่ออ่านโค้ดคอมพิวเตอร์ค่ะคุณคณิน แต่ฉันเรียนมาเพื่ออ่าน ‘มนุษย์’ และภาษากายของคุณในตอนนี้กำลังบอกฉันว่า... คุณไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องตลกเลยแม้แต่น้อย”
ดวงตาคมปลาบของวิศวกรหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะอุณหภูมิลดลง “คุณกำลังวิเคราะห์อะไรอีก พริมพราย? เวลาตีสองกว่า ในตึกที่ปิดทึบแบบนี้ แทนที่คุณจะกลับบ้านไปนอน คุณเลือกที่จะมายืนจับผิดผมด้วยทฤษฎีจิตวิทยาครึ่งๆ กลางๆ ของคุณเนี่ยนะ”
“เพราะฉันรู้ว่าภายใต้โค้ดนับล้านบรรทัดที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อปิดกั้นโลกภายนอก... มันมีความโดดเดี่ยวที่สมบูรณ์แบบซ่อนอยู่ยังไงล่ะคะ” พริมพรายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านชั้นน้ำแข็งหนา
คณินชะงักไป ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาว่าผู้หญิงตรงหน้าทำไมถึงได้กล้าท้าทายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันคือแรงเสียดทานระหว่างสองขั้วความคิด—ระหว่างตรรกะที่ปฏิเสธความรู้สึก กับจิตวิทยาที่พยายามแกะเปลือกความรู้สึกนั้นออกมาดู
“คุณคิดว่าตัวเองเข้าใจผมดีนักหรือไง?” คณินก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นอายความเป็นชายผสมผสานกับความเคร่งเครียดแผ่กระจายออกมา “คุณรู้จักผมแค่ในนามของคนที่ต้องมาแก้ปัญหาพฤติกรรมผู้ใช้ในโปรเจกต์นี้ อย่าทำเป็นอวดรู้ในสิ่งที่แม้แต่ตัวผมเองยังควบคุมไม่ได้เลย”
“ถ้ารู้ตัวว่าควบคุมไม่ได้ ทำไมถึงยังดึงดันที่จะแบกทุกอย่างไว้คนเดียวล่ะคะ?” พริมพรายไม่ถอยหลังหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้า เงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ภาพถ่ายห้องทำงานเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่การขู่คุกคาม แต่มันคือหลักฐานที่ยืนยันว่า มีใครบางคนกำลังเดินอยู่ ‘ข้างใน’ ระบบเดียวกับที่คุณสร้างขึ้นมา และคนที่เจ็บที่สุดถ้าโปรเจกต์นี้พังทลายลง ไม่ใช่ธันวาที่เป็นนักลงทุนหน้าเลือดคนนั้นแน่ๆ แต่คือคุณ... คณิน ผู้ชายที่ฝากจิตวิญญาณไว้กับอัลกอริทึมที่ไม่มีวันเข้าใจคำว่าพ่ายแพ้”
คำพูดนั้นราวกับลูกศที่พุ่งตรงเข้าปักกลางเป้า คณินนิ่งงิ่งไปทันที มือที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังซัดสาดอยู่ภายในอก ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสลักขึ้นด้วยความเย็นชา แต่หน้าอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจถี่รุนแรง คือรอยร้าวเดียวที่เปิดเผยความเปราะบางให้เธอได้เห็น
พริมพรายผ่อนลมหายใจยาว เธอเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพื้นโต๊ะทำงานใกล้กับโทรศัพท์มือถือของเขา โดยไม่ได้ล้ำเส้นไปแตะต้องตัวเขา แต่เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกได้ถึง ‘การมีอยู่’ ของเธอในพื้นที่ส่วนตัวนั้น
“บางครั้ง... การปล่อยให้ระบบล่มบ้าง ก็ยังดีกว่าการฝืนรันมันต่อไปทั้งๆ ที่รู้ว่าโค้ดบรรทัดสุดท้ายมันผิดพลาดนะคะ” เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา
ก่อนที่คณินจะทันได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นกะทันหันจากโถงทางเดินด้านนอก—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*—ไม่ใช่เสียงเคาะประตู แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูห้องประชุมที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาตามระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด
ทั้งสองคนหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกเบอร์เดิม ทว่าครั้งนี้... มันไม่ใช่แค่ข้อความตัวอักษร แต่เป็นภาพวิดีโอสตรีมมิ่งสดจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องประชุม ที่ปรากฏร่างของใครบางคนกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่หน้าบานประตู พร้อมกับเสียงหัวiciทุ้มต่ำที่ลอดผ่านเข้ามาในลำโพงโทรศัพท์...
“เจอตัวแล้ว... เจ้าของอัลกอริทึมหัวใจ”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขรหัสหัวใจไปพร้อมกับพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"แสงดาวพร่างพราว"
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 5
วิเคราะห์ภาษากาย
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!