ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 6

ความลับใต้ฐานราก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นคาวสนิมและปูนซีเมนต์ชื้นแฉะในไซต์งานก่อสร้างยามค่ำคืน ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร—โดยเฉพาะกับคนที่มีความฝันใหญ่เกินตัวอย่างก้อง "นายแน่ใจนะว่าไม่อยากกลับไปนอน?" เสียงของสำอาง ช่างปูนรุ่นพี่วัยใกล้เกษียณเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบของโกดังเก็บวัสดุชั่วคราว มือเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ไผ่กำลังคีบมวนยาเส้นที่ม้วนเองขึ้นจุดไฟ แสงสีส้มวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของหลอดไฟฟิมล์ดวงเดียวที่ห้อยโตงเตง ก้องไม่ได้ตอบทันที สายตาของชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีจับจ้องอยู่ที่กองเหล็กเส้นมหึมาซึ่งวางเรียงรายอยู่มุมอับของพื้นที่ก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ที่นี่คือโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ของเสี่ยวิชัย—สถานที่ที่หล่อเลี้ยงด้วยเหงื่อและเลือดของแรงงานนับร้อย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องจักรกลืนกินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทีละน้อย "ผมแค่รู้สึกแปลกๆ พี่สำอาง" ก้องเอ่ยเสียงเบา มือหนายกขึ้นลูบต้นคอที่มีรอยเหงื่อไคลซึม "ช่วงนี้เหล็กข้ออ้อยที่เอามาลงล็อตใหม่... มันดูแปลกตาไปหมด นํ้าหนักตอนยกขึ้นเครนมันเบากว่าปกติด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นเบอร์เดียวกัน" สำอางพ่นควันสีเทาออกทางจมูก ดวงตาฝ้าฟางตามวัยหันมามองรุ่นน้องอย่างพิจารณา "เมืองกรุงมันก็แบบนี้แหละไอ้หนุ่ม ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถ้าไม่อยากเดือดร้อน อย่าไปสงสัยอะไรให้มากความ ข้าวสารในหม้อวันนี้มันสำคัญกว่าความถูกต้องบนกระดาษ" "แต่ถ้าตึกนี่สร้างเสร็จแล้วพังลงมาล่ะพี่? คนข้างใน... เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ" ก้องหันขวับมามองหน้าอีกฝ่าย ความดื้อรั้นในแววตาฉายชัด ปมในใจเรื่องพ่อที่ต้องล้มป่วยและเสียชีวิตเพราะความมักง่ายของผู้รับเหมาในต่างจังหวัดเมื่อหลายปีก่อน ยังคงกรีดลึกอยู่ในอกทุกครั้งที่เขาเห็นความไม่ยุติธรรม สำอางถอนหายใจยาวนานราวกับจะสลัดความหนักอึ้งทิ้ง "แกมันก็เหมือนรินนั่นแหละ... พวกอุดมการณ์สูงส่งกินไม่ได้หรอกนะก้อง ระวังเถอะ ความอยากรู้อยากเห็นมันจะพาหัวหลุดจากบ่า" พูดจบ ชายสูงวัยก็ตบไหล่ก้องเบาๆ สองครั้งก่อนจะเดินหายเข้าไปในความมืดของโซนที่พักคนงาน ทิ้งให้ก้องยืนอยู่ลำพังท่ามกลางกองวัสดุก่อสร้างที่ส่งกลิ่นอับชื้น ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก้องกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลังเลปะทะกับความถูกต้องในจิตสำนึก สุดท้าย... ขาทั้งสองข้างก็ก้าวเดินไปยังกองเหล็กเส้นล็อตล่าสุดที่เพิ่งลำเลียงมาเมื่อช่วงเย็น เขาหยิบไฟฉายแรงสูงออกจากกระเป๋าคาดเอว ลำแสงสีขาวสว่างวาบแหวกความมืดเข้ากระทบกับผิวโลหะ ก้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินที่เปียกชื้น มือสวมถุงมือผ้าหยาบเอื้อมไปสัมผัสผิวของเหล็กเส้นข้ออ้อยขนาดใหญ่ ความรู้สึกแรกที่ส่งผ่านปลายนิ้วคือ "ความผิดปกติ" ผิวเหล็กมีรอยขรุขระที่ไม่สม่ำเสมอ และเมื่อเขานำเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ (Vernier Caliper) เครื่องมือวัดละเอียดที่พกติดตัวออกมาวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอดิจิทัลทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก *มันบางกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมเกือบสามมิลลิเมตร!* ก้องใจเต้นรัว แรงดันเลือดสูบฉีดจนหูอื้ออึง เขารีบส่องไฟฉายไล่ดูตามรหัสปั๊มบนเนื้อเหล็ก รหัสเหล่านั้นถูกเจียรแต่งจนลบเลือน เพื่ออำพรางตาว่ามันไม่ใช่เหล็กไร้มาตรฐานจากโรงงานโนเนม นี่ไม่ใช่แค่การลดต้นทุนธรรมดา แต่มันคือการ "โกง" ที่เอาชีวิตของผู้อยู่อาศัยนับร้อยชีวิตมาเดิมพัน "ทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้นวะไอ้ก้อง!" เสียงตะโกนก้องกังวานผ่าความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับลำแสงไฟฉายอีกดวงที่สาดส่องเข้ามาตรงหน้าอย่างจังจนก้องต้องยกมือขึ้นปัดป้อง สมชาย หัวหน้าคุมงานร่างท้วมเดินดุ่มเข้ามา ใบหน้าบึ้งตึงถมึงทึง ดวงตาเล็กหรี่มองก้องด้วยความระแวงและดุดล "ดึกดื่นป่านนี้ไม่ไปนอน มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรแถวนี้วะ หรือว่าติดการพนันจนสมองกลับ แอบมาขโมยเศษเหล็กไปขาย?" ก้องค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจ แต่สีหน้ายังคงนิ่งขรึม เขาเก็บเครื่องมือวัดใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะจ้องหน้าหัวหน้าคุมงานตรงๆ โดยไม่หลบสายตา "ผมไม่ได้มาขโมยอะไร" ก้องตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น "แต่ผมกำลังสงสัยว่า... ทำไมเหล็กชุดนี้ถึงมีขนาดไม่ตรงกับสเปกในสัญญาจ้าง เสี่ยวิชัยรู้เรื่องนี้หรือเปล่าว่าเรากำลังเอาชีวิตคนมาสร้างตึกกระดาษ?" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง อุณหภูมิลดฮวบลงทันที สมชายหน้าถอดสี ชั่วแวบหนึ่งมีความตื่นตระหนกฉายชัดในดวงตาของหัวหน้าคุมงาน ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาดุดัน "ปากกล้าดีนี่ไอ้หนุ่ม..." สมชายก้าวเข้าไปประชิดตัวก้อง กลิ่นเหล้าและบุหรี่คละคลุ้งออกมาจากปาก "อยากรู้มากนักใช่ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? ระวังตัวไว้เถอะ... คนที่ฉลาดเกินไปในไซต์งานของเสี่ย มักจะอยู่ได้ไม่ครบสัญญาจ้างหรอกนะ" ก้องยังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังความมืด เมื่อก้องหันไปมอง เขาก็ต้องพบกับชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สวมหมวกไอ้โม่งสีดำสามคนที่เดินออกมาจากการบังของโครงสร้างคอนกรีต โดยมีรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนมุมปากของสมชายเป็นฉากหลัง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%