มื้อเที่ยงมหาโหดกับเซียนกระบี่สาวในดันเจี้ยนระดับ S•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่ร้านอาหารมรณะ

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอับชื้นของหินผาเก่าแก่นับพันปีคือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของผมให้ตื่นตัว ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุกอันน่ารำคาญ หรือแสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าอย่างที่มนุษย์ปุถุชนพึงเจอ "ถ้าแกยังกวัดแกว่งกระบี่สั่นๆ แบบนั้น เกรงว่าเนื้อส่วนอกของราชبعสิงห์เงาตัวนี้คงจะเละจนเอามาทำสเต็กไม่ได้นะ เซร่า" ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางใช้ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดสะอ้าน—ซึ่งดูแปลกปลอมอย่างยิ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของดันเจี้ยนระดับ S—ปัดฝุ่นตามไหล่เสื้อ ควันสีขาวจางๆ ยังคงลอยกรุ่นอยู่เหนือกระทะเหล็กหล่อในมือซ้ายของผม ทั้งที่รอบกายคือสนามรบที่เพิ่งผ่านการสังหารหมู่มอนสเตอร์ระดับสูงมาหมาดๆ เซร่า เซียนกระบี่สาวผู้เลื่องชื่อแห่งสมาคมฮันเตอร์ หันมามองผมด้วยหางตา ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าอันงดงามราวกับถูกแกะสลักจากหยกขาวนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตาคู่คมกริบราวกับใบกระบี่ตวัดมองผมสลับกับกระทะในมือ ชั่วขณะหนึ่งผมสังเกตเห็นกล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอกระตุกเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณทางกายภาพที่บอกว่าเธอกำลังพยายามอดกลั้นต่อความไร้กาลเทศะของผมอย่างถึงที่สุด "เจ้า... มีเวลามาห่วงเรื่องเนื้อสัตว์ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่เอื้อมอย่างนั้นหรือ ริน" เสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยือก และติดจะแหบแห้งเล็กน้อยจากการใช้พลังปราณกระบี่หักล้างไอพิษในดันเจี้ยนเมื่อครู่ "ความตายก็นับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอยู่หรอกครับ แต่เรื่องปากท้องและความหิวโหย... มันคือวิกฤตการณ์ระดับมนุษยชาติที่รุนแรงยิ่งกว่านั้นเสียอีก" ผมแย้มยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้เธอเล็กน้อย "อีกอย่าง ถ้าผมไม่มัวแต่ห่วงเรื่องวัตถุดิบ เกรงว่าคุณคงต้องทนกินยาเม็ดฟื้นฟูรสชาติเคมีบำบัดพวกนั้นไปอีกมื้อจนลิ้นชาตายด้านไปข้างหนึ่งแน่ๆ" เซร่าเม้มปากแน่น เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมาอีก ประสบการณ์ร่วมสามปีที่เราต้องพึ่งพาอาศัยกันในฐานะ "ฮันเตอร์รับจ้างตกอับกับเชฟเร่ร่อน" สอนให้เธอรู้ว่า การเถียงกับผมเรื่องคุณค่าทางอาหารในดันเจี้ยนมีแต่จะทำให้เสียพลังงานเปล่าๆ แต่ลึกๆ ในแววตาคู่นั้น ผมรู้ดีว่าเธอกำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากต่อกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและเนยแท้ที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศอับชื้นนี้ ในโลกใบนี้ ดันเจี้ยนระดับ S ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรจะมาตั้งร้านอาหาร มันคือเขตแดนแห่งความตายที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และอสูรกายกระหายเลือด ทว่า สำหรับ "ริน" อย่างผมแล้ว สถานที่แห่งนี้คือตลาดสดชั้นยอดที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้จากโลกภายนอก [ติ๊ง!] เสียงแจ้งเตือนจักรกลใสๆ ดังขึ้นในโสตประสาทของผมคนเดียว พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ [ระบบพ่อค้าแห่งมหาดันเจี้ยน (Dungeon Merchant System) ทำงานสมบูรณ์] [สถานะปัจจุบัน: ฮันเตอร์ฝึกหัด เลเวล 12 / เชฟระดับสาม] [ภารกิจหลักประจำบทที่ 1: "ปฐมบทแห่งรสชาติมรณะ"] [รายละเอียดภารกิจ: ทำอาหารหนึ่งจานที่มีค่าพลังเวทมนตร์ไม่ต่ำกว่า 5,000 หน่วย และทำให้มอนสเตอร์ระดับ S เลเวล 50 