"สัญญาฉบับนี้มันไม่ใช่ข้อตกลง แต่มันคือโซ่ตรวนที่ล่ามขาทั้งพวกเราไว้กับนรก ก้อง!"
เสียงของรินดังกระหึ่มขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของแคมป์คนงานที่เต็มไปด้วยฝุ่นปูน แผ่นกระดาษในมือเธอถูกขยำจนยับยู่ยี่ เธอไม่ได้เพียงแค่พูด แต่มันคือน้ำเสียงของคนที่พร้อมจะทำลายกำแพงแห่งความกลัวที่ฝังรากลึกในใจของคนงานทุกคน ก้องยืนนิ่งอยู่ข้างกองเหล็กเส้น สายตาเขาจับจ้องไปยังแผ่นกระดาษนั่นก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนงานที่เริ่มขยับตัวเข้ามามุงดูด้วยความระแวง
"ถ้าผมไม่เซ็น เราก็ไม่มีงานทำ พรุ่งนี้ลูกเมียผมจะเอาอะไรกินล่ะครับริน?" ลุงสมชาย หนึ่งในคนงานเก่าแก่เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าสั่นเครือ แววตาของเขามีแต่ความยอมจำนน
ก้องกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาเข้าใจความรู้สึกของลุงสมชายดี เพราะเขาเองก็เคยเป็นคนที่ต้องก้มหัวให้ความหิวโหยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่าวันนี้... การปรากฏตัวของรินในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่การมาเยี่ยมเยียนธรรมดา เธอไม่ได้มาพร้อมกับคำปลอบโยนที่ว่างเปล่า แต่เธอมาพร้อมกับทางเลือกที่แลกมาด้วยความเสี่ยง
"ลุงสมชายครับ" รินก้าวเข้าไปหาชายชราอย่างมั่นคง เธอไม่ได้มองเขาด้วยความสงสาร แต่เธอสบตาเขาด้วยความเคารพ "ความหิวโจทย์ของวันนี้อาจจะน่ากลัว แต่มันจะเทียบอะไรได้กับความตายที่จะเกิดขึ้นในวันที่โครงสร้างตึกพวกนี้ถล่มลงมาเพราะวัสดุที่เสี่ยวิชัยสั่งให้พวกเราใช้? เสี่ยไม่ได้มองพวกเราเป็นมนุษย์หรอกครับ... เสี่ยมองพวกเราเป็นแค่ส่วนผสมในคอนกรีตที่รอวันเซตตัวแล้วถูกลืม"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องจักรจากไซต์ก่อสร้างใหญ่ที่ยังคงทำงานอยู่อย่างต่อเนื่องราวกับเสียงฟันเฟืองของมัจจุราช
"คุณจะทำอะไร?" ก้องถามด้วยน้ำเสียงต่ำ เขารู้ดีว่ารินมีแผน แต่เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าเดิมพันสูงขนาดนี้
"ฉันจะหยุดงานครับ" รินตอบกลับทันควัน แววตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น "ไม่ใช่แค่ประท้วงด้วยการนั่งเฉยๆ แต่เราจะหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมดของเสี่ยวิชัย หากพวกเขาไม่ให้สวัสดิการที่ควรจะได้ และไม่ยอมเปลี่ยนเหล็กเกรดต่ำนั่น ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้ถึงหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ และฉันจะอยู่ตรงนี้... อยู่ข้างพวกคุณ จนกว่าความจริงจะปรากฏ"
ก้องมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัว แม้รู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดจะทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายของเสี่ยวิชัยโดยตรง ในโลกของคนงานก่อสร้างที่ถูกมองว่าไร้ค่า ก้องไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครกล้าเอาอนาคตมาเดิมพันร่วมกับพวกเขาแบบนี้
"คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าคุณทำแบบนี้ ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป?" ก้องถาม พยายามรักษาระยะห่างเพื่อปกป้องเธอ
"ชีวิตฉันไม่เคยเหมือนเดิมตั้งแต่วันที่ฉันเห็นพี่ชายตัวเองตายในไซต์งานก่อสร้างที่ไม่มีเซฟตี้แล้วล่ะครับก้อง" รินตอบเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำไว้ "ฉันไม่ได้มาเพื่อเป็นฮีโร่ ฉันมาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีที่หายไปของพวกคุณ... ของเรา"
ความซื่อตรงของรินเหมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านกลุ่มคนงาน คนงานที่เคยเงียบกริบเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บ้างหวาดกลัว บ้างเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ก้องมองใบหน้าของแต่ละคน ก่อนจะหันมามองมือของรินที่ยื่นออกมาหาเขาเพื่อขอแรงสนับสนุน
วินาทีนั้นเอง ก้องตัดสินใจได้แล้ว เขาไม่ได้มองแค่เงินรายวันที่ได้รับ แต่เขามองไปถึงชีวิตของพี่น้องแรงงานที่เขารักเหมือนครอบครัว เขาเอื้อมมือไปจับมือรินไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความเข้มแข็งมาถึงหัวใจของเขา
"ถ้าคุณพร้อมจะเสี่ยง ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวคนอย่างเสี่ยวิชัยอีกต่อไป" ก้องประกาศก้อง
ทันใดนั้น เสียงรถยนต์หรูราคาแพงก็เบรกดังสนั่นจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายร่างท้วมที่สวมสูทราคาแพงแต่แววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง เสี่ยวิชัยก้าวลงจากรถด้วยท่าทีคุกคาม เขามองก้องและรินสลับไปมาด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกใครบางคน
"ก้อง... เธอเลือกทางผิดนะ" เสี่ยวิชัยกล่าวพลางปรายตามองกลุ่มคนงาน "และริน... เธอรู้ไหมว่าการยุ่งกับธุรกิจของฉัน มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่เธอคิดไว้มาก"
ทันใดนั้น เสียงไซเรนรถตำรวจหลายคันก็ดังระงมมาจากทางเข้าไซต์งาน แต่ทว่ามันไม่ใช่เสียงไซเรนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คนงานคาดหวัง เพราะรถที่นำขบวนเข้ามากลับเป็นรถตู้สีดำสนิทติดฟิล์มมืดมิดที่ไม่ได้มีสัญลักษณ์ของหน่วยงานรัฐใดๆ เลย และท่ามกลางความสับสนนั้นเอง ชายชุดดำนับสิบคนก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับอาวุธในมือที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
รินขยับตัวเข้ามากระซิบข้างหูก้องด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเป็นครั้งแรก "ก้องครับ... แผนของเราอาจจะไม่ได้ผลแล้ว เพราะดูเหมือนเสี่ยจะไม่ได้แจ้งตำรวจ แต่เขากำลังเรียก 'แขกพิเศษ' มาต้อนรับเราแทน"
ก้องมองไปยังชายชุดดำที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ราวกับพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้อย่างดีเยี่ยม และในวินาทีที่แสงจากไฟสปอร์ตไลท์ของไซต์งานสาดส่องลงมายังชายคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้าชุดดำ ก้องก็ต้องตัวแข็งทื่อ... เพราะชายคนนั้นคือคนเดียวกันกับที่เคยเป็นผู้มีพระคุณที่ส่งเขาเรียนเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยแสงสว่างไปพร้อมกับผมในเส้นทางที่มืดมิดสายนี้ครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 20
มิตรภาพที่ก่อตัว
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!