แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานห้องทำงานไร้หน้าต่างสะท้อนลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาจนเกิดเงาสะท้อนเป็นเส้นริ้วบนกรอบแว่นสายตาของคณิน นาฬิกาดิจิทัลที่มุมขวาล่างของจอแสดงเวลา 02:42 น. แต่ความเงียบสงัดของตึกสำนักงานย่านธุรกิจไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แรงกดดันจากเดดไลน์และการประเมินระบบอัลกอริทึมรอบสุดท้ายกลับทำให้ช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง—ที่นั่งห่างกันเพียงโต๊ะทำงานตัวยาว—ตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสายไฟ
"บรรทัดที่ 204 คุณจงใจละเลยเงื่อนไขการจัดการข้อยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้งานป้อนข้อมูลเชิงลบซ้ำซ้อนใช่ไหมคะคณิน"
เสียงของพริมพรายดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารประเมินพฤติกรรมผู้ใช้งานในมือ แววตาภายใต้กรอบหน้าม้าที่ปล่อยให้ตกลงมาเคลียข้างแก้มฉายแววคมกริบแบบนักจิตวิทยาผู้ไม่ยอมปล่อยให้ช่องโหว่ใดเล็ดลอดผ่านสายตา
คณินชะงักนิ้วเรียวยาวที่กำลังรัวแป้นพิมพ์ เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางจมูกอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นหันมาสบตากับเธอ นิ่งสนิทและเย็นชาตามวิสัย
"ผมไม่ได้ละเลยพริม... ผมแค่ประเมินแล้วว่า อัลกอริทึมไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระทางอารมณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเองซ้ำๆ โค้ดชุดนั้นถูกออกแบบมาให้ตัดวงจรความดราม่า ไม่ใช่เปิดพื้นที่ให้มันเติบโต" คำตอบของเขาเฉียบคมและเต็มไปด้วยตรรกะที่ไร้รอยต่อ
"แต่มนุษย์เราไม่ใช่โค้ดไบนารีที่มีแค่ศูนย์กับหนึ่งนะคะ" พริมพรายวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังพอสมควร แรงกระแทกนั้นเพียงพอที่จะดึงความสนใจทั้งหมดของเขามาที่เธอได้ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ช1ันเข่าพิงขอบโต๊ะเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่าง "ความเจ็บปวด ความลังเล หรือแม้แต่ความเงียบงันที่คุณพยายามจะเขียนโปรแกรมเพื่อหลีกหนี... มันคือหลักฐานยืนยันว่าเรายังมีชีวิตอยู่ การที่คุณพยายามลบมันทิ้งด้วยอัลกอริทึม มันไม่ใช่การพัฒนานะคะคณิน แต่มันคือการหนีความจริง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา คณินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ แสงไฟด้านหลังขับให้ร่างเพรียวบางของเธอดูลึกลับและทรงพลังในเวลาเดียวกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารลอยเข้ามาแตะจมูก—กลิ่นที่เขาคุ้นเคยอย่างประหลาดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
"แล้วคุณล่ะพริม..." คณินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของเขาลดทอนความได้เปรียบของเธอลง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "การที่คุณเอาแต่ขุดคุ้ยบาดแผลในอดีตของผู้ใช้งาน ผ่านแบบประเมินและทฤษฎีทางจิตวิทยา... มันคือการเยียวยาจริงๆ หรือเป็นแค่การพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีความสำคัญพอที่จะแก้ไขความพังพลายของคนอื่นได้กันแน่"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจ พริมพรายชะงักไปชั่วขณะ ลลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยหลักการทางวิชาชีพ
"คุณ... รู้จักฉันน้อยเกินไปนะคะ" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แววตาไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับกลับมานิ่งสนิท "ถ้าการมองเห็นความเปราะบางของคนอื่นมันคือความผิดพลาดในสายตาคุณ งั้นฉันคงเป็นโปรแกรมที่บกพร่องที่สุดที่คุณเคยร่วมงานด้วย"
"ผมไม่เคยบอกว่าคุณบกพร่อง" คณินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอ เสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แต่ยังคงความเย้ายวนและอันตรายในคราวเดียวกัน "แต่บางครั้ง... ความฉลาดของคุณมันก็น่ารำคาญเสียจนผมอยากจะปิดสวิตช์คุณซะ"
"ถ้าคุณกล้าพอนะคะ..." พริมพรายท้าทาย ดวงตาคู่สวยไม่หลบเลี่ยง เธอกล้าสบตากับเขาตรงๆ แม้จะรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังดึงให้ทั้งคู่เข้าหากันราวกับมีสนามแม่เหล็กขั้วตรงข้าม
ความใกล้ชิดยามดึกดื่นในห้องทำงานที่ปิดตาย ทำให้กำแพงป้องกันตัวที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอน คณินเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่กรอบแว่นของตัวเอง นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างดื้อรั้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตา เธอเห็นความลังเลและความปั่นป่วนที่ซ่อนอยู่หลังม่านความเย็นชา—มันเป็นมิติสีเทาที่เธอไม่เคยเห็นในตัววิศวกรหนุ่มอัจฉริยะคนนี้มาก่อน
"ผมอาจจะไม่ได้อยากปิดสวิตช์คุณอย่างที่พูดหรอกพริม..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากของเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่ปะทะกับพวงแก้ม
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเพื่อนร่วมงานไปสู่พื้นที่ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ด!" แหลมยาวทำลายความเงียบกริบในห้องจนสะดุ้ง
คณินถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แววตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังอย่างรวดเร็ว เขาก้าวฉับๆ ไปที่หน้าจอหลัก นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์เพื่อเปิดไฟล์บันทึกกิจกรรมยามวิกาลของเซิร์ฟเวอร์กลาง
พริมพรายยืนนิ่ง พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เธอเดินตามเขาไปติดๆ มองดูหน้าจอที่มีตัวหนังสือวิ่งรัวเป็นทางยาว
"เกิดอะไรขึ้นคะ" เธอถามเสียงเรียบ พยายามซ่อนความสั่นพร่าในน้ำเสียง
คณินไม่ตอบ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม ดวงตาจ้องมองบรรทัดโค้ดที่ถูกแก้ไขล่าสุดเมื่อเวลา 02:45 น.—ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับเธออยู่ตรงมุมห้อง
"มีคนกำลังเข้าถึงระบบฐานข้อมูลลับของโปรเจกต์... จาก IP Address ภายในอาคารนี้เอง" คณินหันมามองหน้าเธอ ชั่วขณะนั้น ความหวาดระแวงในแววตาของเขากลับมาเด่นชัดอีกครั้ง "และคนที่รู้รหัสผ่านระดับ Root Access ในเวลานี้... มีแค่คุณกับผมเท่านั้น"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาหัวใจไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 13
คำพูดที่ไม่ถูกคัดกรอง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!