ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 4

ค่าแรงที่หายไป

ผลงานโดย บันทึกคนจร
"มันหายไปไหนสองพันห้า? นี่มันค่าแรงเต็มอาทิตย์ของผมนะพี่" ก้องวางซองสีน้ำตาลที่มุมหนึ่งของโต๊ะทำงานไม้อัดผุพัง เสียงของเขาไม่ได้ตะคอก แต่มันสั่นพร่าด้วยความอดกลั้น แววตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หัวหน้าคุมงานที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียน หัวหน้าคุมงานไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีเล่มหนา เขาเพียงแค่นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนขอบกระดาษ "ค่าปรับไง ก้อง... ค่าทำของหลวงเสียหาย ค่าเสียเวลาที่มึงกับไอ้พวกคนงานทำอิฐหักไปกองนึงเมื่อวันอังคาร เสี่ยวิชัยแกซีเรียสเรื่องต้นทุนช่วงนี้ มึงก็รู้" "อิฐกองนั้นมันร้าวตั้งแต่ขนลงรถแล้วครับ! ผมกับลุงสมหมายทักตั้งแต่วันแรก พี่บอกว่าให้ใช้ๆ ไปก่อน แล้วตอนนี้มาหักเงินพวกผมเนี่ยนะ?" ก้องโน้มตัวลง ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการกรำงานหนักกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน คนตรงหน้าวางปากกาลงช้าๆ พ่นควันบุหรี่หนาทึบใส่หน้าก้อง "อย่ามาเถียง กฎก็คือกฎ ถ้าอยากได้เงินครบ ก็ไปบอกเสี่ยเองสิ... อ้อ ลืมไป เสี่ยแกคงไม่อยากเห็นหน้าคนงานที่ชอบอ้างโน่นอ้างนี่หรอก จริงไหม?" ก้องนิ่งไป ความรู้สึกเหมือนถูกฟาดด้วยไม้หน้าสามแรงๆ เขาคิดถึงรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าพ่อที่บ้านต่างจังหวัด คิดถึงยาที่ต้องซื้อและหนี้สินที่ยังค้างคา สองพันห้านั้นสำหรับคนรวยอาจเป็นแค่ค่ากาแฟ แต่สำหรับเขา มันคือลมหายใจทั้งเดือนของครอบครัว เขารีบจ้ำอ้าวออกมาจากห้องสำนักงานชั่วคราว เดินผ่านโครงเหล็กที่ตั้งตระหง่านราวกับกรงขังขนาดมหึมา ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่แผดเสียงดังระงม เขาเห็นรินยืนรออยู่ใต้ร่มไม้ริมเขตก่อสร้าง เธอถือเอกสารบางอย่างในมือ แววตาที่มองมายังเขาเต็มไปด้วยความกังวล "ก้อง... สีหน้าไม่ดีเลย โดนหักอีกแล้วใช่ไหม?" รินถามเสียงเบาพลางส่งยื่นขวดน้ำเย็นให้ "เขาบอกว่าเป็นค่าปรับอิฐหัก" ก้องรับน้ำมาแต่ไม่ได้เปิดดื่ม เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "ริน เธอว่าโลกนี้มันตลกไหม? คนสร้างเมืองต้องก้มหัวให้คนที่มองบ้านคนอื่นเป็นแค่ตัวเลข หักเงินคนทำงานเพื่อไปประดับเพชรบนนิ้วตัวเองเนี่ยนะ" "ความเหลื่อมล้ำมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนเราเสียเงินหรอกก้อง แต่มันอยู่ในลมหายใจที่พวกเขากำหนดให้เรา" รินขยับเข้าไปใกล้ "ฉันได้หลักฐานมาแล้ว มีคนวงในส่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายสองชุดมาให้ เสี่ยวิชัยแจ้งภาษีต่ำกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า และเงินที่หักจากพวกคุณ... มันไม่เคยเข้าบัญชีบริษัท แต่มันเข้าบัญชีส่วนตัวของนอมินี" ก้องชะงัก สายตาที่เคยหม่นแสงด้วยความโกรธเริ่มมีความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้น "หลักฐานนั่น... มันเอาผิดเขาได้จริงๆ เหรอ?" "ถ้าเรามีพยานบุคคลมากพอ" รินมองไปรอบๆ ไซต์งานที่มีคนงานนับร้อยกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่รู้ตัวว่าถูกเอาเปรียบอย่างไรบ้าง "แต่ก้องต้องระวังนะ เสี่ยวิชัยไม่ได้มีแค่เงิน เขามีหมาล่าเนื้อที่พร้อมจะจัดการคนที่กล้าขวางทาง" บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำที่เดินตรงมาทางพวกเขา ก้องสังเกตเห็นชายคนหนึ่งในกลุ่ม สวมแว่นกันแดดสีเข้มและรอยสักรูปงูที่คอ เขาไม่ใช่คนงาน ไม่ใช่ช่างรับเหมา แต่เป็นเงาที่คอยติดตามเสี่ยวิชัยเสมอ "คุยอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับ น้องชาย?" ชายชุดดำเอ่ยทัก เสียงนั้นเยือกเย็นจนน่าขนลุก ก้องขยับตัวบังรินไว้ตามสัญชาตญาณ "ไม่มีอะไรครับ แค่บ่นเรื่องค่าแรงที่มันไม่ครบ" ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ตัดกับกลิ่นเหงื่อไคลของไซต์งาน เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูก้อง "ความรู้มากมันอันตรายนะก้อง... เมื่อกี้เสี่ยฝากมาบอกว่า ถ้าอยากได้เงินคืน ต้องแลกด้วยความเงียบ แต่น่าเสียดายที่เสี่ยบอกว่า ตอนนี้เขากำลังเปลี่ยนใจ... เขาไม่อยากจ่ายเงิน แต่เขาอยากได้ 'คน' มาเป็นตัวอย่างเสียมากกว่า" ก้องรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง เมื่อชายคนนั้นหันไปมองรินด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเห็นสัตว์ร้ายกำลังจ้องเหยื่อ "ไปกันเถอะริน" ก้องพยายามดึงแขนเธอให้ถอยออกมา แต่แล้วเสียงเบรกของรถยุโรปคันหรูที่จอดเทียบข้างไซต์งานก็ทำให้ทุกคนหยุดชะงัก ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นร่างของเสี่ยวิชัยที่ก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ เขาไม่ได้มองไปที่หัวหน้าคุมงาน แต่เขากลับเดินตรงมาที่ก้อง หยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะหยิบซองเงินปึกหนาโยนลงบนพื้นโคลนต่อหน้าคนงานคนอื่นๆ ที่เริ่มมุงดู "อยากได้เงินคืนนักไม่ใช่เหรอ?" เสี่ยวิชัยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ก้มลงไปเก็บสิ... เก็บขึ้นมาด้วยปาก แล้วฉันจะคืนส่วนที่เหลือให้" ก้องกำหมัดแน่น เลือดในกายเดือดพล่าน ขณะที่เสียงฮือฮาจากเพื่อนคนงานเริ่มดังขึ้น ความอดทนที่เขาสั่งสมมานานกำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้... และในขณะที่เขากำลังจะตัดสินใจตอบโต้ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เมื่อเขากดรับ สิ่งที่ได้ยินกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น "ก้อง... อย่าขยับนะ ลูกเมียของลุงสมหมายอยู่ในกำมือพวกเราแล้ว ถ้าไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัว ก็ก้มลงไป... เก็บเงินนั่นซะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%