"รอยนิ้วมือแฝงสามจุดบนแก้วกาแฟ... ทิศทางการหยิบจับแบบเอียงสאนสี่สิบห้าองศา น้ำหนักการลงน้ำมือที่ขอบแก้วด้านซ้ายมากกว่าด้านขวาเล็กน้อย บ่งบอกว่าผู้ต้องสงสัยถนัดมือซ้าย และกำลังรีบร้อนจนลืมระวังรายละเอียดพื้นฐานเหล่านี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องสืบสวนจำลองของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ร.ต.อ.ศรา หรือที่เพื่อนร่วมงานมักแอบแซวว่าเป็นสารวัตรหน้าหวาน ขยับแว่นสายตาไร้กรอบเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองหลักฐานตรงหน้าด้วยสมาธิที่ถูกยกระดับขึ้นถึงขีดสุด ในโลกของการวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรหรือ Profiling รายละเอียดเล็กน้อยเพียงเศษเสี้ยววินาทีก็สามารถพลิกทิศทางของคดีได้ทั้งหมด
ทว่า บรรยากาศอันผ่อนคลายและเป็นกันเองที่ศราพยายามสร้างขึ้น กลับต้องสะดุดลงเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างระหงของนายตำรวจหญิงที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้อง
ร.ต.ท.หญิง มินตรา ปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบสนามเข้ารูปสีเข้ม ปืนกล็อกประจำกายถูกเหน็บไว้อย่างทะมัดทะแมง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ความงดงามคมคายแบบนักสู้ หากแต่เป็นแววตาคู่สวยที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่หลักฐานบนโต๊ะ แต่มันกำลังจ้องมองตรงมาที่ศราวาดลวดลายวิเคราะห์เมื่อครู่ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าผู้หมวดหน้าหวานคนนี้เป็น "ตัวถ่วง" หรือ "ตัวช่วย" กันแน่
"พูดจบหรือยังครับ สารวัตรศรา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งความตื่นเต้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของมินตรา มันไม่ใช่คำถามเชิงชื่นชม แต่เป็นประโยคที่เต็มไปด้วยการทดสอบ
ศรายิ้มรับบางๆ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมักทำให้ผู้ต้องหาคลายความระแวงลงได้เสมอ เขายืดตัวตรงแล้วผายมือไปยังแก้วกาแฟใบนั้นอย่างสุภาพ
"ยังหรอครับ ผู้หมวดมินตรา... ผมแค่เพิ่งเริ่มต้นบทแรกเท่านั้น แก้วใบนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าเขาถนัดมือซ้าย แต่มันกำลังบอกเราว่า คนๆ นี้มีความรู้เรื่องนิติวิทยาศาสตร์ระดับพื้นฐาน เขารู้ว่าต้องสวมถุงมือยางเพื่อไม่ให้ทิ้งรอยนิ้วมือชัดเจน แต่เขา 'พลาด' ตรงที่ความรีบร้อนทำให้แรงกดทับผิดธรรมชาติในวินาทีที่วางแก้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ความกดอากาศในห้องนี้ประกอบกับอุณหภูมิของกาแฟที่ลดลงเหลือสามสิบองศา... ทำให้เราคำนวณเวลาที่เขาออกจากห้องนี้ได้แม่นยำถึงระดับวินาทีเลยทีเดียวครับ"
มินตราหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดลงไปอีกหลายองศา เธอไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะสืบสวนด้วยความเร็วที่แม้แต่ศรายยังต้องแอบประหลาดใจในสัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น
"วิเคราะห์ได้ไม่เลว... สำหรับทฤษฎีในตำราเรียน" มินตราโน้มตัวลงมาใกล้ เลื่อนสายตาจากแก้วกาแฟขึ้นมาสบตากับศราตรงๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนศราได้กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอายความอันตรายที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ "แต่ในโลกความเป็นจริง... ฆาตกรไม่ได้ทิ้งแก้วกาแฟไว้ให้คุณมานั่งคำนวณเล่นหรอกนะ สารวัตร พวกมันฉลาดกว่าที่คุณคิด และมักจะก้าวล้ำนำหน้าเราไปเสมอหนึ่งก้าวเสมอ"
