"ลดปืนลงเสียเถอะรินรดา... มันไม่เหมาะกับมือที่เคยใช้พิมพ์รหัสปลดล็อกความจริงให้ผมหรอกครับ"
ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความสับสนที่พยายามกดทับเอาไว้ ร่างสูงยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นในห้องโถงร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็ก ปลายกระบอกปืนสีเงินวาววับนั่นอยู่ห่างจากหว่างคิ้วของเขาเพียงคืบ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือสังหาร แต่มันคือเส้นแบ่งที่ขีดคั่นระหว่างมิตรภาพและความลวงหลอกที่เขาเฝ้าเพียรถามหาคำตอบมาตลอดชีวิต
ธันวาที่ยืนอยู่เบื้องหลังรินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเขามันแห้งแล้งและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดกินเข้าไปในกระดูก
"เธอยังไม่เข้าใจอีกหรือศิลา?" ธันวาเดินเยื้องย่างออกมาข้างหน้า มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือบุหรี่ที่ยังไม่ถูกจุด "คนพวกนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นมิตรกับใคร พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อเป็น 'หมาก' ที่ถูกวางไว้ในกระดานที่นายไม่มีวันมองเห็นภาพรวมทั้งหมด"
รินรดายังคงนิ่งงัน แววตาที่เคยเป็นประกายอบอุ่นทุกครั้งที่ยามพวกเขาปรึกษาแผนการ บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับดวงตาของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ไร้วิญญาณ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการลังเล มือของเธอนิ่งสนิทเสียจนน่าสะพรึงกลัว
"ทำไม?" ศิลาถามเพียงคำเดียว สายตาของเขาไม่ได้จ้องมองไปที่ปลายกระบอกปืน แต่จับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของรินรดาคนเดิมที่เขารู้จัก
"เพราะทางเลือกไม่มีให้เรามากนักศิลา" เสียงของเธอราบเรียบไร้ความรู้สึก "องค์กรไม่ได้เพียงแค่ต้องการกำจัดศัตรู แต่มันต้องการกำจัด 'ทางเลือก' ทั้งหมดที่อาจกลายเป็นความเสี่ยง... และนายคือความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงที่สุดของโครงสร้างนี้"
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ศิลามากขึ้นจนลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่าย "นายเคยถามหาความทรงจำที่หายไปใช่ไหม? นายอยากรู้ไหมว่าครอบครัวนายตายไปเพราะอะไร? ถ้าอยากรู้... ก็จงมองดูการจากไปของเพื่อนคนสุดท้ายของนายเสียเดี๋ยวนี้"
รินรดาขยับนิ้วชี้กดลงบนไกปืนเบาๆ จังหวะการเหนี่ยวไกนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ในห้วงความคิดของศิลา ทุกอย่างกลับช้าลงราวกับเขากำลังเฝ้ามองหยดน้ำที่กำลังจะตกลงสู่ผิวน้ำที่นิ่งสนิท
"ริน..." ศิลาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเพียงน้อยนิด "ถ้าการฆ่าผมทำให้คุณรอด... คุณจะทำมันจริงๆ หรือ?"
