“ผมเกรงว่าคุณก้องกำลังเข้าใจกฎหมายผิดไปไกลนะครับ ที่นี่คือเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ไม่ใช่เวทีปราศรัยของนักกิจกรรม”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งของชายในชุดกากีเต็มยศดังขึ้น ท่ามกลางห้องประชุมแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของแฟ้มเอกสารเก่าและไอเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักเกินตัว
ก้องจ้องมองเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงตรงหน้าด้วยแววตาที่พยายามควบคุมความเดือดดาล เขาเห็นรอยยิ้มมุมปากของเสี่ยวิชัยที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายผู้มีอำนาจเงินล้นฟ้าผู้นี้ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องสั่นสะเทือนด้วยความเงียบที่กดทับ
“กฎหมายที่ผมถืออยู่ มันเขียนชัดเจนว่าชุมชนมีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจในที่ดินบรรพบุรุษครับท่าน” ก้องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่น เขาขยับแฟ้มเอกสารที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินทางวางลงบนโต๊ะไม้ขัดมันที่ดูหรูหราผิดกับฐานะของเขา
เจ้าหน้าที่รัฐท่านนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะดันเอกสารสัญญาโครงการปรับปรุงพื้นที่เขตอุตสาหกรรมคืนให้ก้อง “คุณกำลังอ้างอิงกฎหมายภาคประชาชนในพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นเขตพัฒนาพิเศษ ซึ่งอำนาจการบริหารจัดการขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดนี้ และคุณวิชัยคือตัวแทนกลุ่มทุนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงอย่างเป็นทางการ การขัดขวางโครงการนี้... มีโทษทางอาญานะครับ คุณก้อง”
รินที่นั่งอยู่ข้างก้องสะดุ้งเล็กน้อย มือของเธอที่กำปากกาแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเอื้อมไปแตะแขนก้องไว้เป็นเชิงเตือนสติ เธอสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแข็งของชายหนุ่มข้างกาย
“เราไม่ได้ขัดขวางครับ เราแค่กำลังปกป้องสิ่งที่ควรจะเป็น” รินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแหลมคม “ทำไมสัญญาเช่าพื้นที่ของเสี่ยวิชัยถึงได้รับอนุมัติเพียงแค่วันเดียวหลังจากที่ชุมชนยื่นคัดค้าน ทั้งที่เอกสารการทำประชาพิจารณ์ยังไม่สมบูรณ์แบบด้วยซ้ำ?”
เสี่ยวิชัยขยับตัวเล็กน้อย วางโทรศัพท์มือถือราคาแพงลงบนโต๊ะเบาๆ เสียง ‘กริ๊ก’ ของมันดังก้องไปทั่วห้อง “น้องหนู... โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจ ระบบถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนที่มีศักยภาพได้เดินต่อ ไม่ใช่ให้คนกลุ่มหนึ่งเอาความทรงจำเรื่องไร่เลื่อนลอยมาเป็นตัวประกันความเจริญ”
เขามองก้องด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดตัวหนึ่งที่ขวางล้อรถสิบล้อ “ผมให้เวลาพวกคุณไปคิดทบทวนอีกสามวัน วันจันทร์หน้าถ้ายังมีคนขวางรถแบคโฮที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ผมคงไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้พวกคุณได้ เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องของผม แต่มันเป็นเรื่องของกฎหมายและมาตรการการรักษาความสงบ”
ก้องลุกขึ้นยืนช้าๆ ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินใจว่าไม่อาจช่วยพ่อได้ พลันเปลี่ยนเป็นความแค้นที่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น เขาก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา สบตาเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นด้วยแววตาที่ไร้ความเกรงกลัว
“ถ้ากฎหมายมีไว้เพื่อรับใช้คนที่มีเงินมากกว่าประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกผม วันหนึ่งระบบที่พวกคุณสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพวกคุณเองนี่แหละครับ ที่จะพังทลายลงมาทับคนในระบบเสียเอง”
ก้องหันหลังเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่รอคำตอบ รินรีบเดินตามออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ตึงเครียดและสายตาที่หรี่มองอย่างเย็นชาของเสี่ยวิชัย
ทั้งสองก้าวออกมาสู่โถงทางเดินที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนในเครื่องแบบ แต่ละคนต่างทำหน้าที่ของตนด้วยความเฉยเมยต่อชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ ก้องหยุดเดินกะทันหันที่หน้าลิฟต์ เขาขยำเอกสารในมือจนยับยู่ยี่
“เราสู้กับคนที่มีอาวุธเป็นอำนาจรัฐ ก้อง... เราจะเอาอะไรไปชนะ” รินกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
ก้องไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นตึกสูงระฟ้าตัดกับชุมชนแออัดเบื้องล่าง ความเหลื่อมล้ำที่มองเห็นด้วยตาเปล่าทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายคนหนึ่งเกือบจะไหลออกมา แต่เขากลืนมันกลับลงไปพร้อมกับความเจ็บปวด
ในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟต์ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดเปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินออกมา เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตทนายความของเสี่ยวิชัยที่เคยเป็นข่าวครึกโครมเรื่องการรับสินบนเมื่อปีก่อน เขาสบตากับก้องเพียงครู่เดียว ก่อนจะส่งซองจดหมายสีน้ำตาลใบหนึ่งมาให้ด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
“ในนี้มีบันทึกการประชุมลับที่เสี่ยวิชัยสั่งให้แก้เอกสารย้อนหลัง... เอาไปเปิดโปงซะ ก่อนที่พวกมันจะทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งในคืนนี้” ชายคนนั้นกระซิบเบาๆ ก่อนจะรีบเดินหายไปท่ามกลางฝูงชน ราวกับกลัวว่าจะมีใครสังเกตเห็น
ก้องมองซองในมือ รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่คือโอกาสเดียวที่พวกเขามี แต่ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูทางออกสำนักงานเขตก็เริ่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“ทางหนีไปทางบันไดหนีไฟ!” ก้องตะโกนพร้อมกับดึงมือรินให้วิ่งไปอีกทาง โดยที่เขารู้ดีว่าหากพลาดครั้งนี้ ชีวิตของพวกเขาอาจจะจบสิ้นลงตรงนี้จริงๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความหวังไปพร้อมกับผมในเส้นทางที่ยากลำบากสายนี้เสมอนะครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 27
อุปสรรคจากระบบ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!