"ถ้ามึงเอาเอกสารชุดนี้ไปเผาทิ้งซะ ชีวิตมึงจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ก้อง... เงินสิบล้านในบัญชีต่างประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขที่คนอย่างมึงจะหาได้จากการตอกเสาเข็มไปตลอดชีวิตหรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ชุดดำที่ยืนบังประตูห้องพักขนาดรูหนูของก้องในยามวิกาลยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ความเงียบภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของก้องเอง เขาจ้องมองแฟลชไดรฟ์สีเงินที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาให้เป็นชิ้นๆ
ในเอกสารชุดนี้มีหลักฐานการยักยอกเงินกองทุนเยียวยาชาวบ้านผู้ถูกไล่ที่ เพื่อนำไปฟอกเงินผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านของเสี่ยวิชัย หากเขาเปิดเผยมัน... คนนับร้อยที่กำลังสิ้นเนื้อประดาตัวจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก แต่ตัวเขาเองอาจไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า และอาจจะต้องแลกด้วยลมหายใจ
"ก้อง... นายยังไม่นอนใช่ไหม"
เสียงเคาะประตูเบาๆ ตามจังหวะที่คุ้นเคยทำให้ก้องสะดุ้งสุดตัว เขาเก็บแฟลชไดรฟ์ลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินไปเปิดประตู รินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอฉายแวววิตกกังวลที่ปิดไม่มิด มือเล็กๆ ของเธอถือเอกสารที่รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบมาเต็มกำมือ
"ริน... ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่กลับ" ก้องถาม พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้สั่น
"คนงานที่ไซต์งานถูกเลิกจ้างกะทันหันวันนี้ ทั้งที่ยังไม่ได้ค่าจ้างสามเดือน" รินก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเครียดของก้อง "ก้อง นายมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า? ตั้งแต่วันที่นายไปคุยกับคนของเสี่ยวิชัย นายดูเปลี่ยนไป"
ก้องเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดจากการนึกถึงคำพูดของพ่อในวันที่บ้านถูกยึดไหลเวียนเข้ามาในอก พ่อที่ตายไปพร้อมกับความรู้สึกพ่ายแพ้ พ่อที่บอกเสมอว่า 'อย่าเอาตัวไปแลกกับสิ่งที่ไม่ใช่ของลูก' แต่ในตอนนี้ ความแค้นที่ถูกกดทับด้วยความยากจนกำลังตะโกนก้องในใจ ว่าเงินก้อนนั้นสามารถชดเชยทุกสิ่งที่เขาเสียไปได้
"ถ้าเงินจำนวนหนึ่ง สามารถช่วยให้เราสองคนหนีไปจากนรกขุมนี้ได้... รินจะเลือกทางไหน?" ก้องถาม พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
รินชะงัก เธอวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวที่แตกร้าวดูเบาหวิว แต่มันกลับหนักอึ้งในความรู้สึก "นายไม่ได้ถามเพื่อจะตัดสินใจใช่ไหมก้อง นายกำลังลังเลที่จะก้มหัวให้ปีศาจ... นายลืมไปแล้วเหรอว่าทำไมเราถึงเริ่มทำเรื่องนี้? ลืมไปแล้วเหรอว่าชาวบ้านที่รอความหวังจากเรา เขาไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่เขาต้องการความยุติธรรม"
"ความยุติธรรมกินไม่ได้นะริน!" ก้องตะคอกออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะลดเสียงลงด้วยความรู้สึกผิด "เราสู้มานานแค่ไหนแล้ว? ผลลัพธ์คืออะไร? เรามีแต่รอยแผลและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น เสี่ยวิชัยมันไม่เคยสะเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ฉันมีในตอนนี้... มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ นะ"
"ถ้านั่นคือชีวิตที่ต้องแลกด้วยการเหยียบย่ำคนอื่น... มันก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เสี่ยวิชัยทำกับเรา" รินกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความผิดหวังที่บาดลึกกว่าการด่าทอ "ก้อง... นายไม่ใช่คนแบบนั้น ฉันเชื่อใจนายมาตลอด อย่าทำลายศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อนายด้วยมือของตัวเองเลยนะ"
ก้องหันหลังให้เธอ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟสลัวจากตึกสูงของเสี่ยวิชัยที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล มันเหมือนปราสาทของจอมมารที่มองลงมายังคนตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาด้วยความสมเพช ความขัดแย้งในใจของเขารุนแรงดั่งพายุคลั่ง เขารู้ดีว่าหากเขาเปิดเผยข้อมูลนี้ ความหายนะจะมาถึงตัวเขาก่อนใคร แต่ถ้าเขาเงียบ... เขาจะกลายเป็นสมุนของคนที่เขาเกลียดชังที่สุดไปตลอดกาล
เขายื่นมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สัมผัสถึงความเย็นเยียบของโลหะชิ้นนั้น มันเป็นกุญแจสู่อิสรภาพที่แลกด้วยจริยธรรม หรือจะเป็นกุญแจมือที่จะล่ามเขาไว้กับความยากจนไปตลอดกาล?
ก้องหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมา วางมันลงบนโต๊ะข้างๆ รายชื่อชาวบ้านของริน มือของเขาสั่นระริกขณะที่นิ้วโป้งกดลงบนปุ่มเล็กๆ ของอุปกรณ์นั้น รินมองตามการกระทำของเขาด้วยใจที่เต้นรัว ไม่มีความกล้าพอที่จะเอ่ยห้ามหรือสนับสนุน เธอทำได้เพียงเฝ้ามองว่าชายที่เธอเชื่อมั่นที่สุดในชีวิต จะเลือกทางเดินแบบไหน
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของก้องก็แผดเสียงดังขึ้นในความเงียบ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ 'เสี่ยวิชัย'
ก้องกดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงหัวเราะที่แฝงด้วยความเยือกเย็นของเสี่ยดังลอดออกมา "ก้อง... ฉันรู้ว่าเธอกำลังตัดสินใจ และฉันก็เห็นว่ารินอยู่ที่นั่นกับเธอด้วย... ฉันจะให้เวลาเธอถึงเช้า แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าพรุ่งนี้เช้าฉันไม่เห็นเธอเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับไอ้แฟลชไดรฟ์นั่น... พรุ่งนี้เช้าข่าวนักกิจกรรมสังคมหญิงที่ถูกจัดฉากว่าโกงเงินชาวบ้าน จะขึ้นหน้าหนึ่งทุกฉบับ"
ก้องหน้าถอดสี รินที่ได้ยินประโยคสุดท้ายถึงกับตัวชาวาบ ก้องหันมามองรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวราน เขาตัดสินใจแล้ว... แต่มันไม่ใช่การตัดสินใจที่คนทั้งสองคาดคิด
"ริน... หนีไป" ก้องคว้ามือรินแล้วยัดแฟลชไดรฟ์ใส่มือเธอ "เอาไปให้คนของสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุด แล้วบอกทุกคนว่า... ก้องตายไปแล้ว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นพยานในรอยร้าวแห่งการตัดสินใจครั้งนี้ร่วมกับผมนะครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 17
การตัดสินใจที่ยากลำบาก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!