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาไหววูบเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง "ฉันไม่มีทางเลือกอื่น ในโลกของเงา... ความจงรักภักดีเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันของคนอ่อนแอ"
สิ้นคำพูดของเธอ เสียงปืนก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวในโถงกว้าง—ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ร่างของศิลาที่ทรุดลงกับพื้น แต่กลับเป็นร่างของธันวาที่เบิกตากว้าง เลือดสีเข้มกระเซ็นออกมาจากหัวไหล่ที่ถูกเจาะด้วยกระสุนนัดที่สองจากมือของใครบางคนที่ซุ่มอยู่บนชั้นลอย
"ธันวา! แกมันก็แค่เบี้ยที่หมดอายุการใช้งานแล้ว!" เสียงปริศนาคำรามก้อง
รินรดาเบนปืนออกจากศิลาอย่างรวดเร็ว เธอหันไปยิงสวนขึ้นไปยังเงาร่างบนชั้นลอยด้วยความแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ ความโกลาหลเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ศิลาไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่ธันวา หวังจะใช้ร่างของอดีตเพื่อนสนิทเป็นเกราะกำบัง แต่มือของเขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อธันวาอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวหลบเข้าไปในมุมมืดของกำแพง
"ศิลา! วิ่งไปทางช่องระบายอากาศ!" รินรดาตะโกนขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความเย็นชา กลายเป็นความร้อนรนที่ดูเหมือนจะซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างเอาไว้
"ริน? นี่มันอะไรกัน!" ศิลาร้องถาม
"ไม่มีเวลาแล้ว! องค์กรไม่ได้ส่งฉันมาฆ่านาย... พวกเขาบังคับให้ฉันเลือก ระหว่างการฆ่านาย หรือการเห็นฉันถูกลบตัวตนทิ้งไปพร้อมกับนาย!" เธอหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ "วิ่งไป! ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ คนขององค์กรที่ซุ่มอยู่ข้างบนจะลงมือฆ่าทั้งนายและฉันด้วยกระสุนที่เล็งเข้าจุดตาย!"
รินรดากระหน่ำยิงขึ้นไปบนเพดานเพื่อสกัดกั้นมือปืนที่แฝงตัวอยู่ แต่แล้วแรงระเบิดจากอุปกรณ์บางอย่างที่ธันวาทิ้งไว้ก็ทำงาน แรงอัดมหาศาลผลักร่างของศิลาให้กระเด็นออกไปจากห้องโถง เศษปูนและฝุ่นควันพุ่งกระจายบดบังทัศนวิสัย
เมื่อฝุ่นควันจางลง ศิลาพยุงร่างที่สะบักสะบอมของตัวเองขึ้นมา เขาหันกลับไปมองจุดที่รินรดายืนอยู่ ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น
บนพื้นนั้นมีเพียงปืนสีเงินกระบอกเดียวที่ตกอยู่ ข้างๆ กันคือจี้สร้อยคอที่รินรดาสวมติดตัวไว้เสมอ... มันถูกขยี้จนแหลกละเอียดด้วยรองเท้าบูทหนักๆ ร่องรอยการต่อสู้อย่างดุเดือดทิ้งไว้เพียงคราบเลือดที่หยดเป็นทางยาวลากลึกเข้าไปในอุโมงค์มืดที่ปิดตาย
"ริน!" ศิลาตะโกนเรียกสุดเสียง ความเงียบงันกลับมาครอบงำพื้นที่นี้อีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินสม่ำเสมอเป็นจังหวะที่น่าหดหู่
เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ มือที่สั่นเทาหยิบจี้สร้อยคอที่พังยับเยินนั้นขึ้นมา ทันใดนั้น แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ถูกทิ้งไว้ข้างๆ ก็สว่างวาบขึ้น มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากหมายเลขที่เขาไม่รู้จักและไม่มีทางระบุที่มาได้
ข้อความนั้นเขียนไว้เพียงว่า: *'ถ้าอยากเจอเธอในสภาพที่มีลมหายใจ จงไปที่คลังสินค้าหมายเลข 9 ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า... และห้ามไปคนเดียว แต่จงระวัง เพราะคนข้างตัวนาย อาจจะเป็นคนส่งเธอไปตายด้วยมือตัวเอง'*
ศิลาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งเงาร่างหนึ่งที่เขารู้จักดีที่สุดก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังของเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยิน
"นายคงไม่ได้คิดจะไปที่นั่นจริงๆ หรอกใช่ไหม ศิลา?" น้ำเสียงนั้นคุ้นหูอย่างประหลาด มันเป็นน้ำเสียงที่เขาไว้ใจที่สุด... แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะหันกลับไปมอง บุคคลนั้นกลับยกปืนขึ้นจ่อท้ายทอยของเขาอย่างแนบสนิท
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับร่องรอยแห่งความลับในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 18
การสูญเสียมิตร
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!