เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 29

ความลับที่ถูกฝัง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเอกสารใต้ถุนสำนักงานทนายความ แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเล็กสั่นไหวราวกับลมหายใจที่ใกล้หมดแรง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าแฟ้มคดีหมายเลข 404 คดีสะเทือนขวัญเมื่อยี่สิบปีก่อนที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวสะอาดไล้ไปตามสันแฟ้มที่ฝุ่นหนาเตอะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องรอยหมึกจางๆ บนเอกสารราชการที่ถูกเซ็นอนุมัติโดยอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ซึ่งก็คือบิดาผู้ล่วงลับของเธอเอง "คุณกำลังมองหาความยุติธรรม... หรือกำลังพยายามลบอดีตที่ฝังกลบไว้กันแน่ครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นวางเอกสาร กวินทร์ก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติทิ้งน้ำหนักพิงขอบโต๊ะทำงานเก่าๆ แววตาของกวีหนุ่มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ราวกับเขากำลังมองดูละครฉากใหญ่ที่ตนเองเป็นผู้กำกับ รินรดาไม่หันกลับไปมองทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก "บางครั้งอดีตก็ไม่ได้ถูกฝังไว้เฉยๆ ครับกวินทร์... แต่มันถูกฝังกลบทั้งเป็นเพื่อรอเวลาให้ใครสักคนขุดคุ้ยมันขึ้นมาสูดอากาศหายใจอีกครั้ง" เธอยกแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาเปิดหน้าแรก รูปถ่ายขาวดำของเด็กชายอายุราวเจ็ดขวบคนหนึ่งปรากฏขึ้น ใบหน้าของเด็กคนนั้นเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและรอยฟกช้ำ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของทนายสาวกระตุกวูบไม่ใช่ความเวทนา หากเป็นสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ห้อยอยู่บนคอเล็กๆ นั้น มันคือสร้อยเส้นเดียวกับที่เธอเคยเห็นในลิ้นชักลับของพ่อ... และเป็นเส้นเดียวกับที่กวินทร์มักจะสัมผัสยามที่เขาตกอยู่ในห้วงความคิดลึกซึ้ง กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะประดับอยู่เป็นนิตiย์เลือนหายไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันทีจนแทบได้ยินเสียงกระแสเลือดไหลเวียน "คุณไปเอาแฟ้มนั้นมาจากไหน..." เสียงของกวินทร์ราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันที่เฉียบคมจนคนฟังต้องขนลุก "มันอยู่ในห้องทำงานของพ่อฉันเองครับ" รินรดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่าแต่เฉียบขาด "คุณไม่ได้ชื่อกวินทร์... ตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ เด็กชายในรูปนี้... คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานร้างเมื่อยี่สิบปีก่อน คือคุณใช่ไหม" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของหลอดไฟนีออนที่เตือนสติว่าเวลาไม่ได้หยุดเดิน กวินทร์ไม่ได้ปฏิเสธ เขายืดตัวตรงแล้วค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์ผสมความอับชื้นของกระดาษเก่า "ความทรงจำบางอย่าง... ถ้าปล่อยให้มันตายไป อาจจะใจดีกว่าการฟื้นคืนชีพมันขึ้นมานะรินรดา" กวินทร์เอ่ยเสียงกระซิบ แววตาของเขาลุ่มลึกและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน "คุณคิดว่าคุณกำลังไขปริศนาเพื่อความยุติธรรม แต่คุณกำลังเปิดประตูห้องใต้ดินที่ขังปีศาจเอาไว้" "ถ้าปีศาจตัวนั้นคือความจริง ผมก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันครับ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น "พ่อของผมเป็นคนเซ็นปิดคดีนั้น... ท่านปกปิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้น และคุณ... เกี่ยวข้องอะไรกับมันกันแน่" กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "พ่อของคุณไม่ได้ปกปิดเพื่อเงิน... แต่ท่านปกปิดเพื่อรักษาชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งครอบครัว... เด็กผู้ชายที่นั่งมองบ้านของตัวเองถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของแม่ตัวเอง" คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนกลางใจ รินรดานิ่งงิ่งไป ตรรกะและเหตุผลทั้งหมดที่เธอเคยยึดมั่นเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ดิบเถื่อนและเปราะบางเช่นนี้ "ผมไม่ใช่เหยื่อที่น่าสงสารในคดีนั้นหรอกรินรดา" กวินทร์ยื่นมือมาแตะขอบแฟ้มในมือเธอ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนหลังมือเธอแผ่วเบา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านเข้ามาจนเธอสะดุ้ง "และคุณก็ไม่ใช่ทนายความผู้เที่ยงธรรมอีกต่อไป... นับตั้งแต่ที่คุณเปิดหน้ากระดาษแผ่นนี้ขึ้นมา" ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากบันไดด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนก้องกังวานใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ทาบทับลงบนประตูกระจกฝ้าของห้องเก็บเอกสาร กวินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความเร็วที่ไม่ทันตั้งตัว ดึงเธอกลับเข้าไปหลบหลังชั้นวางเอกสารสูงตระหง่าน ลมหายใจของเขารดร,รอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ในความมืดสลัว "อย่าส่งเสียง..." กวินทร์กระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาดไร้ซึ่งความขี้เล่น ประตูห้องเก็บเอกสารค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานพับดังบาดหูท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องกวาดไปทั่วห้อง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ขณะที่สายตาของเธอมองลอดช่องว่างของชั้นหนังสือออกไป และต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง นั่นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นอัยการสูงสุด ผู้ซึ่งเป็นสหายสนิทที่สุดของบิดาเธอนั่นเอง ดวงตาของชายสูงวัยกราดมองไปรอบห้อง ก่อนที่มุมปากยับย่นจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับเสียงทุบไม้เท้าลงกับพื้นปูนดังสนั่น "รู้ตัวไหมว่าหนูเดินเข้ามาในเกมที่ใหญ่เกินกว่าจะถอยหลังกลับได้แล้ว... รินรดา" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงาแห่งความทรงจำนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%