เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า•ตอนที่ 26

คำสารภาพของเหยื่อ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระดาษพลิกไหวราบบางเบาในความเงียบงันทึบของห้องทำงานยามวิกาล มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์วินเทจที่สาดส่องลงบนแฟ้มคดีหนาเตอะบนโต๊ะไม้สัก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์จางๆ คลุ้งปะปนไปกับความกดอากาศที่ต่ำจนเกือบหายใจไม่ออก รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอบนสันแฟ้มเอกสาร สายตาของเธอไม่ได้มองตัวอักษรทางกฎหมายที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า แต่มันกำลังจดจ้องไปยังภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ใบหนึ่งที่ถูกดึงออกมาจากซองลับของสำนวนคดี ภาพนั้นคือกวินทร์—กวีหนุ่มผู้ร้อยเรียงคำพูดได้บาดคมราวกับใบมีด—ในวัยที่อ่อนเยาว์กว่าปัจจุบัน รอยยิ้มในภาพไม่ใช่รอยยิ้มเย้ายوانอันเป็นเอกลักษณ์ที่เธอคุ้นเคย หากแต่เป็นรอยยิ้มที่เปราะบาง ดวงตาคู่คมคู่นั้นไม่ได้ฉายแววท้าทายโลกใบนี้ แต่กลับสะท้อนความหวาดกลัวอันลึกล้ำ และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด… รอยฟกช้ำและรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากในภาพถ่ายใบนั้น กำลังทำลายสมมติฐานทั้งหมดที่เธอเคยสร้างขึ้นมาอย่างพังทลาย "คุณกำลังซ่อนอะไรไว้กันแน่ กวินทร์..." เสียงพึมพำของทนายสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันไม่ใช่ความสงสัยใคร่รู้แบบนักสืบ แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง เมื่อชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายเริ่มประกอบเข้าหากันเป็นภาพที่เธอนึกกลัวที่สุด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้น กระชับ และเป็นจังหวะที่คุ้นเคย รินรดายังไม่ทันได้เอמהอนุญาต ประตูไม้บานหนักก็ถูกผลักเปิดออก กวินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย เขาสวมเสื้อโค้ทสีเข้มที่ชื้นละอองฝนเล็กน้อย เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงกว่าปกติดูมีเสน่ห์แบบดิบเถื่อน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิท ราวกับสัตว์ป่าที่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าสู่กรงขัง แต่กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "ดึกป่านนี้แล้ว ทนายความผู้เที่ยงตรงยังไม่ยอมกลับไปพักผ่อนอีกหรือครับ หรือว่า... กำลังอ่านบทกวีบทใหม่ที่ผมไม่ได้ตั้งใจเขียน" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบด้วยความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน โดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ราวกับรักษาสมดุลระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่า รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งสนิท ปราศจากความลังเลใจเช่นในอดีต เธอค่อยๆเลื่อนภาพถ่ายโพลารอยด์ใบนั้นไปบนพื้นโต๊ะ ให้มันหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม "ผมคิดว่าคุณคือนักล่า กวินทร์... ผู้ชายที่ใช้ความงดงามของถ้อยคำเป็นอาตรกรรมอำพราง เพื่อชักใยความรู้สึกของคนรอบข้างให้เป็นไปตามเกมที่คุณวางไว้" รินรดาเอמהเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดมีน้ำหนักและคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "แต่แฟ้มคดีลับจากสถานีตำรวจเขตสามเมื่อสิบปีก่อน... กลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง" กวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยพราวระยับไหววูบลงชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว—รวดเร็วจนถ้าไม่สังเกตให้ดี เธอคงคิดว่ามันเป็นเพียงภาพหลอนของแสงเงา ชายหนุ่มไม่ได้ก้มลงมองภาพถ่ายบนโต๊ะ เขากลับเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รอยยิ้มจางๆ เลือนหายไปจากริมฝีปาก เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ "คุณขุดคุ้ยมันขึ้นมาทำไม รินรดา" เสียงของกวินทร์เปลี่ยนไป ไม่มีโทนเสียงเล่นหัว ไม่มีบทกวีซ่อนเร้น มีเพียงความแห้งผากและความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของน้ำเสียง "เพราะฉันเป็นทนายความ และหน้าที่ของฉันคือการค้นหาความจริง... ไม่ใช่ความจริงที่คุณอยากให้ฉันเห็น" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างMนิดหน่อยเพื่อบีบพื้นที่ทางจิตวิทยา "เอกสารบันทึกการสอบสวนเยาวชนในคดีนั้นระบุชัดเจนว่า คุณไม่ได้เป็นคนเริ่มความรุนแรงในบ้านหลังนั้น คุณคือเด็กชายที่ถูกกระทำโดยผู้มีอำนาจทางกฎหมายในครอบครัว... คุณคือเหยื่อที่ถูกบังคับให้ถือมีด เพื่อปกป้องลมหายใจของตัวเองต่างหาก" บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง อุณหภูมิลดฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงความหนบหนาวของอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญแสงสว่าง กวินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ—เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นดี มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "เหยื่ออย่างนั้นหรือ..." กวินทร์ทวนคำ พลางก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะ มือข้างหนึ่งทาบลงบนพื้นไม้เนื้อแข็ง นิ้วมือเกร็งแน่นจนข้อต่อขาวซีด "คุณคิดว่าคำว่า 'เหยื่อ' มันฟังดูสวยหรูเหมือนบทกวีไหมครับ รินรดา? มันไม่ได้ทำให้แผลเป็นในใจจางลงเลย มันมีแต่จะย้ำเตือนว่า... ต่อให้เราพยายามหนีพ้นจากเงาอดีตแค่ไหน เงานั้นก็ยังคงตามมาเหยียบย่ำเราในวันที่เราคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอ" ชายหนุ่มหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นอายฝนและบุหรี่จางๆ จากตัวเขา สายตาที่พวกเขามองกันและกันในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย—ความเห็นอกเห็นใจที่ผสมผสานกับความเปราะบางทางจิตวิญญาณ "ถ้าคุณรู้แล้วว่าผมเป็นใคร... ทำไมคุณยังยืนมองผมด้วยสายตาแบบนั้นล่ะครับ?" กวินทร์กระซิบเสียงพร่า แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "สายตาที่ไม่ได้หวาดกลัว... แต่กำลังพยายามจะซ่อมแซมผม" รินรดานิ่งงัน หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบใดๆ เพื่อปกป้องกำแพงทางวิชาชีพที่กำลังจะพังทลายลง ทันใดนั้นเอง... *กริ๊ก.* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดของระเบียงด้านนอกหน้าต่างห้องทำงานดังขึ้น ท่ามกลางเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว กวินทร์หันขวับไปมองทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทันที รินรดาคว้าด้ามปากกาบนโต๊ะโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกวาดมองผ่านกระจกใสที่สะท้อนเงาของพวกเขาออกไปสู่ความมืดมิดยามวิกาล บนกระจกบานนั้น... นอกจากเงาของพวกเขาแล้ว ยังมีรอยนิ้วมือเปื้อนโคลนสดๆ ปรากฏขึ้นใหม่อย่างเด่นชัด พร้อมกับกระดาษโน้ตสีขาวใบเล็กที่ถูกเสียบไว้ตรงรอยต่อของบานหน้าต่าง กวินทร์ขยับตัวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณดิบ เขาผลักบานหน้าต่างออกไปรับสายลมยếnเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามา มือแกร่งดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเข้ามาในห้องทันที รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้ามองข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกสีแดงฉาน ข้อความสั้นๆ บนกระดาษทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะ khon ในลำคอ: *'ความลับของเหยื่อ... กำลังจะกลายเป็นฆาตกรรมบทใหม่ เร็วๆ นี้'* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งหายไปจากระเบียงชั้นสามอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว "กวินทร์..." รินรดาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามายืนบังหน้าเธอโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องนอก พลางกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกและจริงจังที่สุดตั้งแต่เคยได้ยินมา "เกมไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น... แต่มันกำลังจะจบลงด้วยเลือดครับ รินรดา" --- บทกวีใต้ร่มเงา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงาแห่งความทรงจำนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำในเงาคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%