ดีดนิ้วกู้โลกธุรกิจ: กับดักมหาเศรษฐีผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 3

ซูเปอร์คาร์หน้าออฟฟิศ

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“รับนามบัตรใบนี้ไว้ แล้วชีวิตที่เคยถูกขยี้ใต้ฝ่าเท้าของไอ้พวกเศษสวะ... จะกลายเป็นเพียงนิทานก่อนนอนที่ไร้ความหมาย” เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้นข้างหูของลลิน ชายชุดสูทสีเทาเข้มคนนั้นไม่ได้มองรินทร์แม้แต่น้อย สายตาของเขาจดจ้องเพียงนัยน์ตาตื่นตระหนกของหญิงสาว ก่อนจะหายวับไปกับฝูงชนในโถงอาคารราวกับควันไฟ ทิ้งไว้เพียงนามบัตรสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟนีออนเป็นประกายเย็นเยียบ รินทร์ก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าข้อมือของลลิน ลากเธอออกมาจากรัศมีของอันตราย นัยน์ตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ มันคือทะเลน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตที่กล้าเข้ามาขวางทาง “ทิ้งมันไปซะลลิน... ของพวกนี้มันไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มันมาจากปีศาจ” “รินทร์... นี่มันหมายความว่ายังไง? นายไปเกี่ยวพันกับคนพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลลินถาม เสียงของเธอสั่นเครือ แต่มือที่กำนามบัตรใบนั้นกลับแน่นขึ้น รินทร์ไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดปุ่มสีทองบนหน้าจอที่เพิ่งปรากฏขึ้นหลังจากระบบ ‘ดีดนิ้ว’ ทำงาน เสียงแจ้งเตือนสถานะทางการเงินดังขึ้นเบาๆ ในหัวของเขา *[วงเงินเบิกถอน: ไม่จำกัด – สถานะ: ปลดล็อกเต็มรูปแบบ]* รินทร์ยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความสุข แต่เป็นความหายนะที่กำลังจะมาเยือน เช้าวันต่อมา หน้าบริษัท ‘ธนวรรณ คอร์ปอเรชั่น’ ที่ทุกคนเคยดูแคลนเขา บรรยากาศกลับอึมครึมผิดปกติ เหล่าพนักงานจับกลุ่มนินทาถึงข่าวลือที่ว่า รินทร์ รัตนโชติ พนักงานกระจอกที่เพิ่งถูกหัวหน้างานแกล้งไล่ออกเมื่อวาน กำลังจะกลับมาเก็บของที่เหลือ “แค่ไอ้ขี้แพ้คนหนึ่ง จะมีปัญญาทำอะไรได้” เสียงของ ‘ธันวา’ ดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ย เขาก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูด้วยท่าทีวางก้าม “วันนี้ข้าจะดูให้เห็นกับตา ว่าตอนมันหอบเอกสารเน่าๆ ออกไป มันจะทำหน้าหมาจนตรอกขนาดไหน” ทว่า... เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังจนกระจกหน้าต่างอาคารสั่นสะเทือน ก็ตัดบทสนทนาของทุกคนให้เงียบลงสนิท รถซูเปอร์คาร์ ‘Pagani Huayra’ สีดำเงาวับดุจผิวนิล ตัดกับแสงแดดที่ตกกระทบจนเกิดแสงวาววับ มันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าประตูทางเข้าสำนักงานพอดีเป๊ะ ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สง่างามดั่งเจ้าชายในนิยายที่หลุดออกมาจากโศกนาฏกรรม รินทร์ไม่ได้มองใครเลยแม้แต่นิดเดียว เขาสวมแว่นตากันแดดสีเข้ม ก้าวเดินผ่านกลุ่มพนักงานที่ยืนนิ่งอ้าปากค้างราวกับถูกสาป ธันวายืนตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเขาถูกกลืนหายไปกับความตกตะลึง “นาย... รินทร์? นี่แกไปขโมยรถใครมา!” ธันวาตะโกนเสียงหลง พยายามกู้ศักดิ์ศรีคืน รินทร์หยุดเดิน เขาหันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจมองมดปลวก “รถคันนี้เป็นของผม... เหมือนกับที่เก้าอี้ประธานบริษัทตัวที่แกนั่งอยู่ ก็กำลังจะเป็นของผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง พนักงานหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบ รินทร์หยิบนามบัตรสีดำใบนั้นออกมา แล้วดีดมันไปกลางอากาศ นามบัตรใบนั้นหมุนเคว้งก่อนจะเสียบเข้าที่ร่องหน้าอกเสื้อของธันวาพอดี “นี่ไม่ใช่คำขู่... แต่เป็นใบแจ้งมรณกรรมทางธุรกิจ” รินทร์กล่าวพลางเดินผ่านธันวาไป ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ เขาก้าวเข้าสู่โถงบริษัทอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินพื้นหินอ่อนดูราวกับจะสะเทือนตามอำนาจที่เขากุมไว้ในมือ ลลินที่ยืนรออยู่ตรงแผนกต้อนรับมองเห็นรินทร์ในลุคที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความภาคภูมิใจและความหวาดหวั่นต่อ ‘ระบบ’ ที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขา รินทร์หยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ เขาไม่ได้มาเพื่อลาออก... แต่เขามาเพื่อ ‘ซื้อ’ บริษัทนี้ทิ้งทั้งระบบ “โอนสายหาฝ่ายกฎหมายและผู้ถือหุ้นทั้งหมดบอกพวกเขาว่า...” รินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองไปยังกล้องวงจรปิดที่ธันวากำลังจ้องมองอยู่ “...ดีดนิ้วครั้งที่หนึ่งของผม เริ่มต้นขึ้นแล้ว” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นพร้อมกันนับสิบสาย ข้อความเด้งขึ้นบนหน้าจอของทุกคนในออฟฟิศพร้อมๆ กัน... มันคือเอกสารการเข้าซื้อกิจการมูลค่ามหาศาลที่ถูกชำระเงินเรียบร้อยแล้วภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที! ธันวาหน้าถอดสีทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีที่พุ่งขึ้นมาบนหน้าจอโปรเจกเตอร์หน้าห้องประชุม รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ ลลินก้าวตามหลังเขามาพร้อมสายตาที่เริ่มรับรู้ถึงบางอย่าง... นามบัตรสีดำใบนั้นไม่ได้เขียนเบอร์โทรศัพท์ แต่เขียนรหัสของธนาคารกลางที่ทั่วโลกต่างเกรงขาม รินทร์หยิบปากกาสีทองขึ้นมา เขียนชื่อลงบนกระดาษเอกสารการโอนสิทธิ์ขาด ก่อนจะส่งให้เลขาฯ ของธันวาที่ยืนตัวสั่น “ดูให้ดีนะ... ว่าคนไร้ใจอย่างฉัน จะตบหน้าแกด้วยเงินที่แกไม่มีวันหาได้ตลอดชีวิตนี้ได้อย่างไร” รินทร์กดปุ่มส่งข้อมูลครั้งสุดท้าย หน้าจอทั้งหมดในบริษัทเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะปรากฏสัญลักษณ์ ‘ระบบ’ ขนาดใหญ่ที่ทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว... แต่ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะประกาศชัยชนะ เสียงไซเรนเตือนภัยจากระบบปริศนาก็ดังขึ้นในหัวของเขา! *[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ธนาคารทมิฬ’ ผู้ถือครองสิทธิ์ที่แท้จริงกำลังปรากฏตัว... และเป้าหมายแรกของพวกเขา ไม่ใช่บริษัทนี้ แต่คือลลิน!]* รินทร์ชะงักกึก หันกลับไปมองลลินที่บัดนี้แววตาของเธอเปลี่ยนไป... เธอกำลังกุมสร้อยคอรูปเข็มทิศสีเงินที่เพิ่งได้รับมาจากชายชุดสูทคนเมื่อวาน! รินทร์คว้าร่างลลินเข้ามาแนบอกในจังหวะที่ประตูออฟฟิศถูกพังทลายลงด้วยแรงอัดมหาศาล และเงาร่างของคนที่เขาเกลียดที่สุดในอดีตก็ก้าวพ้นเงามืดออกมา! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินทร์และลลินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีดนิ้วกู้โลกธุรกิจ: กับดักมหาเศรษฐีผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%