คราบเลือดสีดำข้นของราชาหนูท่อที่ยังคงอุ่นอยู่บนพื้นหินปูนชื้นแฉะในดันเจี้ยนชั้นที่สี่ ส่งกลิ่นคาวคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน สำหรับฮันเตอร์ทั่วไป นี่คือซากของมอนสเตอร์ระดับ C ที่ไร้ค่าสิ้นเชิงเพราะพิษในเนื้อของมัน แต่สำหรับริน เชฟหนุ่มผู้พ่วงตำแหน่งประธานบริษัท "ภัตตาคารเคลื่อนที่ข้ามมิติ" (โดยมีตัวเองเป็นลูกจ้างและยามรักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียว) ซากนี้คือทองคำเปลวดีๆ นี่เอง
"ข้าเตือนเจ้าแล้วนะริน เจ้าเด็กสติเฟื่อง ว่าเนื้อพวกนี้ต่อให้เอาไปต้มสามวันสามคืน ยางเหนียวเคลือบกระดูกของมันก็ยังกัดกระเพาะทะลุได้อยู่ดี"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าแต่น่าเกรงขามดังขึ้นจากมุมมืดของซากเสาหินโบราณ เซร่า เซียนกระบี่สาวแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย นางกำลังใช้ผ้าแพรสีขาวสะอาดเช็ดคราบเขม่าสีดำออกจากคมกระบี่โบราณของตน ใบหน้าเรียบเนียนราวกับแกะสลักจากหยกขาวนั้นราบเรียบสนิท มีเพียงดวงตาสคมกริบดั่งเหยี่ยวที่เหลือบมองถังเหล็กกล้าบรรจุวัตถุดิบด้วยแววตาสงสัยแกมระอา
รินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่หูสาวผู้เย็นชา เขากำลังใช้มีดแล่เนื้อสแตนเลสสตีลเกรดพิเศษ เลาะเอาชั้นไขมันสีเขียวเรืองแสงรอบต่อมน้ำเหลืองของราชาหนูท่อออกด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกรอยกรีดและการตวัดข้อมือเต็มไปด้วยความนิ่งสงบราวกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าลอยเคว้งอยู่ตรงหน้าของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบวัตถุดิบคุณภาพสูง: 'ต่อมไขมันพิษอัคคี' (ระดับ C)]
[คุณสมบัติ: มีความร้อนสะสมในตัวสูงถึง 450 องศาเซลเซียส หากปรุงโดยปราศจากเทคนิคการตัดแต่ง จะทำให้ผู้กินอวัยวะภายในไหม้เกรียมภายใน 3 วินาที]
[คำแนะนำจากระบบ: เหมาะสำหรับการนำไปเจียวเพื่อใช้น้ำมันแทนความร้อนจากเตาแก๊สในการทำอาหารประเภทผัดด้วยไฟแรงสูง]
"คุณเซร่าครับ ความรู้ทางตำรากระบี่ของท่านน่ะล้ำเลิศไร้เทียมทานแน่นอนครับ แต่วิทยาการด้าน 'ปฏิกิริยา Maillard' ในการทำให้อาหารมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจน่ะ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเชฟมืออาชีพอย่างผมเถอะครับ" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ พลางโยนก้อนไขมันพิษลงไปในกระทะเหล็กหล่อใบโตที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านเวทมนตร์
ฉ่าาาา!
เสียงไขมันเดือดพล่านปะทะกับความเย็นยะเยือกของอากาศในดันเจี้ยน กลิ่นหอมฉุนกึกราวกับเครื่องเทศป่าและสมุนไพรหายากพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนทันที ควันสีขาวบริสุทธิ์ลอยม้วนตัวเป็นเกลียวท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์หิน ราวกับสัญญาณเตือนภัยที่ถูกส่งไปยังสิ่งมีชีวิตทุกตัวในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร
เซร่าขมวดคิ้วมุ่น นางตวัดสายตาดุดันไปยังความมืดเบื้องหน้าทันที สัญชาตญาณนักรบระดับปรมาจารย์กรีดร้องเตือนภัย
"เจ้าคนโง่... กลิ่นนี้มันดึงดูดพวกมันมาแล้ว!"
สิ้นเสียงคำเตือนของเซร่า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ จากระยะไกล เสียงคำรามต่ำในลำคอที่ประสานกันนับสิบชีวิตดังสะท้อนก้องกังวานไปตามผนังถ้ำหินปูน เงาร่างสีแดงเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดด้วยความเร็วสูง ดวงตาสีเหลืองอำพันนับคู่จ้องมองมายังเตาไฟด้วยความกระหายเลือด
ฝูง 'หมาป่าเพลิงทมิฬ' (Dire Hellhound) มอนสเตอร์ระดับ B ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและเขี้ยวเล็บที่เคลือบด้วยเปลวเพลิงสีคราม!