ขึ้นไป ยอมรับประทานโดยไม่มีการต่อต้าน] [รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อกสูตรลับ "ข้าวผัดไข่มังกรอัคคี", ทักษะเนตรประเมินวัตถุดิบขั้นสูง, และแต้มประสบการณ์ +10,000] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียต่อมรับรสถาวร และถูกส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นของดันเจี้ยนโดยปราศจากเสื้อผ้า] ผมเหลือบมองหน้าต่างระบบเล็กน้อย มุมปากกระตุกขึ้นอย่างอดไม่ได้... ให้ตายสิ ระบบเฮงซวยนี่ช่างสรรหาเงื่อนไขบ้าบอมาให้ทำอยู่เรื่อย มอนสเตอร์เลเวล 50 ขึ้นไปในดันเจี้ยนระดับ S น่ะหรือ? ปกติแล้วพวกมันเห็นมนุษย์ก็พุ่งเข้ามาฉีกเป็นชิ้นๆ เพื่อเอาไปทำปุ๋ยแล้ว จะให้มันมานั่งรอรับประทานอาหารฝีมือผมอย่างเรียบร้อยราวกับลูกค้าในภัตตาคารหรูหรานั้น... เกรงว่าผมคงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมมากกว่าฝีมือปลายจวักเสียหน่อยแล้วล่ะมั้ง "ริน ระวังตัวด้วย..." เซร่าเอ่ยเตือนเสียงต่ำ พร้อมกับมือเรียวบางที่เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกาย ไอพลังสีครามเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนเกิดเป็นเกลียวคลื่นอากาศบิดเบี้ยวรอบตัว "แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่... ไม่ใช่ฝูงหมาป่าเงา แต่เป็น 'ราชันอัคคีพฤกษา' มอนสเตอร์ผู้พิทักษ์ชั้นที่สาม มันตื่นจากการจำศีลแล้ว" กราบ! ครืนนน! พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำราวกับหิมะตก ผนังหินด้านขวามือค่อยๆปริแยกออกจากกัน เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาที่ส่องประกายเรืองรองอยู่ในความมืดมิด ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านพวยพุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว กลายเป็นคลื่นความร้อนที่แผดเผาผิวหนังจนแสบแปล๊บ ร่างมหึมาของ "ราชันอัคคีพฤกษา" ก้าวเดินออกมาจากความมืด มันมีรูปร่างคล้ายต้นไม้ยักษ์โบราณที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกไม้สีดำสนิทราวกับถ่านหิน แต่ทุกกิ่งก้านสาขาของมันกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าอมม่วง ความกดดันระดับมหาศาลแผ่ขยายออกมาราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด แรงดันวิญญาณนี้รุนแรงเสียจนทำให้เซร่าต้องกัดฟันกรอด ขาทั้งสองข้างสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้แรงกดทับมหาศาล นี่คือมอนสเตอร์ระดับ S เลเวล 55 สิ่งมีชีวิตที่อยู่อุดมคติบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในดันเจี้ยนแห่งนี้ เซร่าชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดของถ้ำ เธอก้าวออกไปยืนบังหน้าผมไว้ครึ่งก้าว แม้ว่าลมหายใจของเธอจะเริ่มติดขัดจากไอร้อนที่แผดเผา "ถอยไป ริน ข้าจะซื้อเวลาให้เจ้าหนี... เจ้าตัวนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต่อกรด้วยได้ด้วยมือเปล่า" น้ำเสียงของเธอยังคงหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว แม้ว่าหยาดเหงื่อเม็ดโตจะไหลรินลงมาจากขมับของเธอก็ตาม ผมมองแผ่นหลังที่สั่นเทาเล็กน้อยแต่ยังคงตั้งมั่นของเซร่า รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของผม ผมไม่ได้ถอยหลังหนีอย่างที่เธอสั่ง แต่กลับก้าวเดินเลยผ่านไหล่ของเธอไปยืนอยู่เบื้องหน้าเซียนกระบี่ผู้หยิ่งทระนงผู้นั้นแทน "หนีงั้นหรือครับ เซร่า?" