แฟ้มเอกสารคดีหมายเลข 412 บนโต๊ะทำงานของรินรดาไม่ได้ให้คำตอบที่เธอต้องการมาตลอดสามสัปดาห์ มันมีแต่น้ำหนักของตัวเลข รายงานชันสูตรพลิกศพ และรอยหมึกจางๆ ของลายมือตำรวจที่พยายามประกอบสร้างความจริงขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพัง แต่ในยามนี้ สิ่งที่รบกวนสมาธิของเธอไม่ใช่ข้อกฎหมายมาตราใดมาตราหนึ่ง หากแต่เป็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่สอดไว้หน้าสมุดบันทึกปกหนังสีเขียวเข้ม—ลายมือหวัดๆ ของกวินทร์ที่เขียนไว้ว่า *“ความยุติธรรมเป็นเพียงเรื่องของการจัดวางถ้อยคำ ส่วนความจริงเป็นเรื่องของลมหายใจ”*
เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันของห้องทำงานทนายความยามวิกาลโอบล้อมร่างไว้ แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบสันกรามคมชัดและเงาตกกระทบบนผนังห้องคล้ายฉากในภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ (Film Noir) ที่ทุกตัวละครต่างซ่อนคมดาบไว้ใต้รอยยิ้ม รินรดารู้ดีว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพทนายความกับความอ่อนล้าทางจิตวิญญาณ กวินทร์คือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมอำพรางที่อัยการกำลังเร่งฟ้องร้อง แต่เขากลับเป็นชายคนเดียวในรอบหลายปีที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอระลึกได้ว่ามันยังคงเต้นอยู่
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าเบาๆ สองครั้งดังขึ้น ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เธออนุญาต กวินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กลิ่นอายจางๆ ของฝนยามค่ำคืนและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยมาแตะจมูก เขามักจะปรากฏตัวในเวลาที่เธอพยายามจะผลักเขาออกไปให้ไกลที่สุดเสมอ
"คุณควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้วนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขาสDสายตาไปยังกองสำนวนคดีบนโต๊ะ "การจ้องมองตัวอักษรพวกนั้นนานเกินไป จะทำให้คุณมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด"
"ฉันกำลังทำหน้าที่ของฉัน กวินทร์" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาเกราะป้องกันทางอารมณ์ให้มั่นคงที่สุด เธอมองผ่านเลนส์แว่นไปยังชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ "และหน้าที่ของฉันคือการหาความจริง ไม่ใช่การมานั่งฟังบทกวีปรัชญาจากผู้ต้องหาคดีอาญา"
กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายหน้ากากที่สวมไว้เพื่อซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง เขาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเธอเพียงช่วงแขน โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน สายตาคมกริบคู่นั้นสำรวจใบหน้าของเธออย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าที่เขาเคยอ่านซ้ำมาแล้วหลายรอบ
"ความจริงหรือครับ?" กวินทร์ทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันจางๆ ที่มีต่อระบบกระบวนการยุติธรรม "คุณแน่ใจหรือว่าสิ่งที่คุณกำลังปกป้องอยู่ในแฟ้มพวกนั้นคือความจริง ไม่ใช่แค่เรื่องโกหกที่ถูกกฎหมายยอมรับให้เป็นความจริงล่ะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความจริงที่บาดลึกในคำพูดของเขา เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่เพื่อควบคุมจังหวะการหายใจ
*เธอกำลังกังวล... และความกังวลนั้นน่ากลัวกว่าหลักฐานใดๆ ในคดีนี้เสียอีก*
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของทนายสาวอย่างชัดเจนจนน่าตกใจ—เธอกำลังปกป้องผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่เพราะเขาอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักการทางกฎหมาย แต่เป็นเพราะเธอไม่อินกับความคิดที่จะสูญเสียเขาไปให้ห้องขังสีเทา หากกวินทร์คือฆาตกรจริง เธอก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทางจิตวิญญาณไปเสียแล้วโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มสั่นคลอนเมื่อเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยแปลกหน้า แต่วันนี้กลับคุ้นเคยยิ่งกว่าเงาของตัวเอง
"คุณกำลังเล่นกับไฟ กวินทร์" รินรดาพูดเสียงเบา ทว่าเฉียบขาด มือของเธอเอื้อมไปปิดแฟ้มคดีลงช้าๆ "และคุณก็รู้ดีว่าคนที่จะต้องแผดเผาจนไม่เหลือซาก อาจจะไม่ใช่แค่คุณคนเดียว"
กวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น จนเงาของเขาทาบทับร่างของเธอไว้ทั้งหมด ความใกล้ชิดนี้สร้างความอึดอัดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด คล้ายแรงโน้มถ่วงที่ดึงให้ทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวแห่งความผิดบาปที่ปฏิเสธไม่ได้
"ถ้าไฟดวงนี้มันจะแผดเผาเราทั้งคู่ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน..." กวินทร์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ "มันก็อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราจำกันได้... ในชาติภพอื่น"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับพวงแก้ม ความคิดในฐานะทนายความพังทลายลงในพริบตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เตรียมจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธเพื่อดึงสติกลับมา แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะขยับ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเบนสายตาออกจากใบหน้าอันตรายของกวินทร์ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์ของสารวัตรภาคิน—นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้
"ว่าไงคะสารวัตร" เธอ กรอกเสียงลงไป พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"คุณรินรดาครับ คุณต้องรีบเปิดดูอีเมลตอนนี้เลย" เสียงปลายสายหอบเหนื่อยและร้อนรน ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาดๆ "เราเพิ่งได้หลักฐานใหม่จากกล้องวงจรปิดตัวที่เสียไป หน้าบ้านของผู้ตาย... มันไม่ได้เสียอย่างที่ไอ้ฆาตกรมันพยายามจัดฉาก!"
รินรดาชะงัก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอมองหน้ากวินทร์ที่ยังคงยืนนิ่ง สงบ และส่งยิ้มบางๆ ให้เธออย่างมีความหมาย
"แล้ว... ในกล้องนั้นมันเห็นอะไรคะสารวัตร?" เธอถามเสียงแห้งผาก
"เห็นชัดเจนเลยครับว่า ในคืนเกิดเหตุ..." สารวัตรภาคินหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันที่สุดออกมา "คนที่เดินออกจากบ้านหลังนั้น... ไม่ใช่กวินทร์ แต่เป็นคนใกล้ชิดที่สุดที่คุณไว้ใจต่างหากล่ะครับ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงาแห่งความทรงจำนี้ร่วมกันนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 28
เงาที่ทาบทับใจ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!