"นั่นคือเหตุผลที่เราสองคนต้องมาร่วมงานกันไม่ใช่หรือครับ?" ศราตอบกลับด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสงบ รอยยิ้มของเขายังคงประดับอยู่บนใบหน้า แม้จะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับพายุทอร์นาโดจากตำรวจหญิงมือพระกาฬผู้นี้ "ทฤษฎีของผม กับสัญชาตญาณการต่อสู้และการแกะรอยภาคสนามของคุณ... ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทีเดียวในการลากคอม‘คนร้าย’ตัวจริงออกมาจากเงา"
มินตราแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความขบขัน "หวังว่าคุณจะเก่งสมคำร่ำลือก็แล้วกัน อย่าดีแต่พูดสวยหรูเหมือนพวกนักวิชาการในห้องแอร์ เพราะถ้าถึงเวลาคับขัน... ฉันไม่มีเวลามาคอยอุ้มคนอ่อนหัดหรอกนะ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้ศรารู้สึกโกรธเคืองแม้แต่น้อย ในมุมมองของโปรไฟล์เลอร์มือฉมังอย่างเขา ความก้าวร้าวหรือความเย็นชาที่แสดงออกมา มักเป็นเกราะป้องกันตัวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังร่องรอยบางอย่างในอดีต มินตรามีทักษะการต่อสู้ที่แพรวพราว มีสัญชาตญาณดิบเถื่อนของคนที่ผ่านสนามรบหรือคดีอารกรรมระดับสูงมาอย่างโชกโชน แต่เธอกำลังแบกรับภาระทางจิตใจบางอย่างที่หนักหน่วงเกินกว่าที่ตำรวจหญิงทั่วไปจะแบกรับไหว
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรเพิ่มเติม หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานก็เกิดอาการกระพริบถี่ๆ แสงไฟสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังระรัวก้องไปทั่วห้องสืบสวน
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอแสดงผลระบบฐานข้อมูลกลาง ปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงสดขนาดใหญ่ขึ้นมากลางจอ พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ที่รายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัว
*[ระบบแจ้งเตือนภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของเป้าหมายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "เงาเพลิงมรณะ"]*
*[พิกัดปัจจุบัน: อาคารร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า ระยะห่างจากจุดที่คุณอยู่ 3.2 กิโลเมตร]*
*[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายกำลังดำเนินการตามแผนการขั้นสุดท้าย และตรวจพบการวางระเบิดเวลาภายในรัศมีเป้าหมาย เหลือเวลาอีกเพียง 14 นาที 59 วินาที ก่อนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่]*
มินตราหันขวับไปมองหน้าจอทันที แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความดุดันและจริงจังถึงขีดสุด เธอหยิบปืนกล็อกขึ้นมาตรวจสอบความพร้อมของลำกล้องด้วยความรวดเร็วราวดาวเหนือ "ดูเหมือนว่าทฤษฎีของคุณจะได้เวลาพิสูจน์เร็วกว่าที่คิดแล้วล่ะ สารวัตร"
ศราหุบยิ้มลง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่น่ากลัว นัยน์ตาคู่คมกริบวิเคราะห์สถานการณ์จากข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ความผิดปกติของรูปแบบการวางระเบิดนี้... มันไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรมือสมัครเล่น แต่มันคือลายเซ็นของบุคคลที่ศราเคยตามล่าในอดีต—บุคคลที่ควรจะตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน!
ศราหยิบเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวมด้วยความคล่องแคล่ว พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและมั่นคงผิดจากมาดหนุ่มหน้าหวานเมื่อครู่
"เตรียมตัวให้พร้อมครับ ผู้หมวด... งานนี้เราไม่ได้แค่ไปจับฆาตกร แต่เรากำลังเดินเข้าไปใน 'กับดัก' ที่พวกมันจงใจต้อนเราให้เข้าไปตั้งแต่แรกแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลุ่มหมอกแห่งความลับนี้ไปกับผม หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับเคมีและความฉลาดล้ำของตัวละครนะครับ
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 2
พบกันครั้งแรกกับหมวดสาวผู้เย็นชา
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!