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น "ในพจนานุกรมของพ่อค้าอาหารมืออาชีพอย่างผม ไม่มีคำว่า 'หนีจากลูกค้า' อยู่หรอกนะครับ" "เจ้าบ้าไปแล้วริน! นั่นมัน—!" เซร่าอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นผมก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับราชันอัคคีพฤกษาที่มีความสูงร่วมสิบเมตรโดยปราศจากอาวุธป้องกันใดๆ นอกจากกระทะเหล็กหล่อและตะหลิวคู่ใจ ราชันอัคคีพฤกษาคำรามลั่น เสียงคำรามของมันสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ กิ่งก้านสาขาที่ลุกเป็นไฟพุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรเพลิงที่ถูกยิงออกจากคันธนูขนาดยักษ์ ความร้อนระดับหลอมละลายเหล็กกำลังพุ่งตรงมายังใบหน้าของผม ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความตายและควันไฟผสมผสานกันอยู่ในปอด ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อย คำนวณวิถี ความเร็ว และอุณหภูมิของเปลวเพลิงในเสี้ยววินาที มือขวาตวัดตะหลิวเหล็กในมืออย่างแม่นยำ ปัดป้องกิ่งไม้เพลิงที่พุ่งเข้ามาด้วยมุมองศาที่สมบูรณ์แบบ แรงปะทะทำให้แขนชาไปหมด แต่ผมอาศัยจังหวะที่มันสะดุดแรงสะท้อนนั้น หมุนตัวเข้าประชิดลำตัวหลักของมันอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของผมไม่ใช่การสังหารมัน... เพราะถ้ามันตาย วัตถุดิบชั้นเลิศชิ้นนี้จะสูญเสียความสดใหม่ไปทันที ผมหยิบขวดเครื่องปรุงลับที่บรรจุ "เกลือหินภูเขาไฟรัตติกาล" ออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอย่างรวดเร็ว แล้วโรยมันลงบนพื้นผิวเปลือกไม้ที่กำลังลุกโชนของราชันอัคคีพฤกษาทันที พร้อมกับส่งเสียงตะโกนก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำ "วัตถุดิบชั้นยอดอย่างพวกแกนกลางอัคคี... ถ้าไม่ได้ผ่านการหมักด้วยเกลือหินและน้ำมันสกัดจากดอกบัวเหมันต์ จะถือว่าเสียชาติเกิดของความเป็นอาหารป่าไปเลยนะรู้ไหม!" ราชันอัคคีพฤกษาชะงักกึกทันที ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างขึ้นด้วยความงุนงง เปลวเพลิงสีฟ้าที่เคยลุกโชนอยู่ทั่วร่างกลับหรี่แสงลงในพริบตา เมื่ออนุภาคของเครื่องปรุงรสซึมซาบเข้าสู่แกนกลางพลังงานของมัน ปฏิกิริยาเคมีเวทมนตร์เกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงซู่ซ่า พร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรย่างเนยที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เซร่าที่ยืนถือกระบี่ค้างอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน เธอมองผม สลับกับต้นไม้ยักษ์ระดับ S ที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งสนิท น้ำลายสอไหลย้อยลงมาจากมุมปากของราชันอัคคีพฤกษาอย่างลืมตัว [ติ๊ง!] [ภารกิจแรกสำเร็จลุล่วง! ราชันอัคคีพฤกษาพึงพอใจในกลิ่นอายและรสสัมผัสเบื้องต้นระดับ 98%] [ระบบกำลังปลดล็อก "สูตรลับขั้นสูง" และเตรียมพร้อมเปิดฉากการเจรจาการค้าในมื้ออาหารรอบถัดไป] หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นมาบังทัศนียภาพทั้งหมด พร้อมกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมถ้ำแห่งนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ก็ดังขึ้นจากส่วนที่ลึกที่สุดของดันเจี้ยนชั้นที่สาม... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น เย็นชา และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ตัวใดเลย [ตอนจบแบบ Cliffhanger Hook] แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์วับแวมขึ้น เผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมชุดคลุมสีดำสนิทผู้ถือเคียวขนาดยักษ์ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเอ่ยชื่อของผมด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง: *"ริน... ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าพบ... เชฟผู้ทรยศต่อสมาคมแห่งความมืด ส่งสูตรอาหารต้องห้ามชิ้นนั้นมาซะดีๆ!"* *** *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติแห่งการผจญภัยไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในมื้อถัดไปนะครับ)* — **พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน**
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อเที่ยงมหาโหดกับเซียนกระบี่สาวในดันเจี้ยนระดับ S นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%