ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 1

ศัตรูหน้าหอประชุม

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"หากท่านแม่ทัพมีความสามารถในการจัดการศัตรูในสนามรบได้เฉียบขาดเพียงครึ่งหนึ่งของความสามารถในการใช้ 'อำนาจบาตรใหญ่' ข่มขู่ผู้น้อยในห้องประชุมแห่งนี้ ป่านนี้แผ่นดินต้าเฉินคงไร้ซึ่งรอยเท้าของศัตรูไปนานแล้วเจ้าค่ะ" เสียงใสแต่กังวานดุจแก้วกระทบกันของเซี่ยอวี้เหยาดังแทรกขึ้นกลางความเงียบงันของโถงประชุมแม่ทัพ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีนิลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยัน จางหย่งหยุดปลายพู่กันที่กำลังจรดลงบนม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นค่อยๆ เบนมาสบกับดวงตาของหญิงสาวที่ยืนเด่นอยู่กลางห้อง เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาให้เห็นทว่าไอเย็นเยียบแผ่ออกจากร่างจนบรรดาขุนนางชั้นผู้น้อยรอบข้างต่างพร้อมใจกันกลั้นหายใจ "ท่านกำลังดูแคลนยุทธวิธีของข้า หรือกำลังดูแคลนสติปัญญาของตนเองที่ยังกล้ายืนเถียงกับข้าในพื้นที่ของกองทัพกันแน่ คุณหนูเซี่ย" น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มราบเรียบ หากแต่มันกดดันจนผู้ฟังรู้สึกเสมือนมีภูเขาหินทับลงบนบ่า อวี้เหยาหัวเราะในลำคอเบาๆ นางก้าวเท้าเดินนวยนาดเข้าไปใกล้โต๊ะไม้แกะสลักพลางใช้นิ้วเรียวสวยแตะลงบนแผนที่ที่เขากำลังพิจารณาอยู่ "ข้ามิได้ดูแคลนยุทธวิธีของท่านเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ... เพียงแต่สิ่งที่ท่านกำลังวางแผนอยู่นั้น มันคือการส่งทหารนับหมื่นไปตายในหุบเขาไร้ทางออก หากมิใช่เพราะความหยิ่งผยองจนหน้ามืดตามัว ก็เห็นทีว่าท่านคงอยากจะกำจัดคนในสังกัดที่ท่านไม่ชอบหน้าทิ้งเสียมากกว่า" "เจ้า!" จางหย่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าหาหญิงสาวตรงหน้า ทว่าอวี้เหยาหาได้ถอยหนี นางกลับยืดอกเผชิญหน้ากับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ "ทำไมเจ้าคะ? คำพูดของข้ามันแทงใจดำหรืออย่างไร?" นางเชิดหน้าขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้ป่าที่นางใช้เป็นประจำโชยไปแตะจมูกของแม่ทัพหนุ่ม ทำให้ความเย็นชาที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาเกราะป้องกันเริ่มสั่นคลอน หลี่กงกงที่ยืนหลบอยู่มุมเสาถึงกับเหงื่อตก เขาปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางพึมพำกับตนเอง 'แม่เจ้าประคุณเอ๋ย... ในวังหลวงไม่มีใครกล้าหือกับแม่ทัพจางผู้นี้เกินสามคำ แต่นี่แม่นางน้อยจากตระกูลเซี่ยกลับกล้าเปิดศึกประจัญบานถึงในถิ่นเสือ' "หากเจ้าเก่งกาจนัก เหตุใดไม่จับอาวุธขึ้นมาเสียเองเล่า แทนที่จะใช้เพียงปากที่เอาแต่พ่นคำจิกกัดผู้อื่นไปวันๆ" จางหย่งโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเขากับนางห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของอวี้เหยาจนนางรู้สึกใจสั่นวูบ แต่นางก็ยังคงรักษาท่าทีไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ "การรบด้วยฝีปากของข้ามีค่ากว่าการสละชีวิตของทหารที่ท่านวางแผนจะทิ้งไว้กลางทุ่งสังหารเป็นไหนๆ ท่านแม่ทัพจาง... ท่านอาจจะเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แต่บนโต๊ะเจรจา ท่านก็เป็นเพียงบุรุษไร้เหตุผลที่ยึดติดกับทิฐิเกินไป" จางหย่งหรี่ตาลง ความฉลาดเป็นกรดของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขาทั้งรำคาญและนึกสนใจอย่างประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่มีสตรีกล้ามองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือความลุ่มหลงเจือปน มีเพียงความท้าทายที่จุดไฟในใจเขาลุกโชน "ดี... หากเจ้ามั่นใจนักว่ายุทธวิธีของข้ามันโง่เขลา ก็จงพิสูจน์ให้เห็น" เขาขยับเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน "แต่ถ้าแผนของเจ้าไม่ได้เรื่อง ข้าจะสั่งโบยเจ้าให้เข็ดหลาบเสียจนไม่มีแรงมาพ่นคำพูดดูแคลนข้าได้อีกตลอดชีวิต" "หากข้าชนะล่ะเจ้าคะ?" อวี้เหยาท้าทาย สายตาของนางเป็นประกายระยับยับ "ข้าจะให้เจ้าเลือกสิ่งที่เจ้าต้องการ... สิ่งใดก็ได้แม้กระทั่งหัวใจของข้า หากเจ้าคิดว่าจะเอามันไปไว้ในมือได้สำเร็จ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็หนักอึ้งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ขุนนางทั้งหลายต่างเบิกตากว้าง จางหย่งเพิ่งจะพูดอะไรออกไป? แม่ทัพผู้เย็นชาที่ไม่เคยชายตามองสตรีใดกำลังเดิมพันด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดของบุรุษ! ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ก็ดังแทรกเข้ามา ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าทั้งคู่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพ "ท่านแม่ทัพ! ขอรับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ที่เขตชายแดน... มีกองทัพปริศนาข้ามแม่น้ำจันทร์เสี้ยวมาได้โดยที่หน่วยสอดแนมของเราไม่ทราบเรื่องแม้แต่น้อย!" จางหย่งชะงัก ร่างกายที่โน้มอยู่เหนืออวี้เหยาแข็งค้าง ดวงตาเปลี่ยนจากแววตาหยอกล้อเป็นความเด็ดขาดดุจนักรบในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองแผนที่บนโต๊ะอย่างตกตะลึง เพราะตำแหน่งที่ทหารรายงานมา คือจุดเดียวกันกับที่เซี่ยอวี้เหยาเพิ่งจะวิจารณ์ว่ามันเป็นจุดอ่อน! อวี้เหยาไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจ นางเพียงแค่ขยับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กุมความลับไว้ทั้งหมด นางรู้ว่าศัตรูจะมา... และนางก็รู้ด้วยว่าใครกันที่เป็นคนเปิดทางให้พวกมัน "ดูเหมือนว่า... สิ่งที่ข้าเพิ่งจะพูดไป จะกลายเป็นความจริงเร็วกว่าที่ท่านคิดนะคะ ท่านแม่ทัพ" จางหย่งหันกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและเงื่อนงำ เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองกำลังรับมือกับ 'ศัตรู' ที่น่ากลัวที่สุด เพราะนางไม่ได้แค่รบด้วยฝีปาก แต่กำลังรบด้วยหัวใจและแผนการที่เขาคาดไม่ถึง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความแสบสันของแม่นางเซี่ยและท่านแม่ทัพจางในตอนแรกนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%