วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ•ตอนที่ 1

วิศวะสายมโนปะทะประธานสายเป๊ะ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
เสียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกยาวตัวใหญ่อย่างแรง จนน้ำในแก้วทรงสูงกระฉอกออกมาเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสิบว่าบรรยากาศในห้องประชุมคณะกรรมการประสานงานกิจกรรมนักศึกษาเวลานี้ กำลังติดลบยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องแอร์เสียอีก "นี่มันคืออะไรคะ คุณธันวา?" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของ 'พาย' ประธานชมรมฝ่ายบริหาร วรรคคำทุกคำถูกเน้นย้ำชัดเจนราวกับกำลังพิพากษาคดีอุกฉกรรจ์ เธอจ้องมองเอกสารขออนุมัติงบประมาณจัดกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทที่ถูกส่งมาให้พิจารณาเป็นรอบที่สามด้วยสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ เส้นผมสีดำสนิทที่ถูกรวบเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีหลุดรุ่ยแม้แต่เส้นเดียว ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่นั้นดูดุและจริงจังเป็นพิเศษ เจ้าของชื่อผู้ถูกพาดพิงอย่าง 'ธันวา' นักศึกษาปีสามตัวแสบแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ กลับไม่ได้มีท่าทีสะท้านสะเทือนต่อบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานอย่างสบายอารมณ์ ขายาวภายใต้กางเกงยีนส์เซอร์ๆ ไขว่ห้างสั่นกระดิกเบาๆ มือข้างหนึ่งหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นไปมาด้วยความคล่องแคล่ว แววตาคมกริบพราวระยับซ่อนรอยยิ้มเจ้าเลื้อยเจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปากอย่างมิดชิด "ก็... งบประมาณสำหรับซื้ออุปกรณ์ซ่อมแซมอาคารเรียนไงครับคุณประธานคนสวย" ธันวาจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "อ้าว... หรือว่าตัวเลขมันน้อยไปจนคุณพายตาลาย อ่านเลขศูนย์ไม่ทันเหรอครับ ถึงได้ทำหน้ายักษ์ใส่ผมตั้งแต่ยังไม่ทันหายใจเข้าเลยเนี่ย" "อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นกับฉันนะคะ!" พายปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้อเลื่อนไถלถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังครืด เธอตบโต๊ะป้าบใหญ่จนเอกสารในมือปลิวว่อน "คุณดูหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายหน้าสามสิคะ! 'ค่าบำรุงขวัญและกำลังใจทีมงานสี่หมื่นบาท' นี่มันงบอะไรคะ? ชาบูกระทะร้อนทุกมื้อหลังเลิกงาน หรือว่าค่าหมูกระทะเยียวยาจิตใจวิศวกรขี้เกียจสันหลังยาวกันแน่!" "โหย คุณพายก็พูดเกินไป..." ธันวาแกล้งทำหน้าสลดลงสามวินาที ก่อนจะยิ้มร่าเริงขึ้นมาใหม่จนตาหยี "พวกผมเป็นมนุษย์นะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเครื่อง สักการะบูชาด้วยหมูกระทะเนี่ยแหละ ดีต่อใจและเพิ่มพลังขับเคลื่อนให้งานเสร็จไวขึ้นสามเท่าเลยนะคุณ เชื่อผมสิ หน้าตาอย่างผมนี่ไม่เคยโกหกใครหรอก... ยกเว้นเรื่องหัวใจตัวเองอุ๊บ!" ประโยคหลังธันวาแกล้งทำเป็นเอามือปิดปากตัวเอง แต่จงใจพูดให้ดังพอที่คนทั้งห้องประชุมจะได้ยิน ก้องเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องรีบหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดแทบไม่ทัน ส่วนรินเพื่อนสนิทของพายที่นั่งข้างๆ ได้แต่นวดขมับตัวเองปวดหัวหนึบกับความกะล่อนของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนระอา ชุดนักศึกษาหลุดลุ่ย กระดุมเม็ดบนปลดออกปล่อยให้เห็นสร้อยเงินเส้นเล็ก คราบสีน้ำมันจางๆ ที่แขนเสื้อข้างขวา ยิ่งตอกย้ำความไร้ระเบียบแบบแผนที่เธอเกลียดนักเกลียดหนਾ "ถ้าคุณยังคิดจะเอาโครงการขยะๆ แบบนี้มาเสนออีกละก็ เชิญเดินออกไปจากห้องนี้แล้วเอาไปทิ้งลงถังขยะหน้าตึกได้เลยค่ะ!" พายประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความโมโห "ชมรมบริหารของเราไม่เคยอนุมัติงบประมาณให้กับการสังสรรค์ไร้สาระแบบนี้เด็ดขาด กลับไปแก้มาใหม่ซะ! เอาให้มันสมกับเป็นโปรเจกต์นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ไม่ใช่โปรเจกต์ตั้งวงกินเหล้าเมายา!" ธันวายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบมองท่าทางฮึดฮัดพองขนของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่ความโกรธเคือง แต่มันคือความรู้สึกสนุกสนานแปลกประหลาดที่ได้เห็นคนระเบียบจัดอย่างพายสติหลุดได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว "ดุจังเลยนะแม่คุณ..." ธันวาพึมพำเบาๆ แต่หูดีพายได้ยินชัดเจน "กินพริกมาทั้งสวนเหรอครับเนี่ย ถึงได้เผ็ดร้อนเบอร์นี้ หน้าบึ้งๆ แบบนี้ระวังแก่เร็วนะประธาน... เดี๋ยวไม่มีใครเอาเป็นแฟนไม่รู้ด้วยนะ" "นี่คุณธันวา!" พายหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ "อยากโดนตัดสิทธิ์จัดค่ายใช่ไหมคะ ถึงได้กล้ากวนประสาทฉันไม่เลิกแบบนี้!" "โอ๋ๆ ไม่เอาไม่โกรธนะครับคนดี..." ธันวาแกล้งทำเสียงสองหยอกเย้า พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบเอกสารบนโต๊ะมาพลิดูผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ นัยน์ตาส่อแววแพรวพราว "ถ้าผมยอมตัดงบหมูกระทะออกครึ่งหนึ่ง... แลกกับการที่คุณพายยอมไปกินชาบูกับผมสองต่อสองเพื่อเป็นการไถ่โทษ... แบบนี้พอจะคุยกันรู้เรื่องขึ้นไหมครับ?" พายอ้าปากค้าง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าเล่นมุกจีบกันกลางที่ประชุมทางการแบบนี้ เธ้ารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาตีตื้นที่สองข้างแก้มอย่างกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เธอรีบหันไปคว้ากระเป๋าเอกสารบนเก้าอี้ทันที "ฝันไปเถอะค่ะ! คนอย่างธันวานะ ต่อให้เอาช้างมาฉุดฉันก็ไม่มีวันไปไหนมาไหนด้วยเด็ดขาด!" พายสะบัดหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ถูกแปลงเป็นความเกรี้ยวกราด เธอก้าวฉับๆ เดินเลี่ยงหนีออกไปทางประตูห้องประชุมทันที ทิ้งให้ธันวานั่งอมยิ้มมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้ความเร่งรีบ นิ้วเรียวกดเข้าไปในแชตกลุ่มที่มีก้องเพื่อนสนิทนั่งหัวโด่อยู่มุมห้อง ก่อนจะเผลอกดพิมพ์ข้อความส่งเข้าแชตส่วนตัวของพายที่เพิ่งขอเบอร์ติดต่อเรื่องงานมาหมาดๆ โดยไม่ได้ทันสังเกตว่าสติของตัวเองหลุดลอยไปไกลขนาดไหน *ธันวา: "ดุจังวะ... แต่ก็น่ารักดีนะเนี่ย แบบนี้สงสัยต้องรีบไปขออนุญาตแม่ยายแล้วมั้งเรา"* ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อบล็อกเกอร์ของพายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของทางเดินหน้าห้องประชุม หญิงสาวชะงักฝีเท้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความสงสัยระคนหงุดหงิด แต่พอเห็นข้อความและชื่อผู้ส่งเท่านั้นแหละ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างจนแทบถลออกมานอกเบ้า ร่างเพรียวแข็งทื่อราวก่อนหินปูนปั้น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อรู้ตัวว่า... เขาเผลอส่งจีบเธอเข้าแชตส่วนตัวเต็มๆ แถมเธอยังลบไม่ทันเพราะอีกฝ่ายกดส่งข้อความยาวเหยียดพร้อมกับรูปสติกเกอร์หน้าหมาน้อยทำหน้าอ้อนวอนน่ารักน่าชังเข้ามาซ้ำอีกหนึ่งดอก! พายยืนหน้าแดงก่ำอยู่หน้าห้องประชุม มือบางกำโทรศัพท์แน่นจนสั่นเทาด้วยความทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่เสียงประตูกระจกด้านหลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอกำลังอยากจะวิ่งหนีให้ไกลที่สุดก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่ส่งตรงมาให้เธอแบบเต็มๆ ตา... ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 1 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%