"โฮกกกกก!"
จ่าฝูงตัวมหึมาที่มีขนาดเท่าม้าศึกและมีแผงคอลุกโชนด้วยเปลวไฟกระโจนข้ามซากเสาหินพุ่งตรงเข้ามาหากลุ่มของรินในพริบตาเดียว มันอ้าปากกว้างเตรียมฝังเขี้ยวลงบนต้นคอของเชฟหนุ่มผู้กำลังง่วนอยู่กับการกลับเม็ดข้าวในกระทะ
แต่วินาทีนั้นเอง รินไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขากลับยกทัพพีไม้ขึ้นมาเคาะขอบกระทะสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
คลื่นเสียงความถี่ต่ำจากการสั่นสะเทือนของเหล็กหล่อพิเศษผสานกับกลิ่นหอมของไขมันราชาหนูท่อที่ถูกเจียวจนได้ที่ กระจายตัวออกไปปะทะกับประสาทรับกลิ่นของฝูงหมาป่าเพลิงที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง
ฟึ่บ!
จ่าฝูงหมาป่าเพลิงที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงสุดถึงกับชะงักกึกกลางอากาศ ขาหน้าของมันปักลงกับพื้นจนเกิดรอยขูดลึกยาว มันสูดดมกลิ่นอายที่ลอยมาตามลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาสีอำพันที่เคยแดงก่ำด้วยความกระหายเลือดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับ น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยลงมาจากมุมปากของมันแทนที่จะเป็นการแยกเขี้ยวขู่คำราม
ตัวอื่นๆ ที่ตามมาข้างหลังต่างก็หยุดวิ่งเช่นกัน พวกมันนั่งลงกับพื้นหางกระดิกเบาๆ ราวกับสุนัขบ้านที่กำลังรอคอยอาหารมื้อเย็นจากมือเจ้านาย
เซร่าที่ชักกระบี่ออกจากฝักเตรียมรับมือถึงกับชะงักค้าง นางมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงันจนริมฝีปากบางเผยอเล็กน้อย กระบี่ในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น
"นี่มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึง..." เซร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เขาเรียกว่าการตลาดเชิงรุกด้วยกลิ่นหอมไงล่ะครับคุณเซร่า" รินยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายอย่างผู้เหนือกว่า เขากวาดข้าวสวยข้ามมิติที่หุงด้วยน้ำแร่บริสุทธิ์ลงไปในกระทะที่เคลือบด้วยน้ำมันไขมันพิษเดือดพล่าน ตามด้วยไข่ไก่ดาวมังกรที่ตอกลงไปสดๆ
ฟู่มมม!
เปลวไฟสีทองสว่างวาบขึ้นพร้อมกับควันหอมกรุ่นของข้าวผัดไข่สูตรลับเฉพาะ พลังงานมานาบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากการผัดด้วยเทคนิคเฉพาะตัว จนทำให้บรรยากาศรอบข้างที่หนתาวเหน็บอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น
รินตักข้าวผัดไข่ร้อนๆ ใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ควันสีขาวพวยพุ่งเป็นรูปมังกรตัวเล็กๆ ลอยวนอยู่เหนือกองข้าว
เขายกจานนั้นขึ้นสูงเล็กน้อย แล้วหันไปมองจ่าฝูงหมาป่าเพลิงที่กำลังนั่งน้ำลายสออยู่เบื้องหน้า
[ติ๊ง! ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: 'สยบวายร้ายด้วยความอร่อย' (ระดับ S)]
[คำเตือน: วัตถุดิบชิ้นต่อไปกำลังเดินทางมาถึง... และมันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ระดับ B ธรรมดาอีกต่อไป]
รินหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมนับร้อยเท่าจากใต้พื้นพิภพ พร้อมๆ กับเสียงคำรามก้องที่ทำให้ผนังดันเจี้ยนถึงกับร้าวเป็นทางยาว
---
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติแห่งการผจญภัยไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในมื้อถัดไปนะครับ)*
— **พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน**
มื้อเที่ยงมหาโหดกับเซียนกระบี่สาวในดันเจี้ยนระดับ S•ตอนที่ 2
ข้าวผัดไข่ในดงหมาป่าเพลิง
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อเที่ยงมหาโหดกับเซียนกระบี่สาวในดันเจี้ยนระดับ S นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
