กลิ่นอายของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเอกสารใต้ถุนสำนักงานทนายความ แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเล็กสั่นไหวราวกับลมหายใจที่ใกล้หมดแรง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าแฟ้มคดีหมายเลข 404 คดีสะเทือนขวัญเมื่อยี่สิบปีก่อนที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวสะอาดไล้ไปตามสันแฟ้มที่ฝุ่นหนาเตอะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องรอยหมึกจางๆ บนเอกสารราชการที่ถูกเซ็นอนุมัติโดยอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ซึ่งก็คือบิดาผู้ล่วงลับของเธอเอง
"คุณกำลังมองหาความยุติธรรม... หรือกำลังพยายามลบอดีตที่ฝังกลบไว้กันแน่ครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นวางเอกสาร กวินทร์ก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติทิ้งน้ำหนักพิงขอบโต๊ะทำงานเก่าๆ แววตาของกวีหนุ่มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ราวกับเขากำลังมองดูละครฉากใหญ่ที่ตนเองเป็นผู้กำกับ
รินรดาไม่หันกลับไปมองทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก "บางครั้งอดีตก็ไม่ได้ถูกฝังไว้เฉยๆ ครับกวินทร์... แต่มันถูกฝังกลบทั้งเป็นเพื่อรอเวลาให้ใครสักคนขุดคุ้ยมันขึ้นมาสูดอากาศหายใจอีกครั้ง"
เธอยกแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาเปิดหน้าแรก รูปถ่ายขาวดำของเด็กชายอายุราวเจ็ดขวบคนหนึ่งปรากฏขึ้น ใบหน้าของเด็กคนนั้นเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและรอยฟกช้ำ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของทนายสาวกระตุกวูบไม่ใช่ความเวทนา หากเป็นสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ห้อยอยู่บนคอเล็กๆ นั้น มันคือสร้อยเส้นเดียวกับที่เธอเคยเห็นในลิ้นชักลับของพ่อ... และเป็นเส้นเดียวกับที่กวินทร์มักจะสัมผัสยามที่เขาตกอยู่ในห้วงความคิดลึกซึ้ง
กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะประดับอยู่เป็นนิตiย์เลือนหายไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันทีจนแทบได้ยินเสียงกระแสเลือดไหลเวียน
"คุณไปเอาแฟ้มนั้นมาจากไหน..." เสียงของกวินทร์ราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันที่เฉียบคมจนคนฟังต้องขนลุก
"มันอยู่ในห้องทำงานของพ่อฉันเองครับ" รินรดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่าแต่เฉียบขาด "คุณไม่ได้ชื่อกวินทร์... ตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ เด็กชายในรูปนี้... คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานร้างเมื่อยี่สิบปีก่อน คือคุณใช่ไหม"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของหลอดไฟนีออนที่เตือนสติว่าเวลาไม่ได้หยุดเดิน กวินทร์ไม่ได้ปฏิเสธ เขายืดตัวตรงแล้วค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์ผสมความอับชื้นของกระดาษเก่า
"ความทรงจำบางอย่าง... ถ้าปล่อยให้มันตายไป อาจจะใจดีกว่าการฟื้นคืนชีพมันขึ้นมานะรินรดา" กวินทร์เอ่ยเสียงกระซิบ แววตาของเขาลุ่มลึกและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน "คุณคิดว่าคุณกำลังไขปริศนาเพื่อความยุติธรรม แต่คุณกำลังเปิดประตูห้องใต้ดินที่ขังปีศาจเอาไว้"
"ถ้าปีศาจตัวนั้นคือความจริง ผมก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันครับ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น "พ่อของผมเป็นคนเซ็นปิดคดีนั้น... ท่านปกปิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้น และคุณ... เกี่ยวข้องอะไรกับมันกันแน่"
กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "พ่อของคุณไม่ได้ปกปิดเพื่อเงิน... แต่ท่านปกปิดเพื่อรักษาชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งครอบครัว... เด็กผู้ชายที่นั่งมองบ้านของตัวเองถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของแม่ตัวเอง"
คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนกลางใจ รินรดานิ่งงิ่งไป ตรรกะและเหตุผลทั้งหมดที่เธอเคยยึดมั่นเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ดิบเถื่อนและเปราะบางเช่นนี้
"ผมไม่ใช่เหยื่อที่น่าสงสารในคดีนั้นหรอกรินรดา" กวินทร์ยื่นมือมาแตะขอบแฟ้มในมือเธอ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนหลังมือเธอแผ่วเบา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านเข้ามาจนเธอสะดุ้ง "และคุณก็ไม่ใช่ทนายความผู้เที่ยงธรรมอีกต่อไป... นับตั้งแต่ที่คุณเปิดหน้ากระดาษแผ่นนี้ขึ้นมา"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากบันไดด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนก้องกังวานใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ทาบทับลงบนประตูกระจกฝ้าของห้องเก็บเอกสาร
กวินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความเร็วที่ไม่ทันตั้งตัว ดึงเธอกลับเข้าไปหลบหลังชั้นวางเอกสารสูงตระหง่าน ลมหายใจของเขารดร,รอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ในความมืดสลัว
"อย่าส่งเสียง..." กวินทร์กระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาดไร้ซึ่งความขี้เล่น
ประตูห้องเก็บเอกสารค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานพับดังบาดหูท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องกวาดไปทั่วห้อง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ขณะที่สายตาของเธอมองลอดช่องว่างของชั้นหนังสือออกไป และต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
นั่นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นอัยการสูงสุด ผู้ซึ่งเป็นสหายสนิทที่สุดของบิดาเธอนั่นเอง
ดวงตาของชายสูงวัยกราดมองไปรอบห้อง ก่อนที่มุมปากยับย่นจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับเสียงทุบไม้เท้าลงกับพื้นปูนดังสนั่น
"รู้ตัวไหมว่าหนูเดินเข้ามาในเกมที่ใหญ่เกินกว่าจะถอยหลังกลับได้แล้ว... รินรดา"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงาแห่งความทรงจำนี้ร่วมกันนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 29
ความลับที่ถูกฝัง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!