เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 48

ในกรงขัง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"เก่งมาก... ศิลา นายเลือกทางเดินที่ฉลาดที่สุดแล้ว" เสียงปรบมือช้าๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นอายของความชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวถูกกดทับด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว เบื้องหน้าของศิลาคือโซ่ตรวนเหล็กกล้าหนาหนักที่ถูกตรึงติดกับผนังหินแกรนิตสีดำสนิท ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้อย่างดุเดือดเมื่อครู่ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นเล็กน้อย แต่แววตาภายใต้เงาผมที่ปรกลงมานั้น กลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในยามวิกาล ธันวาเดินเข้ามาใกล้ แววตาของอดีตเพื่อนสนิทคู่นี้เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย มือข้างหนึ่งของธันวาถือท่อเหล็กที่ยังมีหยดเลือดสีแดงเข้มไหลหยดลงสู่พื้นซีเมนต์เป็นจังหวะ "ฉันไม่คิดว่านายจะยอมจำนนต่อง่ายดายเช่นนี้" ธันวาเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไหนล่ะ... ศิลาผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร? ไหนล่ะอุดมการณ์ที่นายเคยพร่ำบอกฉัน?" ศิลาเงยหน้าขึ้นช้าๆ มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่มันกลับทำให้ธันวาชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว "อุดมการณ์งั้นหรือ..." เสียงของศิลาแหบพร่าแต่ทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก "นายเข้าใจคำว่าอุดมการณ์ผิดไปไกลมาก ธันวา... สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่การสร้างระเบียบใหม่ แต่มันเป็นแค่การระบายความเจ็บปวดในอดีตของนายเองต่างหาก" ปัง! ธันวาซัดกำปั้นเข้าที่ใบหน้าของศิลาอย่างแรงจนหน้าหัน แรงกระแทกทำให้เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากของชายหนุ่ม แต่ศิลากลับเพียงแค่สะบัดหน้ากลับมา สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปยังอดีตเพื่อนรักโดยไม่กะพริบ รอยยิ้มเยาะเย้ยยังคงประดับอยู่บนใบหน้า สร้างความโกรธเกรี้ยวให้แก่ธันวาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ปากดีให้มันได้ตลอดเถอะ!" ธันวาคำรามในลำคอ "ขังมันไว้ที่นี่! อย่าให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด จนกว่าฉันจะหาตัวรินรดาเจอ... เมื่อถึงตอนนั้น ฉันอยากจะรู้นักว่านายจะยังทำหน้าแบบนี้ได้อีกไหม" สิ้นคำสั่ง ชายฉกรรจ์ในชุดดำสี่คนก็ก้าวเข้ามา ผลักร่างของศิลาให้กระแทกติดกับผนังเย็นเฉียบ ก่อนที่กุญแจมือเหล็กจะถูกล็อคเข้ากับข้อมือทั้งสองข้างอย่างแน่นหนา โซ่ตรวนดึงรั้งจนไหล่ของเขาร้าวราก แต่ศิลาก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว มีเพียงสายตาที่กวาดมองไปรอบห้องเพื่อบันทึกทุกรายละเอียด ท่อระบายอากาศทางด้านซ้าย กล้องวงจรปิดที่มุมห้อง และจุดอ่อนของรอยต่อคอนกรีต เมื่อประตูเหล็กบานใหญ่ปิดสนิทลงและความมืดโรยตัวเข้าปกคลุม ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง ศิลาไม่ได้ร้อนรน เขายังคงรักษาจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายที่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงและยอมจำนนนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขาจงใจแสดงขึ้นเพื่อตบตาธันวา ในสถานการณ์ที่ศัตรูกุมความได้เปรียบ การดลบันดาลให้พวกมันตายใจคือกลยุทธ์ที่แยบยลที่สุด และเขากำลังรอ... รอเวลาที่เหมาะสม นิ้วมือที่ถูกล่ามไว้เริ่มขยับเล็กน้อย เขาสอดนิ้วเข้าไปในตะเข็บเสื้อแจ็คเก็ตด้านใน สัมผัสกับโลหะชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่—อุปกรณ์แฮ็กข้อมูลขนาดจิ๋วที่รินรดาแอบยัดไว้ให้ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันปฏิบัติภารกิจ *“ถ้าเกิดอะไรขึ้น นายต้องทำตัวเป็นเหยื่อให้เนียนที่สุด... แล้วฉันจะเปิดทางให้จากข้างนอก”* เสียงกระซิบของรินรดาก้องอยู่ในความทรงจำ ศิลายกยิ้มมุมปากอีกครั้งในความมืด เขารู้ดีว่าเวลานี้รินรดากำลังเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยหลักของอาคารแห่งนี้อยู่ การที่เขาถูกจับขังไว้ที่นี่ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็น "โทรจัน" มนุษย์ที่จะเจาะทะลวงเข้าสู่ใจกลางรังของศัตรูต่างหาก ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรไม่มีใครรู้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของยามเฝ้าประตูก็ดังขึ้นห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไป ศิลาจึงเริ่มลงมือ เขาใช้แรงทั้งหมดบิดข้อมือ ฝืนความเจ็บปวดจากกระดูกที่เสียดสีกันจนเหงื่อกาฬไหลซก ปลายเล็บเกี่ยวลวดเส้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในซับในเสื้อออกมาได้อย่างแม่นยำ ด้วยทักษะการสะเดาะกลอนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นในความเงียบ เพียงไม่กี่วินาที กุญแจมือข้างขวาก็หลุดออกจากการพันธนาการ ศิลาสลัดข้อมือเบาๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดพันธนาการส่วนที่เหลืออย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากมุมมืด เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่เบาราวกับเสียงใบไม้ไหวก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องขัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารยาม... และไม่ใช่จังหวะการเดินของธันวา ศิลาชะงักฝีเท้า ลมหายใจถูกผ่อนลงจนแทบไม่ได้ยิน เขากระชับมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบู๊ตแน่น สายตาจับจ้องไปยังบานประตูเหล็กที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ ราวกับถูกเปิดโดยลมหายใจของความตาย แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนขวางทางอยู่... ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิทอำพรางใบหน้า แต่กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่โชยมากับสายลมทำให้ศิลาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เธอ... มาทำอะไรที่นี่?" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนสงสัย เมื่อบุคคลปริศนาถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ สถานที่แห่งนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้เคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%